วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / ที่นี่แนวหน้า
ที่นี่แนวหน้า

ที่นี่แนวหน้า

วิภาวดี หลักสี่
วันเสาร์ ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2564, 02.00 น.
หลักประกันสุขภาพกับความยั่งยืน

ดูทั้งหมด

  •  

สัปดาห์นี้ “ที่นี่แนวหน้า” ขอนำเสนอมุมมองจาก ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย นักวิชาการอิสระและอดีตนักวิจัยแลกเปลี่ยนด้านระบบสาธารณสุข. Harvard T.H. Chan School of Public Health ที่บอกเล่าในงานเสวนา (ออนไลน์) เรื่อง “การพัฒนาประสิทธิภาพทางการคลังที่ยั่งยืนสำหรับระบบประกันสุขภาพ” ซึ่งแม้ประเทศไทยได้รับการยกย่องจากนานาชาติในเรื่องการจัดสวัสดิการสุขภาพแบบถ้วนหน้า แต่ก็กำลังเผชิญความท้าทายคือการเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่ถึงจะมีการรณรงค์ให้รักษาสุขภาพแต่สุดท้ายการเจ็บป่วยย่อมต้องเกิดขึ้น รวมถึงตัวแปรล่าสุดอย่างการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจทำให้รัฐบาลไม่สามารถเก็บภาษีได้ตามเป้าที่ตั้งไว้

คำถามที่ตามมา “ระบบที่มีอยู่จะมีความยั่งยืนเพียงใด?” ขณะที่แนวคิด “บูรณาการ 3 กองทุน” ทั้งสวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคมและบัตรทองเข้าด้วยกัน สามารถทำได้หลายแนวทาง เริ่มตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป ได้แก่ 1.กำหนดให้คนทำงานรุ่นใหม่อยู่ในสิทธิบัตรทองเพียงอย่างเดียวทั้งหมด พบว่า เมื่อถึงปี 2573 จะไม่ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพรวมเท่าใดนัก โดยลดเพียงร้อยละ 0.64 เท่านั้น นอกจากนี้ยังต้องคิดถึงกลุ่มประกันสังคมอย่างรอบคอบ เพราะควรมีระบบให้คนที่มีความพร้อมร่วมจ่ายเพื่อรับผิดชอบตนเอง


2.กำหนดให้ค่าใช้จ่ายต่อหัวของสวัสดิการข้าราชการและประกันสังคมคงที่ พบว่า เมื่อถึงปี 2573 จะลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพรวมลงได้ร้อยละ1.04 ยังถือว่าน้อยอยู่ อีกทั้งระบบนี้ยังไม่เป็นธรรมกับกลุ่มประกันสังคมเพราะเป็นผุ้จ่ายเงินสมทบ และ 3.กำหนดให้ต้องมีการร่วมจ่ายในทุกกองทุนไม่ว่าสวัสดิการข้าราชการ ประกันสังคมและบัตรทอง หนทางนี้แม้ด้านหนึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายภาครัฐได้ แต่อีกด้านหมายถึงภาคเอกชนจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

ดังนั้นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงด้วยคือจะคุ้มครองสิทธิของกลุ่มเปราะบางหรือผู้ด้อยโอกาสอย่างไร เช่น เงินส่วนต่างร่วมจ่าย 300 บาท หรือแม้แต่ 100 บาทคนทั่วไปอาจจะมองว่าไม่มาก แต่กับคนยากจนมองว่ามาก นอกจากนี้ แนวทางร่วมจ่ายน่าจะถูกต่อต้านคัดค้านอย่างรุนแรง การจะหาใครสักคนมาผลักดันและอนุมัติให้เปลี่ยนแปลงไปใช้แนวทางดังกล่าวจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง “รัฐยังมีช่องทางหารายได้งบประมาณในรูปแบบมาตรการทางภาษีเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ” เช่น การเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 8 โดยกำหนดให้ชัดเจนว่าส่วนที่เก็บเพิ่มนี้ให้นำไปใช้ด้านการทำสวัสดิการประชาชนเท่านั้น, การปรับค่าลดหย่อนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF), ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ภาษีราคาทรัพย์สิน (Capital Gain Tax) เป็นต้น “แต่ความท้าทายคือ..รัฐบาลจะกล้ากับคนกลุ่มน้อยที่มีอำนาจและอิทธิพลหรือไม่” เพราะรัฐบาลมักต้องช่วยรักษาผลประโยชน์หรือมีประโยชน์ผูกพันกับคนกลุ่มนี้ด้วย

ทีปกร ยกตัวอย่าง “มาตรการลดหย่อนภาษี” ซึ่งพบว่า “คนร่ำรวยได้ประโยชน์มากกว่าคนทั่วไป” โดยประเทศไทยนั้นเก็บภาษีได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับอีกหลายประเทศ แต่หากเก็บได้เต็มศักยภาพจะเพิ่มรายได้ได้อีกร้อยละ 20-30 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) และประเทศยังใช้มาตรการทางภาษีและเงินโอนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศที่มีการทำรัฐสวัสดิการดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนได้ดี

“Earmarked Taxes (การเก็บภาษีโดยระบุให้ชัดเจนว่าจะนำเงินภาษีส่วนนี้ไปใช้ทำอะไร) จะมีแรงต้านน้อยกว่า แต่ว่ารายได้น้อยและค่อนข้างจะขัดกับหลักทั่วไปทางภาษี อาจจะทำได้ในการเก็บในรูปของกองทุน แต่เงินมันก็จะไม่พออยู่ดี ถ้าการเพิ่ม VAT สามารถทำได้ทันทีเพราะมีกฎหมายรองรับแล้ว สามารถเป็น
รายได้พอสมควร เป็นรายได้มากแล้วก็มีศักยภาพเป็นแหล่งรายได้หลักสำหรับสวัสดิการได้

แต่ปัญหาคือภาระภาษีของคนจนมันจะมากกว่าเมื่อเทียบกับรายได้ และจะมีแรงต่อต้านสูงทั้งประชาชนและเอกชนด้วย โดยเฉพาะถ้าเก็บ VAT แล้วเอาไปใช้อย่างอื่น ไปซื้อเรือดำน้ำ หรือยังมีการคอร์รัปชั่นก็คงไม่อยากเก็บภาษีเพิ่ม แล้วสุดท้ายคือการปฏิรูปภาษี ข้อดีคือเป็นแหล่งรายได้มาก สามารถสร้างความเป็นธรรมให้กับสังคม มีการกระจายรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ แต่ปัญหาคือมีแรงต่อต้านสูงจากผู้มีอำนาจ” ทีปกร กล่าว

“การจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณ” ก็อีกประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ เช่น ในรอบ 10 ปีล่าสุด (2554-2563) พบว่า กระทรวงกลาโหมได้งบประมาณสูงกว่ากระทรวงสาธารณสุข ถึงกระนั้น “การสร้างความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องการเมืองมากกว่าวิชาการ” นักวิชาการทำการศึกษาวิจัย เมื่อถามว่าจะนำงานวิจัยไปทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรมได้อย่างไรก็อาจไม่มีคำตอบเพราะการผลักดันทางการเมืองนั้นยากกว่า จึงมีข้อเสนอ 3 ประการคือ

1.ใช้กลยุทธ์ “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา”หมายถึงองค์ประกอบทั้งภาควิชาการ ภาคสังคมและภาคการเมือง ในการผลักดันเพื่อเพิ่มงบประมาณด้านสาธารณสุข เพราะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะหากคนไทยมีสุขภาพดีก็จะเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจด้วย 2.ปฏิรูปมาตรการทางภาษี เช่น เก็บภาษีความมั่งคั่งจากคนรวย หรือเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยระบุให้ชัดว่าส่วนที่เก็บเพิ่มนี้นำไปใช้ด้านสาธารณสุขหรือสวัสดิการ 3.บุคลากรสาธารณสุขต้องช่วยประชาชนเรียกร้อง เพื่อประโยชน์ต่อระบบสาธารณสุขเอง รวมถึงยังลดความเหลื่อมล้ำและความขัดแย้งทางการเมืองด้วย

“ถ้ามองโดยภาพรวมไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ การใช้จ่ายด้านรัฐสวัสดิการจะช่วยลดความยากจนได้ แล้วก็มีบทบาทมากขึ้น เมื่อก่อนรายจ่ายด้านสวัสดิการของรัฐมีส่วนแค่ 2% ในการลด Poverty (ความยากจน) อันนี้ช่วง 1988-1996 (2531-2539) ในช่วงหลัง (2000-2013 หรือ 2543-2556) นี่มีบทบาทถึง 10% ในการลดความยากจนของไทย ก็คือเพิ่มขึ้นเกือบ 10% ที่มีส่วน (Contribute) ลดความยากจน มีข้อโต้แย้งจากคนที่ว่าทำไมเขาจ่ายภาษีเยอะกว่า คนที่จ่ายภาษีน้อยกว่าเขาควรจะได้สวัสดิการเท่าเขาหรือ

อันนี้เลยอยากจะแสดงให้เห็นว่า จริงๆ แล้วอย่างที่ทุกท่านทราบกันดีว่าประเทศไทยพัฒนาเศรษฐกิจมาได้ด้วยการกดค่าแรง คำถามก็คือว่าแล้วส่วนเกินของแรงงาน มูลค่าส่วนเกิน (Surplus Value) มันหายไปไหน ดัชนีผลิตภาพแรงงานสูงกว่าอัตราการเติบโตของดัชนีค่าจ้างทั่วไปและดัชนี (ค่าจ้าง) ขั้นต่ำ ก็คือส่วนที่เขาควรจะได้ ส่วนที่เขาหายไปเขาควรจะได้จาก Productivity (ความสามารถในการผลิต) ที่เพิ่มขึ้น ใครเป็นคนเอาไป แล้วเราควรเอาคืนกลับมาให้แรงงานเหล่านั้นได้อย่างไร” ทีปกร ระบุ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
17:52 น. อนุทินเชือดไก่ให้ลิงดู ประกาศสงครามสแกมเมอร์! ยึดทรัพย์เรียบหมื่นล้าน
17:36 น. ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ อริชา จ่าทอง เหยื่อเครนรถไฟความเร็วสูงถล่ม
17:34 น. ช่างซ่อมรถเครียด! ‘ปลิดชีพดับคาอู่’ หลังถนนสร้างล่าช้า-ทำลูกค้าหายเกลี้ยง
17:21 น. ‘ผู้การนนท์’กำชับ‘สภ.รัตนาธิเบศร์’ เฝ้าระวังร้านทอง คุมเข้มยาเสพติด-บ่อน
17:15 น. พ่อเจ ไม่ทน เชือด เพจดังปล่อยข่าวปลอม เจ้าขุน เจ้านาย
ดูทั้งหมด
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 14-20 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 17-23 ม.ค.69
มาแล้ว! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 16-22 ม.ค.69
ครั้งแรกในรอบ9ปี ทะเลสาบบาลาตอน กลายเป็นน้ำแข็ง ปชช.เริ่มแสดงความกังวล
ตรวจผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 17 มกราคม 2569
ดูทั้งหมด
อย่าเห็นชอบ กับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
‘เท้ง เด็กทอน’ว่าที่‘นายกฯว่าว’
ตื่นตาตื่นใจพร้อมเดินก้าวต่อไปข้างหน้า ปีใหม่ ๒๕๖๙ ด้วยสติปัญญาความจริง 3
ขว้างงูไม่พ้นคอ
ปรากฏการณ์ศุภจี
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เปิดหน้าตา ระเบิดเวลา ในช่องท้อง หมอเผย 'ไขมันที่มองไม่เห็น' อันตรายกว่าที่คิด

เจ้าชายแฮร์รี เสด็จกลับอังกฤษสู้คดีกับสื่อยักษ์ใหญ่ ข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัว

หิ้วฝากขังผู้ต้องหา เอี่ยวโจมตีเว็บรัฐ เชื่อมเข้าเว็บพนันออนไลน์

ศาลพร้อมตรวจสอบ! หลังถูกพาดพิง เอี่ยววิ่งเต้นให้ประกันกลุ่มจีนเทา

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สุชาติ-มนูภาน 2 กรรมการ ป.ป.ช. พ่วงแต่งตั้ง สุรพงษ์ เลขาฯ ป.ป.ช.

เพจดังแฉยับ ดีเจมือปลาหมึก ใช้คราบ ผู้ให้อาชีพ ล่อลวงสาว ถ่ายเซ็กซี่ หวังเคลมกาม

  • Breaking News
  • อนุทินเชือดไก่ให้ลิงดู ประกาศสงครามสแกมเมอร์! ยึดทรัพย์เรียบหมื่นล้าน อนุทินเชือดไก่ให้ลิงดู ประกาศสงครามสแกมเมอร์! ยึดทรัพย์เรียบหมื่นล้าน
  • ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ อริชา จ่าทอง เหยื่อเครนรถไฟความเร็วสูงถล่ม ในหลวง โปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพเป็นกรณีพิเศษ อริชา จ่าทอง เหยื่อเครนรถไฟความเร็วสูงถล่ม
  • ช่างซ่อมรถเครียด! ‘ปลิดชีพดับคาอู่’ หลังถนนสร้างล่าช้า-ทำลูกค้าหายเกลี้ยง ช่างซ่อมรถเครียด! ‘ปลิดชีพดับคาอู่’ หลังถนนสร้างล่าช้า-ทำลูกค้าหายเกลี้ยง
  • ‘ผู้การนนท์’กำชับ‘สภ.รัตนาธิเบศร์’ เฝ้าระวังร้านทอง คุมเข้มยาเสพติด-บ่อน ‘ผู้การนนท์’กำชับ‘สภ.รัตนาธิเบศร์’ เฝ้าระวังร้านทอง คุมเข้มยาเสพติด-บ่อน
  • พ่อเจ ไม่ทน เชือด เพจดังปล่อยข่าวปลอม เจ้าขุน เจ้านาย พ่อเจ ไม่ทน เชือด เพจดังปล่อยข่าวปลอม เจ้าขุน เจ้านาย
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

เหตุเครนลอนเชอร์ถล่มซ้ำซาก เกินเยียวยา

17 ม.ค. 2569

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

‘อว. For Kids – Skill for Future’ เรียนรู้ เล่นจริง..วันเด็กแห่งชาติ’69

10 ม.ค. 2569

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

เส้นทางแห่งปัญญาจาก ‘นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ’ สู่ ‘คนรุ่นใหม่’

3 ม.ค. 2569

PSMD เปิดรับปริญญาโท  เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’  เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

PSMD เปิดรับปริญญาโท เร่งผลิต ‘นักฟิสิกส์การแพทย์’ เพื่อประโยชน์สูงสุดกับผู้ป่วย

26 ธ.ค. 2568

อว.ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’  ทำโคราชเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’

อว.ชู ‘วิจัยติดดิน กินได้’ ทำโคราชเป็น ‘ศูนย์กลางนวัตกรรม’

19 ธ.ค. 2568

อว.เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน  ชง ‘คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ’ บรรเทาผลกระทบ

อว.เร่งนำงานวิจัยสู้ภัยพิบัติ-เยียวยาประชาชน ชง ‘คืนค่าเทอม-เลื่อนสอบ’ บรรเทาผลกระทบ

12 ธ.ค. 2568

​สปสช. จับมือ ไปรษณีย์-ธ.กรุงไทย ส่งเวชภัณฑ์ ‘ฟอกไต’ ช่วยผู้ป่วยพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

​สปสช. จับมือ ไปรษณีย์-ธ.กรุงไทย ส่งเวชภัณฑ์ ‘ฟอกไต’ ช่วยผู้ป่วยพื้นที่น้ำท่วมภาคใต้

6 ธ.ค. 2568

ดันเสน่ห์อาหารไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ มอบตรา ‘Thai SELECT’ 202 ร้านค้าทั่วประเทศ

ดันเสน่ห์อาหารไทยเป็นซอฟต์พาวเวอร์ มอบตรา ‘Thai SELECT’ 202 ร้านค้าทั่วประเทศ

29 พ.ย. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved