วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวานนี้ กล่าวถึงการโกหกบิดเบือนของหัวหน้าพรรคก้าวไกลนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
วันนี้ เป็นกรณีโกหกบิดเบือนของอดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่นายปิยบุตร แสงกนกกุล
ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ ได้เชิญชวนนายพิธา นายธนาธร นายปิยบุตร นายรังสิมันต์ ฯลฯ ให้มาดีเบตครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะประเด็นที่ให้ร้ายสถาบันเรื่องงบสถาบันพระมหากษัตริย์
แต่คนพวกนี้ ก็ไม่มีใครมา
ล่าสุด อาจารย์อานนท์ได้จับโกหกนายปิยบุตร กรณีบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับเงินปีของพระมหากษัตริย์
ก่อนหน้านี้ นายปิยบุตรได้อธิบายเจตนารมณ์ในการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 2 พระมหากษัตริย์ในข้อ 8 ไว้ว่า
“กำหนดระบบเงินรายปีแก่พระมหากษัตริย์ โดยให้สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจในการกำหนดวงเงินและอนุมัติ และให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการใช้จ่ายเงินรายปีและรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรทราบ”
ในรัฐธรรมนูญหมวด 2 ฉบับร่างโดยปิยบุตรได้เขียนเอาไว้ว่า
“มาตรา 12 พระมหากษัตริย์ทรงมีเงินรายปีเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประมุขของรัฐ การเสด็จพระราชดำเนิน การต้อนรับพระราชอาคันตุกะ เงินเดือนสำหรับข้าราชการในพระองค์ การบำรุงรักษาพระราชวัง การรักษาความปลอดภัย ค่าใช้จ่ายของพระราชบิดาพระราชมารดา พระราชโอรส พระราชธิดา พระเชษฐา พระเชษฐภคินี พระอนุชา และพระขนิษฐาของพระมหากษัตริย์ และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประมุขของรัฐ
ให้สภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่และอำนาจในการกำหนดวงเงินและอนุมัติเงินรายปีในทุกสี่ปีอย่างสมพระเกียรติและพระราชสถานะของพระมหากษัตริย์ตามสมควร โดยต้องพิจารณาถึงสภาวะทางเศรษฐกิจ สถานะทางการคลังของประเทศ ตลอดจนความจำเป็นเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณรายจ่ายประจำปีของหน่วยรับงบประมาณอื่นประกอบด้วย
ให้คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินรายปีของพระมหากษัตริย์และรายงานให้สภาผู้แทนราษฎรทราบทุกปี”
ดร.อานนท์ชี้ว่า เมื่อเราวิเคราะห์จากวรรค 1 ของมาตรา 12 ที่ปิยบุตรเขียนไว้นั้น ก็จะเห็นได้ว่า มีทั้ง เงินปี อันได้แก่ ค่าใช้จ่ายของพระราชบิดาพระราชมารดา พระราชโอรส พระราชธิดา พระเชษฐา พระเชษฐภคินี พระอนุชา และพระขนิษฐาของพระมหากษัตริย์ ส่วนเงินงบประมาณประจำปี คือพระมหากษัตริย์ทรงมีเงินรายปีเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประมุขของรัฐ การเสด็จพระราชดำเนิน การต้อนรับพระราชอาคันตุกะ เงินเดือนสำหรับข้าราชการในพระองค์ การบำรุงรักษาพระราชวัง การรักษาความปลอดภัย และค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประมุขของรัฐ
.jpg)
“...ในความเป็นจริงนั้น รัฐบาลจัดสรรเงินปี ถวายในหลวงและสมเด็จพระราชินี องค์ละ 60 ล้านบาทต่อปี เพื่อให้ใช้สอยเป็นการส่วนพระองค์ ตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกาการจ่ายเงินเดือน เงินปี บำเหน็จ บำนาญและเงินอื่นในลักษณะเดียวกัน พ.ศ.2542
แต่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวไม่ทรงรับเงินปีที่รัฐบาลจัดถวายตั้งแต่ต้นรัชกาล ปีละ 60 ล้านบาท และพระราชทานคืนรัฐบาลกลับไปครบถ้วนทุกบาททุกสตางค์ และนับตั้งแต่มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และมีการสถาปนาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รัฐบาลก็ได้จัดสรรเงินปีถวายสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินีเช่นเดียวกัน แต่ก็ไม่ทรงรับเช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระราชทานกลับไปยังรัฐบาลเช่นเดียวกัน
สำหรับเงินปีที่รัฐบาลจัดถวายให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ตั้งแต่ชั้นหม่อมเจ้าเป็นต้นไป อันเป็นธรรมเนียมที่มีมาแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์หรือก่อนหน้านั้น รวมยอดเงินปีที่รัฐบาลจัดถวายให้ในหลวงพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ในปีนี้ 75 ล้านบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯพระราชทานคืนรัฐบาล ไม่ทรงรับ แต่ทรงให้ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์พระราชทานเป็นเงินปีพระราชทานพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์...”
.jpg)
.jpg)
“...ดังนั้น กราฟแท่งของคณะก้าวไกล จึงเป็นการโกหกว่าเป็นงบสถาบันพระมหากษัตริย์แบบลอยๆ และเอาเงินปีของสถาบันอีก 7 ประเทศมาเปรียบเทียบกับงบประมาณประจำปีของหน่วยราชการในพระองค์ ถือว่าเป็นการโกหก และไม่ถูกต้อง อาจจะเกิดจากโง่จริง ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ไม่แตกฉาน หรือไม่มีความรู้เลย เรียกได้ว่าโง่จริงหรือผมคิดว่าน่าจะเกิดจากการมีอคติ เกลียดชัง และต้องการด้อยค่าสถาบันเป็นหลักมากกว่า
แต่ที่แน่ๆ กราฟที่ถูกต้องคือกราฟด้านบนนี้ ต้องเอามาวาดใหม่ให้ถูกต้อง เนื่องจากในปี 2565 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ไม่ทรงรับเงินปีเลยและทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์พระราชทานเป็นเงินปีพระบรมวงศานุวงศ์ทั้งหมด กราฟแท่งที่ถูกต้องของไทยต้องเป็น 0 บาท ต้องเขียนให้ชัดๆ ว่าเป็นเงินปีสถาบันกษัตริย์ไทย เปรียบเทียบต่างประเทศ จึงเป็นการเปรียบเทียบที่ถูกต้อง เส้นโยงที่ลากว่ามากกว่าสถาบันกษัตริย์ของสเปนสามสิบเท่าก็ต้องเอาออกให้หมด เราต้องแก้ไขในสิ่งผิดหลอกลวง...” - ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์
ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มการเมืองพวกพ้องของนายปิยบุตรยังได้บิดเบือน โดยไปเอายอดเงินปีของ 7 สถาบันกษัตริย์ในยุโรปมาเปรียบเทียบกับเงินงบประมาณประจำปีของหน่วยราชการในพระองค์ของประเทศไทย ซึ่งเป็นเงินคนละก้อนไม่อาจจะเอามาเปรียบเทียบกันได้เลย เพราะเงินปีของสถาบันพระมหากษัตริย์ในยุโรปนั้น ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายในการรักษาความปลอดภัย อีกทั้งไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน/ราชการส่วนพระองค์ ที่อาจจะมีเกิดขึ้น
เรียกว่า มั่วสุดๆ
...
น่าเวทนา... จนถึงบัดนี้ นายพิธา นายธนาธร นายปิยบุตร นายรังสิมันต์ ฯลฯ ไม่มีใครกล้ามาดีเบตกับ ดร.อานนท์เลย
มีแต่เสนอข้อมูลข้างเดียวโดยบิดเบือน ปั่นหัวสาวกเกิดความเห็นผิด
สารส้ม

จับตาพรุ่งนี้!!! CIB แถลงผลปฏิบัติการ ตัดวงจรเครือข่ายล้งมะพร้าวนอมินีข้ามชาติ
ป.ป.ช.ยืดเวลาส่งคำร้องฟัน อดีต 44 สส. ก้าวไกล แก้ไข ม.112 ออกไปอีก
สะกดทุกสายตา ปู ไปรยา นั่งฟรอนต์โรว์ชมแฟชั่นโชว์ กระทบไหล่คนดัง
เอาแล้วไง! 'แบงก์กรุงเทพ' ออกกฎ 'บัญชี e-Saving' มีต่ำกว่า 2,000 ถอนเงินจากบัญชีไม่ได้
เลขาฯ กฤษฎีกา ชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ปัดคุยแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี