Logo วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / บทบรรณาธิการ
บทบรรณาธิการ

บทบรรณาธิการ

วันอังคาร ที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563, 02.00 น.
มองประเทศไทยหลังวิกฤติโควิด-19

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

ต้องยอมรับว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผล กระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก ไม่เฉพาะแต่ในภาพของสาธารณสุขที่ต้องระดมสรรพกำลังและทรัพยากรที่มีทั้งหมดในการดูแลรักษาผู้ป่วยทั่วโลกที่มีมากถึงกว่า 1 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตกว่า 6 หมื่นราย ในส่วนประเทศไทยเสียชีวิตกว่า 20 ราย และติดเชื้อป่วยเกิน 2 พันคน ซึ่งพิษโควิด-19 ยังส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยว ภาคธุรกิจการค้าหยุดชะงักลง ลามไปถึงการผลิตในภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตรที่เป็นต้นทางของระบบห่วงโซ่คุณค่าเกิดการชะลอตัวลงด้วย ส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างมหาศาล

ข้อมูลล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าจีดีพีปีนี้จะติดลบทุกไตรมาส การท่องเที่ยวหดตัวลงสูงสุดถึง 42.8% โดยจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนหายไปกว่า 85% ในขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจากเกาหลีก็ลดลง 73% ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น ธุรกิจร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า และธุรกิจการบิน ต้องปิดตัวชั่วคราวหรือลดเส้นทางการบินลง และมีแนวโน้มที่การจ้างงานจะลดลงในระยะต่อไป รวมถึงประชาชนที่กังวลกับสถานการณ์โควิด -19 และภาระหนี้สินที่ยังอยู่ในระดับสูงต่างก็ลดการจับจ่ายใช้สอยลง


ในระหว่างนี้ เราได้เห็นภาพความร่วมแรงร่วมใจของภาคประชาชนและภาคเอกชนในการเข้ามามีส่วนร่วมช่วยบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นผู้มีชื่อเสียงในสังคม เช่น ดารา นักร้องคนดัง ที่เปิดพื้นที่โซเชียลมีเดียส่วนตัวให้ร้านค้าได้โฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าของตัวเองได้รวมถึงประชาชนและบริษัทเอกชนหลายรายที่ร่วมกันบริจาคเงิน หรือสิ่งของ และจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นเพื่อช่วยกันแก้ไขสถานการณ์ตามกำลังและความสามารถ

แต่ภาระอันหนักหน่วงและความหวังของประชาชนก็ยังคงอยู่ที่รัฐบาล ซึ่งนอกจากจะต้องเร่งแก้ปัญหาการระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อดูแลปกป้องสุขภาพของประชาชนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงนี้แล้ว ยังจำเป็นต้องเร่งหามาตรการเยียวยาเศรษฐกิจและกระตุ้นความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและประชาชนให้กลับคืนมาหลังผ่านพ้นวิกฤติโควิด-19 ซึ่งล่าสุด รัฐบาลได้ออกมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบคนละ 5,000 บาท ต่อเนื่อง 3 เดือน วงเงินงบประมาณ 4.5 หมื่นล้านบาท จำนวน 9 ล้านคน ส่วนค่าน้ำค่าไฟ ค่าแก๊สหุงต้มได้มีการลดราคาไปล่วงหน้าแล้ว

สิ่งสำคัญคือต้องมองต่อไปข้างหน้าหลังจากนี้ว่าพิษโควิดจะเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทางใด และรัฐบาลควรต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อดูแลประชาชนและฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะยาววิกฤติโควิดครั้งนี้ทำให้แรงงานหลายหมื่นคนขาดงาน ขาดรายได้ จำเป็นต้องย้ายกลับภูมิลำเนา รัฐบาลจึงควรเน้นการดูแลกระตุ้นเศรษฐกิจระดับชุมชน ให้เกิดการจ้างงาน มีการผลิต การทำเกษตรกรรมท้องถิ่นที่ทำให้ชุมชนเลี้ยงตัวเองได้ รวมทั้งต้องพัฒนาโครงสร้างในด้านสาธารณสุขมากขึ้น เพื่อรองรับประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบัน

และการเร่งพัฒนาด้านเทคโนโลยีเพื่อเข้าสู่สังคมดิจิทัลให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง วิกฤติครั้งนี้ทำให้ประชาชน ร้านค้า ผู้ประกอบการต้องหันมาใส่ใจเรื่องของอีคอมเมิร์ซและสังคมไร้เงินสด (cashless society) มากขึ้น การเติบโตของแอพพลิเคชั่นสำหรับซื้อขายออนไลน์ บริการขนส่ง แพลตฟอร์มที่ใช้สำหรับการประชุมทางไกลจะกลายเป็นความเคยชินของประชาชนมากขึ้น ซึ่งอาจจะพลิกโฉมประเทศไทยไปอย่างสิ้นเชิงหลังผ่านพ้นวิกฤติแล้วรัฐบาลเองต้องพัฒนาให้ทัน ขณะเดียวกันต้องวางระบบหรือมีกฎระเบียบที่สร้างโอกาสหรือสนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:16 น. ลิ่วตัดเชือก!'ช้างศึก'บุกทุบปินส์1-0จ่อแชมป์กลุ่มอาเซียน
22:08 น. สภากทม.ตั้งคกก.วิสามัญงบ 70 วงเงิน 9.3 หมื่นล้าน สก.พรรคประชาชน นั่งประธาน
22:07 น. กอ.รมน. นำสื่อสัญจรชายแดนใต้ 'ฉก.ร.5' กางแผนสกัด 4 ภัยคุกคามข้ามชาติ
21:58 น. หลวงพี่สวดไป ตัวสั่นไป ตรวจเจอฉี่ม่วง 3 เด้ง ซุกเคตามีนหลังมือถือ
21:53 น. เงินสะพัด 4.4 แสนล้าน! ด่านสะเดาแกร่ง ดันส่งออกพุ่ง ฟันดุลการค้าบวก 10%
ดูทั้งหมด
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ผบ.ตร.เซ็นอนุมัติแล้ว หมอทวีศิลป์ ลาออกราชการ มีผล 1 ส.ค.69
หมอเหรียญทอง เปิดเหตุผล ทำไมคนแห่ใช้ บัตรทองแพลตตินั่ม 'รพ.มงกุฎวัฒนะ' เพียบ
ซาอุฯ นำทัพใหญ่ผนึก 14 ชาติคุมน่านน้ำโลก จัดตั้งพันธมิตรป้องกันภัยทางทะเลพหุภาคี
เซบาสเตียน ลี อดีตสามี ดิว อริสรา เคลื่อนไหวเดือด โพสต์ภาพชูนิ้วกลาง-อัลตราซาวด์
ดูทั้งหมด
‘ธิษะณา ชุณหะวัณ’เปิดโปง‘พรรคส้ม’
ยับเยิน
โหดยกกำลัง 5(1)
ผู้แทนฯ กดบัตรลงคะแนนแทนกัน เลวร้ายกว่าเด็กเอนโกงดริ๊งก์
บุคคลแนวหน้า : 4 สิงหาคม 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลิ่วตัดเชือก!'ช้างศึก'บุกทุบปินส์1-0จ่อแชมป์กลุ่มอาเซียน

เงินสะพัด 4.4 แสนล้าน! ด่านสะเดาแกร่ง ดันส่งออกพุ่ง ฟันดุลการค้าบวก 10%

รมว.คลังสหรัฐฯ ส่งสัญญาณบวก จ่อบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน เปิดฮอร์มุซภายใน 2 วัน

​MRT แจงเหตุ พาวเวอร์แบงค์ ลุกไหม้บนรถไฟฟ้า สถานีอิสรภาพ คุมเพลิงได้ทันไร้เจ็บ

กลาโหมไทย-อินโดฯ จับมือแน่น กระชับสัมพันธ์ ถกความมั่นคงภูมิภาค

ปธน.เซเลนสกี สั่งเด้งทูตยูเครนประจำสหรัฐฯพ้นเก้าอี้ด่วน หลังรับตำแหน่งได้ไม่ถึง 1 ปี

  • Breaking News
  • ลิ่วตัดเชือก!\'ช้างศึก\'บุกทุบปินส์1-0จ่อแชมป์กลุ่มอาเซียน ลิ่วตัดเชือก!'ช้างศึก'บุกทุบปินส์1-0จ่อแชมป์กลุ่มอาเซียน
  • สภากทม.ตั้งคกก.วิสามัญงบ 70 วงเงิน 9.3 หมื่นล้าน สก.พรรคประชาชน นั่งประธาน สภากทม.ตั้งคกก.วิสามัญงบ 70 วงเงิน 9.3 หมื่นล้าน สก.พรรคประชาชน นั่งประธาน
  • กอ.รมน. นำสื่อสัญจรชายแดนใต้ \'ฉก.ร.5\' กางแผนสกัด 4 ภัยคุกคามข้ามชาติ กอ.รมน. นำสื่อสัญจรชายแดนใต้ 'ฉก.ร.5' กางแผนสกัด 4 ภัยคุกคามข้ามชาติ
  • หลวงพี่สวดไป ตัวสั่นไป ตรวจเจอฉี่ม่วง 3 เด้ง ซุกเคตามีนหลังมือถือ หลวงพี่สวดไป ตัวสั่นไป ตรวจเจอฉี่ม่วง 3 เด้ง ซุกเคตามีนหลังมือถือ
  • เงินสะพัด 4.4 แสนล้าน! ด่านสะเดาแกร่ง ดันส่งออกพุ่ง ฟันดุลการค้าบวก 10% เงินสะพัด 4.4 แสนล้าน! ด่านสะเดาแกร่ง ดันส่งออกพุ่ง ฟันดุลการค้าบวก 10%
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

อุทกภัยกำลังมาเยือน

อุทกภัยกำลังมาเยือน

4 ส.ค. 2569

เงิน4,500ล้านบาทอยู่ไหน

เงิน4,500ล้านบาทอยู่ไหน

3 ส.ค. 2569

ญี่ปุ่นลดภาษี…แล้วไทยทำได้หรือไม่

ญี่ปุ่นลดภาษี…แล้วไทยทำได้หรือไม่

1 ส.ค. 2569

ไฟใต้คำถามที่ไม่มีคำตอบ

ไฟใต้คำถามที่ไม่มีคำตอบ

31 ก.ค. 2569

อย่าถูกปั่นเป็นจิ้งหรีด

อย่าถูกปั่นเป็นจิ้งหรีด

30 ก.ค. 2569

เจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026

เจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026

29 ก.ค. 2569

รัฐบาลเทปั๊มน้ำมัน BM-21

รัฐบาลเทปั๊มน้ำมัน BM-21

28 ก.ค. 2569

ตัวการอุบาทว์ที่แท้จริง

ตัวการอุบาทว์ที่แท้จริง

27 ก.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved