วันพุธ ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2564
“บุคคลแนวหน้า” ใน “หนังสือพิมพ์แนวหน้า www.naewna.com สื่ออุดมการณ์มั่นคง ตรงไป ตรงมา” รายงานข้อเท็จจริงทั้งการเมือง บันเทิง เศรษฐกิจ สังคม รายงานผลการแข่งขันกีฬาทั่วโลกที่น่าสนใจด้วยความรวดเร็วแม่นยำ ฉบับนี้ “ไม้หน้าสาม” เริ่มต้น “ทำโลกทัศน์ที่แคบให้กว้างและทำโลกทัศน์ที่กว้างให้แคบ” ด้วย “ควันหลงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลตามมาตรา 151 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560” ที่เพิ่งมีมติให้ความไว้วางใจไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังมีความพยายามตะแบงกรณีกล่าวหาหน้าด้านๆ ที่ว่า “ทหารแก่ – พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” แจกเงินสดให้แก่ท่านผู้ทรงเกียรติในรัฐสภารายละ 5 ล้านบาท แลกกับการลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีตามญัตติพรรคร่วมฝ่ายค้าน...
nn ล่าสุด “ผู้เฒ่าเลี้ยงแกะ –สุทิน คลังแสง หัวหน้าวิปฝ่ายค้าน” ออกมาแถลงตอกย้ำข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่ใช่ความเท็จ มีพยานหลักฐานที่เป็นพยานบุคคล และเทปบันทึกจากกล้องวงจรปิดไว้แล้ว เตรียมยื่นป.ป.ช.เชือดให้ “ลุงตู่” ตกเก้าอี้หมดอนาคตทางการเมือง “เดือนตุลาคม” โน่นไร้สามัญสำนึกไม่กระดากปากกระดากใจบ้างหรือ ข้อมูลที่เอามาอภิปรายก็ตกม้าตาย เอกสารเท็จบ้างปลอมบ้าง แถมข้อมูลที่ปรากฏเป็นข่าวสารทั่วโลกก็ไม่ได้ตรงกับที่นักการเมืองผู้ทรงเกียรติสำรอกออกมาเลย...
nn อาทิ โครงการ Covax ที่อ้างว่ารัฐบาลไม่เข้าร่วมโครงการทำให้คนไทยเสียโอกาสในการได้รับวัคซีนที่ดีและเร็ว... ข้อเท็จจริงปรากฏว่ากำลังเป็นปัญหาให้ประเทศที่เข้าร่วมโครงการได้ถกเถียงกันในประเทศ เพราะวันนี้รัฐบาลที่ร่วมโครงการต้องตัดสินใจ “ทิ้งเงินที่จ่ายเป็นค่าจองวัคซีนจำนวนมหาศาลแล้วกลับมาถอยหลังนับหนึ่งใหม่ ด้วยการเจรจาตรงเพื่อขอซื้อวัคซีนจากประเทศผู้ผลิตโดยตรง” อาทิ ไทย, อินเดีย, เกาหลีใต้, สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, สหพันธรัฐรัสเซีย, เกาหลีใต้ ฯลฯ แต่ส่วนใหญ่ก็หวังพึ่งไม่ได้ เพราะรัฐบาลประเทศเหล่านี้มีคำสั่งชะลอการส่งออกเพื่อเก็บไว้ใช้สำหรับประชากรในประเทศก่อน...
nn ข้อเท็จจริงหนึ่งที่สังคมไทยนักการเมืองไทยต้องยอมรับว่า ปัจจุบันสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 4 “สายพันธุ์เดลต้า” อย่างหนักหน่วง ปรากฏว่า ในหลายรัฐ พบผู้ติดเชื้อพุ่งเกิน 40 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลกว่า 1 แสนราย ส่งผลให้โรงพยาบาลเตียงล้นไม่สามารถให้บริการรักษาผู้ป่วยได้ เหมือนกับประเทศไทยที่มีนักการเมืองบางราย องค์กรบางแห่งออกมาตั้งข้อสังเกตนี้และตอกย้ำว่า “ระบบสาธารณสุขไทย” ล้มเหลว โดยพบว่าที่สหรัฐนั้นพยาบาลเจ้าหน้าท่ีทางการแพทย์จำนวนมากอยู่ในสภาพสิ้นหวังเหน็ดเหนื่อยตัดสินใจลาออก แม้สหรัฐจะเป็นประเทศมหาอำนาจที่ผลิตวัคซีนต่อสู้กับโควิด-19 หลายยี่ห้อแต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง... “ไวรัสโคโรนากลายพันธุ์” นี้ได้เลย...
nn ทว่าเรื่องราวเหล่านี้นักการเมืองไทยกลับไม่เอาข้อมูลเหล่านี้มาเล่าสู่ให้สังคมไทยได้รับรู้ได้เข้าใจเพื่อเป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมือง กลับเลือกเสนอแต่ข้อมูลที่ฝ่ายตนเองเกิดประโยชน์สามารถบุกเบิกเข้าสู่อำนาจทางการเมืองได้ถ่ายเดียว ทำให้สังคมไทยเกิดความสับสนไขว้เขวจนขาดความร่วมมือในการรับวัคซีน... ดัง “ถ้อยแถลงของสถานทูตจีนประจำประเทศไทย” ออกมาแสดงท่าทีเตือนสติกรณี “คนไทยด้อยค่าซิโนแวค” อย่างมีนัยสำคัญ แม้มิได้กล่าวถึงการอภิปรายของสส.ฝ่ายค้านอย่างตรงมาตรงไป กระนั้นก็พอจะเป็นที่รับรู้ได้ว่า บรรดาสส.ชังชาติใช้ข้อมูลเท็จอภิปรายในญัตติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีที่ผ่านมากล่าวโจมตีรัฐบาลที่จัดซื้อวัคซีนซิโนแวคด้อยคุณภาพ ใครจะเชื่อสส.ฝ่ายค้านที่ใช้ข้อมูลเท็จหลอกลวงประชาชน โดยไม่อ้างอิงหลักวิทยาศาสตร์ ทั้งที่ข้อเท็จจริงนั้น...
nn “นักการเมืองผู้ทรงเกียรติ” เหล่านี้ส่วนใหญ่ “รับวัคซีนซิโนแวคครบ 2 โดส” ในลำดับต้นๆ ก่อนประชาชนด้วยซ้ำทั้งยังมีพฤติกรรมการ์ดตกจนติดเชื้อโควิด-19 หลายราย โดยเฉพาะสส.อีแอบทั้งหลาย แต่สามารถรักษาจนหายจากโรคติดเชื้อไวรัสร้ายนี้ได้ภายในระยะเวลาไม่กี่วัน คำถาม !?!?! คือ “โคโรนาวัคซีนหรือซิโนแวค” มิใช่หรือที่ทำหน้าที่ปกป้อง “ชีวิตสส.ฝีปากกล้าเล่าความเท็จ” ตะบี้ตะบันให้รัฐบาลจัดหาวัคซีนที่ดีที่สุด ซึ่งย่อมหมายถึง “วัคซีน mRNA จากสหรัฐอเมริกา” แต่ไม่เคยตรวจสอบข้อมูลเลยว่าแท้จริงแล้ววัคซีนซิโนแวคก็ได้รับรองมาตรฐานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่ต่างจาก “วัคซีน mRNA ของชาติตะวันตก” ไม่เช่นนั้น 800 ประเทศทั่วโลกคงไม่สั่ง “วัคซีนเชื้อตายของจีน” ไปฉีดให้ประชากรในประเทศอย่างแน่นอน และหากสส.ฝ่ายค้านทำการบ้านเพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมืองอย่างไม่มีอคติหรือผลประโยชน์แอบแฝงก็ต้องยอมรับการแพร่ระบาดของ “โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)” ระลอกใหม่ที่เป็น “สายพันธุ์เดลต้า” นั้นยังไม่มี “วัคซีนเทพ” ยี่ห้อไหนสามารถหยุดยั้งได้เลย จนทำให้ “สหรัฐอเมริกา” ต้นกำเนิด “วัคซีน mRNA” เกิดความวุ่นวายในประเทศพบผู้ติดเชื้อไวรัสรายใหม่ทะยานสูงขึ้น อัตราการเสียชีวิตก็สูงขึ้นไปด้วย ในขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่มีประชากรกว่า 1.3 พันล้านคนวันนี้การแพร่ระบาดเดลต้า แม้จะมีผู้ป่วยรายใหม่บ้าง แต่ก็เป็นจำนวนที่ต่ำมาก วันละ 20 กว่ารายเท่านั้น เพราะอะไร??...
nn ทิ้งท้าย ฉบับนี้ที่สุด “พายุไต้ฝุ่นธรรมนัส” ที่ถาโถมโหมกระหน่ำอย่างหนักหน่วงช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและอีก5 รัฐมนตรีหวังจะเปลี่ยนหัวขบวนรัฐบาลที่สุดท้ายพายุฝ่อนั้นเกิดกระแสคลื่นตีกลับ ทำเอานักเคลื่อนไหวอยู่ไม่ได้ ล่าสุด “ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า – ผู้กองตุ๋ย”ได้ยื่นใบลาออกแก้เกี้ยวจากการเป็น “รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564 ว่ากันว่างานนี้ไม่ได้กระดากใจว่าไม่สบายใจในการดำรงตำแหน่ง ขอกลับพะเยาตัดสินใจเลือกทางเดินใหม่ เลิกทำอะไรเพื่อคนบางกลุ่มแต่หวังบีบให้ “นายกรัฐมนตรี” ปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนของ“พรรคพลังประชารัฐ” ใหม่ เผื่อจะเป็นคุณเป็นประโยชน์กับ“เพื่อนก๊วน 4 ช.” ที่เหลือเกาะกุมเก้าอี้อยู่แน่นทว่าราชกิจจานุเบกษาได้ประกาศพระบรมราชโองการให้รัฐมนตรีพ้นความเป็นรัฐมนตรีในส่วนของ “ก๊วน 4 ช.” แล้ว โดยในส่วนของผู้กองธรรมนัสพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตามที่ได้ยื่นหนังสือลาออก ยังมี “อาจารย์แหม่ม - นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” หนึ่งในสมาชิก “ก๊วน 4 ช.” ก็พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานเนื่องจากยื่นใบลาออกด้วยเช่นกัน
ไม้หน้าสาม

รีบหาซื้อ! ธูป ‘แม่น้ำหนึ่ง’ จุดเอง เน้นๆเลขนี้มาแน่ งวด 1 ตุลาฯ
บุรีรัมย์พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม55ราย เหลือรักษาตัวอยู่ในรพ.778ราย
จยย.ตัดหน้ากระบะกะทันหันก่อนหักหลบชนเสาไฟหวิดพุ่งลงคลอง
'งูเหลือม' หิวโซบุกเขมือบแมวทั้งตัวจนท้องป่องเลื้อยหนีไม่ไหว
‘จิรายุ’บุกเขื่อนเจ้าพระยา จี้รัฐบาลสั่งผู้ว่าฯกทม.ตั้งศูนย์รับมือน้ำท่วม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี