วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
“หนังสือพิมพ์แนวหน้า www.naewna.com สื่ออุดมการณ์มั่นคง ตรงไป ตรงมา” ฉบับนี้ “ไม้หน้าสาม” ย่อโลกทัศน์ที่กว้างให้แคบ ขยายโลกทัศน์ที่แคบให้กว้าง ทำความจริงให้ปรากฏ ผ่าน “บุคคลแนวหน้า”ผลพวงหายนะโควิด-19 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (3 สิงหาคม 2564) ช่วยเหลือผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้างส่งมอบงานราชการล่าช้า โดยกำหนดอัตราค่าปรับเป็นร้อยละ 0 ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากผลกระทบ “การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาโควิด-19” รัฐบาลสั่งปิดไซต์งานก่อสร้าง อันเนื่องจากเกิดการแพร่ระบาดในหมู่แรงงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวทำให้เกิดการขาดแคลนแรงงาน และการห้ามเคลื่อนย้ายแรงงาน ตลอดจนระบบการขนส่งทำให้วัสดุก่อสร้างจำเป็นไม่เพียงพอต่อการดำเนินการ ฯลฯ เหตุปัจจัยเหล่านี้จึงนำไปสู่มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการให้สามารถขับเคลื่อนกิจการต่อไปได้อันมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อผลประโยชน์ของส่วนงานราชการนั่นเองแม้จะมีมาตรการเยียวยาชัดเจน โดยกรมบัญชีกลางได้ออกหนังสือเวียนไปยังส่วนราชการทั่วประเทศให้เว้นค่าปรับส่งงานราชการล่าช้า ทว่า “ประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุส่วนงานราชการ” หลายแห่งกลับตีความแบบ “ศรีธนญชัย” ขอเรียกเก็บค่าปรับผู้ประกอบการตามสัญญาไปก่อนแล้วจะส่งคืนให้ภายหลัง เข้าวาทกรรมสมัยนิยม “ไม่ประมาทการ์ดไม่ตก” ใส่หมวกกันน็อกตั้งการ์ดสูง เพราะหวั่นเกรง “สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน” (สตง.) จะตามเช็คบิลไม่ปฏิบัติตามสัญญาราชการ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้รับเหมาขาดสภาพคล่องไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการต่างๆ ให้แล้วเสร็จได้ นี่คือแบบอย่างข้าราชการที่วนเวียนอยู่กับความอยู่รอดของตนเองเป็นสำคัญ ไม่ปรับตัวให้เท่าทันกับสถานการณ์ ไร้วิสัยทัศน์??? ซ้ำร้ายบางโครงการยังเพียรพยายามเรียกรับผลประโยชน์ เตะตัดขาโดยอาศัยกฎระเบียบราชการหาเศษหาเลยชักเปอร์เซ็นต์จากผู้รับเหมา “ทหารแก่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี” คิดอ่านการใดกับพฤติกรรมอัปยศเหล่านี้ บอกเลยว่างานนี้ “กระดูกแขวนคอท่านนายกฯ” อย่างเดียว…สมควรรีบบัญชาการด่วนที่สุด อย่าได้ “เสียค่าโง่” ถูกสร้างวาทกรรมประจานว่า “อุ้มแต่ขาใหญ่ทุนโต” รอดพ้นจากการถูกปรับเหมือนกรณีการก่อสร้างรัฐสภา แต่ควรปกป้องอุ้มชูผู้รับเหมารายย่อยที่เป็นฐานรากของสังคมไทยได้มีลมหายใจเติมความเข้มแข็งให้กับสังคมบ้านเมืองนี้ต่อไปดีกว่าไหม ไม่มีใครว่าท่านเอาหน้าหาเสียงก่อนการเลือกตั้งดอก!!...
nn ขอแสดงความยินดีกับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขต 9 หลักสี่-จตุจักร (4 แขวง) ที่การเลือกตั้งซ่อมจบลงไปแล้วด้วยชัยชนะของ “สุรชาติ เทียนทอง” นักการเมืองที่ไม่เคยเห็นประชาชนเป็นของตาย และพรรคฝ่ายค้านทั้ง “พรรคเพื่อไทย และ พรรคก้าวไกล”ตอกย้ำความล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลทหารแก่และความเสื่อมถอยของ “พรรคพลังประชารัฐ” นี่คือ “แฮททริกความพ่ายแพ้” หากเป็นการแข่งขันฟุตบอลระดับโลกไม่ว่าจะเป็น “พรีเมียร์ลีก อังกฤษ… บุนเดสลีกา เยอรมนี…ลาลีกา สเปน หรือในลีกต่างๆ ทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ในประเทศไทย” สปิริตคือความสำคัญของผู้จัดการทีม … หัวหน้าผู้ฝึกสอนหรือเฮดโค้ช บ้างก็ลาออก บ้างก็ถูกให้ออก หลังส่องกระจกดูตัวเองเรียบร้อย และสำนึกในกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นธรรมไม่เล่นละครหลอกตัวเอง...
nn “ไม้หน้าสาม”ไม่ได้ลงพื้นที่ติดตามการหาเสียงทั้ง 3 สนามอย่างต่อเนื่องแต่พอสรุปภาพกว้างๆ จากกระแสข่าวการหาเสียงในพื้นที่ได้ว่า คะแนนเสียงที่ได้รับในทุกพื้นที่ลดต่ำลงอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะพื้นที่เขต 9 กทม.ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งสิ้นศรัทธา “ทหารแก่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา”นายกรัฐมนตรีกับการบริหารประเทศที่ไม่สามารถสะสางปัญหาให้ชาวบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเรื่อง “การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19)” ที่เกิดขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าซ้ำซากจนเศรษฐกิจฝืดเคืองหลายครอบครัวขาดสภาพคล่องไร้สมรรถนะการต่อสู้, ปัญหาการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มคณะราษฎร (กลุ่ม 3 กีบ)ที่ต่อเนื่องหลายพื้นที่ในเขตเลือกตั้ง หรือ ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเอือมระอากับการช่วงชิงการนำ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์แก่กลุ่มตนเองและพวกพ้องจนไร้ความสามัคคีใน “พรรคพลังประชารัฐ” จนสั่งสอนระดับแกนนำพรรคให้ทราบว่า “กินข้าวไม่ได้กินหญ้า” ด้วยการไม่เลือกผู้สมัครของพรรค ซึ่งบทเรียนนี้สำคัญยิ่งต่อพรรคพลังประชารัฐในการสู้ศึกเลือกตั้งใหญ่ครั้งใหม่ ที่คู่ปรปักษ์สำคัญประกาศ “ยุทธการเพื่อไทยแลนด์สไลค์… พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อประชาชน” ที่ต้องส่องกระจกบ้างชะโงกดูเงาบ้างอย่างจริงจังเพื่อสามารถกลับมาผงาดเป็นสถาบันที่พึ่งหวังของประชาชนได้ เหมือนอย่าง “ค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม-พรรคประชาธิปัตย์” เคยประสบและสามารถร่วมแรงร่วมใจต่อสู้จนกลับมาผงาดในสนามเลือกตั้งครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่สมัย “อาจารย์ฤๅษีเลี้ยงลิง-ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช…พ.อ.(พิเศษ)ถนัด คอมันตร์…นายห้างพิชัย รัตตกุล… นายหัวชวน หลีกภัย…เรื่อยมาจนยุค…นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์” น่าจะสอนอะไรให้แกนนำพรรคพลังประชารัฐได้ตระหนักได้ฉุกคิด หรือจะเสียเวลาสักนิดอ่าน “ลิลิตตะเลงพ่าย”…“เสนีรับถ้อยท่าน ทุกตน ต่างเร่งตรวจเตรียมพล ทุกผู้ พลหาญหื่นหนรณ เริงร่าน อยู่แฮ. คอยจักขับเคี่ยวสู้ เข่นเสี้ยนศึกสยาม” ก็น่าจะดีเพื่อปลุกเร้าให้ฮึกเหิมต่อสู้ความจริงมากกว่าสร้างมายาหลอกตัวเองจนขาดสติต่อเนื่องไปจนพ่ายศึกใหญ่ “แลนด์สไลค์”ยับเยิน เหมือนอย่างพรรคนายพลจปร.รุ่นพี่เคยประสบ กระนั้นหรือ จนสังคมไทยสิ้นศรัทธา...
nn ทิ้งท้ายฉบับนี้ ดิ้นอีกเฮือก… ทำใจดีสู้เสือ “เฮียไก่-วัฒนา เมืองสุข” อดีตรัฐมนตรีพม. …ในยุครัฐบาลจำนำข้าวย่อยยับ 7-8 แสนล้านบาทเตรียมขึ้นศาลอุทธรณ์คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรที่มีมูลค่าทุจริตหลายแสนล้าน ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาสั่งจำคุกนายวัฒนา 99 ปี พร้อมร่วมชำระค่าปรับและริบทรัพย์ 3,182 ล้านบาท ในวันที่ 4กุมภาพันธ์ 2565 เจ้าตัวลั่นฟังข้อเท็จจริงจะทราบว่าทำไมถึงไม่หนี เวรกรรมนักการเมืองคิดเยี่ยงนี้ หรือนี่คือบุญคุณต่อสังคมไทย...
nn เนื่องในโอกาส “ตรุษจีน” ปี2565 “ไม้หน้าสาม”ขอให้เทพเจ้า “ไฉ่ซิงเอี๊ย” เทพเจ้าแห่งโชคลาภประทานพรให้พี่น้องชาวจีนและคนไทยเชื้อสายจีน มีความเจริญกิจการรุ่งเรืองก้าวหน้ามีความมั่งคั่ง มีโชคมีลาภ เงินทองไหลมาเทมาถ้วนทั่วทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤตต่างๆ ด้วยเทอญ...nn

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี