Logo วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / บทบรรณาธิการ
บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563, 02.00 น.
มองประเทศไทยหลังวิกฤติโควิด-19

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ต้องยอมรับว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผล กระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก ไม่เฉพาะแต่ในภาพของสาธารณสุขที่ต้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรที่มีทั้งหมดในการดูแลรักษาผู้ป่วยทั่วโลกที่มีมากถึงกว่า 1 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 6 หมื่นราย ในส่วนประเทศไทยเสียชีวิตกว่า 20 ราย และติดเชื้อป่วยเกิน 2 พันคน ซึ่งพิษโควิด-19 ยังส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยว ภาคธุรกิจการค้าหยุดชะงักลง ลามไปถึงการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรที่เป็นต้นทางของระบบห่วงโซ่คุณค่าเกิดการชะลอตัวลงด้วย ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมหาศาล

ข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าจีดีพีปีนี้จะติดลบทุกไตรมาส การท่องเที่ยวหดตัวลงสูงสุดถึง 42.8% โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนหายไปกว่า 85% ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากเกาหลีก็ลดลง 73% ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจการบิน ต้องปิดตัวชั่วคราวหรือลดเส้นทางการบินลง และมีแนวโน้มที่การจ้างงานจะลดลงในระยะต่อไป รวมถึงประชาชนที่กังวลกับสถานการณ์โควิด -19 และภาระหนี้สินที่ยังอยู่ในระดับสูงต่างก็ลดการจับจ่ายใช้สอยลง


ในระหว่างนี้ เราได้เห็นภาพความร่วมแรงร่วมใจของภาคประชาชนและภาคเอกชนในการเข้ามามีส่วนร่วมช่วยบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคม เช่น ดารา นักร้องคนดัง ที่เปิดพื้นที่โซเชียลมีเดียส่วนตัวให้ร้านค้าได้โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าของตัวเองได้รวมถึงประชาชนและบริษัทเอกชนหลายรายที่ร่วมกันบริจาคเงิน หรือสิ่งของ และจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ตามกำลังและความสามารถ

แต่ภาระอันหนักหน่วงและความหวังของประชาชนก็ยังคงอยู่ที่รัฐบาล ซึ่งนอกจากจะต้องเร่งแก้ปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อดูแลปกป้องสุขภาพของประชาชนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงนี้แล้ว ยังจำเป็นต้องเร่งหามาตรการเยียวยาเศรษฐกิจและกระตุ้นความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและประชาชนให้กลับคืนมาหลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ซึ่งล่าสุด รัฐบาลได้ออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบคนละ 5,000 บาท ต่อเนื่อง 3 เดือน วงเงินงบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท จำนวน 9 ล้านคน ส่วนค่าน้ำค่าไฟ ค่าแก๊สหุงต้มได้มีการลดราคาไปล่วงหน้าแล้ว

สิ่งสำคัญคือต้องมองต่อไปข้างหน้าหลังจากนี้ว่าพิษโควิดจะเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางใด และรัฐบาลควรต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อดูแลประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาววิกฤติโควิดครั้งนี้ทำให้แรงงานหลายหมื่นคนขาดงาน ขาดรายได้ จำเป็นต้องย้ายกลับภูมิลำเนา รัฐบาลจึงควรเน้นการดูแลกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน ให้เกิดการจ้างงาน มีการผลิต การทำเกษตรกรรมท้องถิ่นที่ทำให้ชุมชนเลี้ยงตัวเองได้ รวมทั้งต้องพัฒนาโครงสร้างในด้านสาธารณสุขมากขึ้น เพื่อรองรับประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน

และการเร่งพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อเข้าสู่สังคมดิจิทัลให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง วิกฤติครั้งนี้ทำให้ประชาชน ร้านค้า ผู้ประกอบการต้องหันมาใส่ใจเรื่องของอีคอมเมิร์ซและสังคมไร้เงินสด (cashless society) มากขึ้น การเติบโตของแอพพลิเคชั่นสำหรับซื้อขายออนไลน์ บริการขนส่ง แพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับการประชุมทางไกลจะกลายเป็นความเคยชินของประชาชนมากขึ้น ซึ่งอาจจะพลิกโฉมประเทศไทยไปอย่างสิ้นเชิงหลังผ่านพ้นวิกฤติแล้วรัฐบาลเองต้องพัฒนาให้ทัน ขณะเดียวกันต้องวางระบบหรือมีกฎระเบียบที่สร้างโอกาสหรือสนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. ยธ.ร่วมถกวงใหญ่ ปิดช่องจดทะเบียนนอมินีต่างชาติ
21:47 น. จีนลุยกวาดล้างอาชญากรรม จับผู้หลบหนีไปต่างประเทศกว่า 880 ราย
21:28 น. ชำแหละ 4 ต้นตอ! สกลธี ชงญัตติด่วนสางปมรถไฟชนรถเมล์
20:38 น. ในหลวง-พระราชินี โปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี นำ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
20:23 น. โชว์ความแน่นแฟ้น! สีจิ้นผิง-ปูติน ย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียแข็งแกร่งสุดในประวัติศาสตร์
ดูทั้งหมด
ระแวงหนัก คณะทรัมป์ กวาดของขวัญ-มือถือจีน ทิ้งขยะข้างรันเวย์ ก่อนบินกลับสหรัฐฯ
ชมสด! การออกผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2569
แฟนคลับแห่ส่งกำลังใจ กอล์ฟ พิชญะ นิธิไพศาลกุล โพสต์เศร้า เสียใจที่สุดในชีวิต
พลอยทะเล โต้ พิชาย ยันงบเลี้ยงอาหารเย็นเจ้าสัวคุ้มค่า แนะเอาเวลาไปสร้างผลงาน
บอสณวัฒน์ ตั้ง ทราย สก๊อต นั่งแท่นกรรมการ MGI All Stars
ดูทั้งหมด
ภาษีโกงชาติ 2.7 หมื่นล้าน‘ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์”
บรรพบุรุษรักษาเอกราชและอธิปไตย อนุชนรุ่นหลังยุคสมัยนี้ทำอะไรกันอยู่
ลัทธิความเกลียดชัง
บอลโลกแพงไป ไม่คุ้ม ไม่ซื้อ
บุคคลแนวหน้า : 21 พฤษภาคม 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

จีนลุยกวาดล้างอาชญากรรม จับผู้หลบหนีไปต่างประเทศกว่า 880 ราย

โชว์ความแน่นแฟ้น! สีจิ้นผิง-ปูติน ย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียแข็งแกร่งสุดในประวัติศาสตร์

ซื้อแพงแลกปอด? เจาะเบื้องหลังดีล 'ข้าวโพดสหรัฐ'

ศุภจี เผย พาณิชย์ บุกมาตรการเชิงรุก สกัดบัญชีม้านิติบุคคล

ปรับทัพครั้งใหญ่! Meta ทยอยปลดพนักงาน 8,000 คนทั่วโลก

ศุภจี ยันเอกชนเซ็นเอ็มโอยูนำเข้า ข้าวโพดGMO สหรัฐฯ 1 ล้านตัน ไม่กระทบเกษตรกรไทย

  • Breaking News
  • ยธ.ร่วมถกวงใหญ่ ปิดช่องจดทะเบียนนอมินีต่างชาติ ยธ.ร่วมถกวงใหญ่ ปิดช่องจดทะเบียนนอมินีต่างชาติ
  • จีนลุยกวาดล้างอาชญากรรม จับผู้หลบหนีไปต่างประเทศกว่า 880 ราย จีนลุยกวาดล้างอาชญากรรม จับผู้หลบหนีไปต่างประเทศกว่า 880 ราย
  • ชำแหละ 4 ต้นตอ! สกลธี ชงญัตติด่วนสางปมรถไฟชนรถเมล์ ชำแหละ 4 ต้นตอ! สกลธี ชงญัตติด่วนสางปมรถไฟชนรถเมล์
  • ในหลวง-พระราชินี โปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี นำ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ ในหลวง-พระราชินี โปรดเกล้าฯ ให้ประธานองคมนตรี นำ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล องคมนตรี เฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่
  • โชว์ความแน่นแฟ้น! สีจิ้นผิง-ปูติน ย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียแข็งแกร่งสุดในประวัติศาสตร์ โชว์ความแน่นแฟ้น! สีจิ้นผิง-ปูติน ย้ำสัมพันธ์จีน-รัสเซียแข็งแกร่งสุดในประวัติศาสตร์
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

บทเรียนจากวลี ‘มึงรู้จักกูน้อยไป’

บทเรียนจากวลี ‘มึงรู้จักกูน้อยไป’

21 พ.ค. 2569

วินิจฉัยเงินกู้4แสนล้าน

วินิจฉัยเงินกู้4แสนล้าน

20 พ.ค. 2569

รีดคนรวยไปช่วยคนจน

รีดคนรวยไปช่วยคนจน

19 พ.ค. 2569

อย่าแค่เขียนเสือให้วัวกลัว

อย่าแค่เขียนเสือให้วัวกลัว

18 พ.ค. 2569

ก้าวข้ามวาทกรรม ‘เอื้อเจ้าสัว’  สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  บนฐานความเป็นจริง

ก้าวข้ามวาทกรรม ‘เอื้อเจ้าสัว’ สู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจ บนฐานความเป็นจริง

16 พ.ค. 2569

นอมินีต่างชาติภัยคุกคามเงียบ

นอมินีต่างชาติภัยคุกคามเงียบ

15 พ.ค. 2569

การเปลี่ยนผ่านพลังงาน  วาระแห่งชาติที่รอไม่ได้อีกแล้ว

การเปลี่ยนผ่านพลังงาน วาระแห่งชาติที่รอไม่ได้อีกแล้ว

14 พ.ค. 2569

อย่าเอาไมโครโฟนจ่อปากทักษิณ

อย่าเอาไมโครโฟนจ่อปากทักษิณ

13 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved