วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
รัฐบาลประธานาธิบดี ซูเบียนโต ปราโบโว แห่งอินโดนีเซีย ส่งกำลังทหารเข้ายึดสวนปาล์มน้ำมันของเอกชนหลายสิบล้านไร่ สร้างความหวั่นวิตกแก่ผู้ประกอบการที่อยู่ในข่ายละเมิดกฎหมายป่าไม้ ผู้ประกอบการบางรายถึงกับประณามว่า “ทำไมรัฐบาลกลายเป็นราชาแห่งโจรไปได้”
แต่หากมองจากความคลุมเครือในเอกสารสิทธิครอบครองพื้นที่ทำสวนปาล์มกว้างใหญ่ไพศาล อาจพูดได้ว่า รัฐบาลริบทรัพย์ที่โจรได้ จากการใช้ที่ดินผิดกฎหมายมาเป็นเวลานาน บริษัทเจ้าของสวนปาล์มหลายรายเหมือนกับนักการเมือง และผู้มีอิทธิพลในประเทศไทย ที่กว้านซื้อที่ดินแปลงใหญ่เป็นร้อยๆ ไร่ มาจากชาวบ้านซึ่งบุกรุกป่าผิดกฎหมาย หรือ กว้านที่ ส.ป.ก. ที่เจ้าของสิทธิ์ทำกินรวบรวมกันขายให้นายทุนซื้อทำสนามกอล์ฟ หรือซื้อที่ธรณีสงฆ์อย่างคลุมเครือทางกฎหมาย เป็นหลายพันไร่ กลายเป็นสนามกอล์ฟและบ้านจัดสรร จนเกิดปัญหาเรื้อรังฉันใด เจ้าของสวนปาล์มในอินโดนีเซียก็มีพื้นที่ปลูกปาล์มหลายร้อยไร่มีความคลุมเครือทางกฎหมายฉันนั้น
เมื่อเหตุการณ์คล้ายกัน ถือโอกาสนี้ นำบทความพิเศษสำนักข่าวรอยเตอร์ส เรื่อง “ความกลัวปกคลุมทั่วอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันเมื่อทหารยึดสวนปาล์ม..” มาแชร์ความเห็นกัน
รอยเตอร์สเปิดฉากที่เมืองซัมพิต ว่า ทหารอินโดนีเซีย ในชุดพรางเดินแถวเข้าสวนปาล์มของเอกชนในเกาะบอร์เนียว เมื่อปลายเดือนมิถุนายน แล้วติดป้ายประกาศว่า “ทรัพย์สินนี้อยู่ภายใต้การควบคุมบริหารจัดการของรัฐบาล”
ปฏิบัติการครั้งนั้นเกิดขึ้นที่สวนปาล์มเมลาตี ฮานจาลิปัน เป็นตัวอย่างหนึ่งที่รัฐบาลใช้ทหารเข้ายึดสวนปาล์มเอกชนได้สร้างความหนาวสะท้านไปทั่วแหล่งปลูกปาล์มน้ำมันใหญ่ที่สุดในโลก และมีแรงงานในอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันกว่า 16 ล้านคน จากพื้นที่ถูกยึด 3.7 ล้านเฮกตาร์ (ประมาณ 25 ล้านไร่) และครึ่งหนึ่งของสวนปาล์มที่ยึดได้ถูกโอนไปเป็นของบริษัทอากรีนาส นาสเซนนูซันตารา ซึ่งเป็นวิสาหกิจของรัฐที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นใหม่ เป็นบริษัทน้ำมันปาล์มรายใหญ่ที่สุดหากนับจากพื้นที่ได้ยึด
การยึดสวนปาล์มที่อยู่ในข่ายทำผิดกฎหมายป่าไม้ ทำตามคำสั่งประธานาธิบดี ซูเบียนโต ปราโบโว ที่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มอินโดนีเซีย เป็นเหตุให้พื้นที่ปลูกปาล์ม 5 ล้านเฮกตาร์ (ประมาณ 350 ล้านไร่) อยู่ภายใต้การตรวจสอบของทหาร นั่นหมายความว่า 30% ของปาล์มน้ำมันทั่วประเทศ
พื้นที่ยึดได้ในที่สุดถูกโอนให้บริษัทอากรีนาส ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม กล่าวว่า อากรีนาส มีเครื่องมือแย่มาก และผู้บริหารไม่มีความรู้ความสามารถไม่มีประสบการณ์
“เราตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจะไม่มีคอร์รัปชั่นอีก ไม่มีคดีที่ไม่อาจตรวจสอบได้อีก” ปราโบโว กล่าวต่อคณะรัฐมนตรีวันที่ 20 ตุลาคม 2024 ระหว่างตรวจสอบบัญชีที่พื้นที่ต้องยึด
ปราโบโว ตั้งอดีตผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ เป็นผู้นำการยึดสวนปาล์มตามคำสั่ง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า ปราโบโวได้ขยายบทบาททหารในกิจการพลเรือนอย่างกว้างขวาง และได้สร้างความหวาดกลัวว่าอำนาจนิยมในยุคซูฮาร์โตจะหวนคืนมา
นอกจากนั้น เขาแต่งตั้งนายพลนอกราชการ เป็นประธานบอร์ดบริหารอากรีนาสและตั้งกองกำลังเฉพาะกิจทหาร ตำรวจ และอัยการตรวจสอบสวนปาล์ม ที่บุกรุกป่าสงวนตามคำสั่งของประธานาธิบดี
รอยเตอร์สสัมภาษณ์ผู้บริหารสิบกว่าบริษัทและผู้ปลูกปาล์มทั่วประเทศ รวมทั้งสัมภาษณ์ผู้ตรวจสอบอุตสาหกรรมปาล์มพบว่าความกลัวแพร่กระจายทั่วไปเกี่ยวกับอนาคตผู้ประกอบการ
และกลัวว่าผลผลิตตกต่ำลงส่งผลกระทบการขายทั่วโลก
นับเป็นครั้งแรกที่สามบริษัทปลูกปาล์มน้ำมันรายใหญ่กล่าวว่า พวกเขาลดใส่ปุ๋ยปาล์มที่คาดว่าจะถูกยึด ทำให้ผลผลิตลดลงในรอบเก็บเกี่ยวที่จะมาถึง
“ไม่มีบริษัทไหนกล้าทักท้วงหรือต่อต้านการยึดหรือจัดตั้งอากรีนาส” ผู้บริหารคนหนึ่งกล่าวโดยไม่ขอเปิดเผยนาม...“เมื่อรัฐบาลใช้ทหาร ตำรวจ บริษัทเอกชนอย่างเราทำอะไรได้จะประท้วงหรือ คุณคิดว่าเรากล้าไหม” ผู้บริหารคนหนึ่งกล่าว และ เสริมว่า อินโดนีเซียมีเดิมพันสูงมาก กว่าครึ่งหนึ่งของการบริโภคน้ำมันปาล์มทั่วโลกผลิตในอินโดนีเซียและส่งออกมูลค่าปีละกว่า 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ
ก่อนการปราบปรามกลุ่มอุตสาหกรรม Gapki คาดการณ์ว่าผลผลิตจะสูงขึ้นเล็กน้อย ปี 2025 ถึง 53.63 ล้านตัน แต่ประธาน แออดี้ มาร์โตโน กล่าวว่า ความไม่แน่นอนอาจทำให้ผลผลิต
ต่ำลง เหมือนต้นปีที่แล้ว
ทีมงานขับรถโฟร์วีลจากเมืองแซมพา ผ่านป่าดงดิบและถนนฝุ่นประมาณ 2 ชั่วโมงไปถึง เทลาตี ฮานจาลิปัน นิคมสวนปาล์มในพื้นที่ 105 เฮกตาร์ (ประมาณ 680 ไร่) ที่เผชิญกับความไม่แน่นอนว่าในอนาคตจะอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลหรือไม่ เป็นเหตุให้ผลผลิตตกลงเหลือ 23 ตัน จากปกติ 80-100 ตัน หัวหน้านิคม ซาบารานี่ กล่าว
เขาอธิบายว่าผู้ดูแล และหุ้นส่วนไม่อยากรักษาเก็บพื้นที่ไว้เนื่องจากปัญหาขัดแย้งทางกฎหมาย “ทำไมรัฐกลายเป็นราชาแห่งโจรไปได้?” เขาถาม
ซาบารานี่ ยอมรับว่าพื้นที่ตรงนี้เดิมเป็นป่าดงดิบที่บริษัทดัตช์ตัดไม้ไปขายจนกลายเป็นป่าเสื่อมโทรม ทิ้งร้างหลายทศวรรษและเป็นพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิถูกต้อง ครั้งหนึ่งนิคมของเขาได้รับสัมปทานจากรัฐบาลท้องถิ่น และเมื่อหมดอายุสัมปทาน รัฐบาลกลางออกกฎหมายใหม่พื้นที่กลายเป็นป่าสงวนที่ต่อสัมปทานใหม่ไม่ได้
กรณี เมลาตี ฮานจาลิปัน จึงเป็นกระจกสะท้อนประสบการณ์ผู้ปลูกปาล์มจากที่ดินบรรพบุรุษเคยทำกินมาก่อน บัดนี้ถูกกล่าวว่า บุกรุกป่าสงวน การยึดสวนปาล์มส่งผลกระทบเกษตรรายย่อยหลายหมื่นราย โดยสมาคมที่เป็นตัวแทนพวกเขากล่าวว่า “เราไม่ต้องการร่วมกับอากรีนาสโดยไม่มีกฎหมายรองรับ” ซาบารานี่ กล่าว “เราไม่ต้องการถูกใช้เป็นเครื่องมือทำงานให้พวกเขาแต่ยังคงผิดกฎหมาย”
ปราโบโว สร้างชื่อเสียงด้วยโครงการจัดหาอาหาร และพลังงานจำเป็นให้พอเพียงภายในห้าปี และอากรีนาส ได้ทดสอบความสำเร็จของเขา โดยการผลิตไบโอดีเซลผลิตจากน้ำมันปาล์ม และควบคุม 30% ของตลาดน้ำมันปรุงอาหารในประเทศ
กองกำลังเฉพาะกิจจัดตั้งในเดือนมกราคม และควบคุม โดย อากุส ซูโตโม อดีตผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษ เป็นมือทำงานให้ปราโบโว และ สนับสนุนอากรีนาส เขาไม่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมน้ำมัน แต่มีเป้าหมายปราบปรามกลุ่มบริษัทปาล์มน้ำมันสงสัยอยู่ในข่ายฟอกเงิน
ถึงเดือนกันยายน ซูโตโม เข้าควบคุม สวนปาล์ม 1.5 ล้านเฮกตาร์ และ กล่าวว่าตั้งเป้าหมายให้ได้ 3 ล้านเฮกตาร์ภายในปี 2025 “งานของผมเคยปิดบังหลบซ่อน แต่บัดนี้ผมได้รับคำสั่งให้ดูแลปาล์มน้ำมัน” เขากล่าวในสภา “นี่เป็นอาณัติ เป็นเกียรติ ถึงแม้ว่าผมไม่มีความรู้ด้านนี้เลย”
ซูโตโม กล่าวด้วยว่า กองกำลังเฉพาะกิจจับตาที่อุตสาหกรรมชื่อดังบางแห่ง บริษัทย่อยจดทะเบียนในสิงคโปร์เช่น Wilmar, Guthrie, Sinar Mas Group และ Gargill บริษัทเหล่านี้อยู่ในบัญชีจับตาของกรมป่าไม้ฐานละเมิดกฎหมายป่าสงวน
Wilmar รายงานผลผลิตเพิ่มขึ้น 5% ครึ่งแรกของปีถึงแม้เจออุปสรรค “แต่ผลสรุปตลอดทั้งปีขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง” เจ้าหน้าที่ของ Wilmar บอกรอยเตอร์ส เขากล่าวว่า Wilmar มีส่วนร่วมกับอากรีนาส สองสามแปลง และสนับสนุนการตรวจสอบสวนปาล์มผิดกฎหมาย
Cargill กล่าวว่า บริษัททราบเรื่องการสอบสวน และมีการเจรจากับเจ้าหน้าที่อย่างสร้างสรรค์ SD Guthrie ไม่แสดงความคิดเห็นจากคำถาม แต่กล่าวว่าสวนปาล์มของบริษัทได้รับผลกระทบ 3% ในเดือนสิงหาคม First Resources และ Muslim Mas ไม่ให้ความเห็นจากคำถามรอยเตอร์ส
การยึดสวนปาล์มสะท้อนให้เห็นว่ากฎหมายที่ดินคลุมเครือ ซับซ้อนมาหลายทศวรรษ ตั้งแต่ปาล์มน้ำมันบูมในทศวรรษ 1990 ผู้ประกอบการปาล์มน้ำมันบุกร้างถางป่ากันอย่างมโหฬาร ในพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ และบนพื้นที่เปลี่ยนเจ้าของหลายมือ หลายทอดจนยากจะตามหาผู้บุกรุกป่าคนแรกได้ แม้แต่หลังจากรัฐบาลออกกฎหมายป่าไม้ใหม่ก็ยังมีการบุกรุกป่าตลอดเวลา
ผู้บริหารระดับสูงสามรายกล่าวว่า พื้นที่ปลูกปาล์มของพวกเขาได้รับเอกสารสิทธิถูกต้อง แต่รัฐบาลกล่าวว่า ได้เอกสารสิทธิมาอย่างคลุมเครือ แม้แต่โฉนดที่ดินถาวรที่บริษัทถือครองมานานก็ยังถูกตรวจสอบทำให้นักลงทุนกังวลอย่างมาก
ความกังวลของนักลงทุนอาจเป็นผลฉุดรั้งผลผลิตไปอีกหลายปีโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตเชื่องช้าลงเนื่องจากต้นปาล์มแก่และการขออนุญาตปลูกใหม่ในพื้นที่ดั้งเดิมก็ยากลำบาก ผลิตผลลดลงอย่างมีนัยส่งผลกระทบ ถึงตลาดการบริโภคน้ำมันทั่วโลก และมันตึงตัวมากขึ้นเมื่ออินโดนีเซียใช้น้ำมันปาล์มเป็นไบโอดีเซลทั้งหมด
รัฐมนตรีกลาโหม ผู้นำหน่วยเฉพาะกิจ กล่าวว่า “อากรีนาสต้องรับประกันว่าผลผลิตไม่ตก” แต่การสัมมนาอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มในมุมไบ นักวิเคราะห์เตือนว่าผลผลิตลดลงอย่างมีนัยหากยังคงเดินหน้ายึดสวนปาล์มเอกชน
“เราประเมินว่าผลผลิตจากอินโดนีเซียจะสูงขึ้น 0.7 ล้านตันปีหน้า แต่ผมไม่แปลกใจหากการขยายตัวกลายเป็นลดลงในเมื่อการลงทุนลดลง” โธมัส ไมเอลกี ผู้คาดการณ์น้ำมันโลกกล่าว
นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมโตราบ มีซาตี สะท้อนความกังวล“การคุกคามโดยยึดเป็นของรัฐทำให้ผลผลิตตกลงทันที”
บริษัท/เจ้าของสวนปาล์มที่ใช้ป่าสงวนและใช้พื้นที่ของรัฐผิดกฎหมาย เป็นปัญหาเรื้อรังยากจะแก้ได้เนื่องจากทุจริตคอร์รัปชั่น และอิทธิพลการเมืองเข้ามาพัวพัน ซึ่งก็คล้ายกับปัญหาที่ดินเขากระโดง และสนามกอล์ฟอัลไพน์ในประเทศไทย แตกต่างกันตรงที่รัฐบาลอินโดนีเซีย ใช้อำนาจเผด็จการผสมประสานกับการบังคับใช้กฎหมาย อินโดนีเซียถึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ระดับหนึ่ง
ส่วนประเทศไทยใช้อิทธิพลการเมืองปนกับหลักกฎหมายในการแก้ปัญหาการฮุบที่ดินของรัฐ ฮุบที่ดินป่าสงวนฯ ตลอดถึงที่ดินธรณีสงฆ์ การใช้อิทธิพลทางการเมืองปนกับบังคับใช้กฎหมายร้อยปีก็แก้ปัญหาฮุบที่รัฐไม่ได้ ตราบใดที่คนไทยเลือกนักการเมืองไม่โปร่งใสมาเป็นฝ่ายบริหาร
สุทิน วรรณบวร

'แชป-รุ้ง'เปิดใจทุกแง่มุม - ข้อคิด 'การเพิ่มทางเลือกให้ชีวิต'ของ'บุญรอด อารีย์วงษ์'
เปิดมิติใหม่จากจอซีรีส์สู่เวทีลิเก! 'ลูกหมี - ซอนญ่า'คณะคุณแฟนบ้านนอก X ลิเก คณะ ศรราม น้ำเพชร
หัวใจเสริมใยเหล็ก!แข้งหญิงอิหร่านปฏิเสธร้องเพลงชาติ
โอดคนไทยถูกกดขี่ ชาวสวนสงขลา ร้อง สว. จี้รัฐจัดการล้งจีน กดราคามะพร้าว 1-2 บาท
นายกฯ เรียกถกด่วนติดตามสถานการณ์สู้รบตะวันออกกลาง กต.คาดยืดเยื้ออย่างน้อย 4 สัปดาห์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี