Logo วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569
คลิกเข้าชมเว็บไซต์แนวหน้าใหม่!!
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์ /

วันจันทร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 02.00 น.
บทสุดท้ายของโควิด-19 กำลังจะมาถึง

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

การออกประกาศเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ให้กัญชาพ้นจากการเป็นสารเสพติดนั้น ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของหลายฝ่าย แต่ส่วนใหญ่ของคำวิจารณ์ จะมาจากฝ่ายที่ไม่อยากเห็นกัญชาเป็นที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและบริโภคได้อย่างเสรี ทั้งนี้คงต้องติดตามดูรายละเอียดในพระราชบัญญัติกัญชากัญชง ซึ่งได้ผ่านการรับหลักการในการพิจารณาวาระแรกของสภาฯไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่งแต่รวมแล้วไม่ควรเกินกว่า 30 วัน ในการพิจารณาแปลญัตติ ก่อนที่จะถูกนำกลับมาสู่การพิจารณาของสภาฯในขั้นตอนสุดท้ายและมีการลงมติ ซึ่งเมื่อผ่านการรับรองก็จะถูกนำ ขึ้นทูลเกล้าฯถวายต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงพิจารณาเห็นชอบและลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเพื่อบังคับใช้ต่อไป ก็หวังว่า การพิจารณาในขั้นแปลญัตติของคณะกรรมาธิการนั้นจะได้มีการพิจารณาตัวบทกฎหมายอย่างรอบคอบทั้งข้อดีและข้อเสีย เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ไม่นำมาสู่ผลกระทบต่อประเทศในระยะยาว

ในช่วงเวลานี้เรื่องของ กัญชาจึงกลายเป็นเรื่องที่บดบังเรื่องของโควิด-19 จนแทบจะไม่มีการกล่าวถึงโรคระบาดรุนแรงดังกล่าว แต่ถึงอย่างไรก็ยังเป็นเรื่องที่จะต้องทำให้ประชาชนอีกไม่น้อยมีความเข้าใจและตระหนักในเรื่องโควิด-19 อย่างถ่องแท้ ทั้งในระยะก่อนที่จะถึงวันประกาศว่าโรคนี้ถูกเปลี่ยนสถานะเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งหากไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นก็น่าจะยังเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม นี้ หรือแม้แต่หลังวันประกาศแล้วก็ตาม


การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 นั้นได้เกิดขึ้นเป็นส่วนใหญ่ในหลายประเทศทั่วโลกแล้ว ทั้งนี้เป็นผลจากจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันในประเทศต่างๆ นั้น ได้ลดลงตามลำดับ รวมทั้งจำนวนผู้เสียชีวิตก็มีจำนวนลดลงเช่นเดียวกัน อันเป็นผลมาจากเชื้อโอมิครอนซึ่งเป็นเชื้อที่ระบาดอยู่เป็นตัวหลักในขณะนี้นั้นมีความรุนแรงน้อยลง
รวมทั้งประชากรทั่วทั้งโลกได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไปแล้วมากกว่า 1 หมื่น 2 พันส้านโดส จากจำนวนประชากรทั้งหมดประมาณ 7,500 ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมทำให้โอกาสของการติดเชื้อลดน้อยลงและถึงแม้จะติดเชื้อก็อาจจะมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลย ยกเว้นในประชากรกลุ่มเสี่ยงดังเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว

จนถึงขณะนี้ มีผู้ป่วยโควิดทั่วโลกเกิดขึ้นแล้วเป็นจำนวนมากกว่า 542 ล้านราย และมีผู้เสียชีวิตรวมมากกว่า 6.3 ล้านราย โดยในแต่ละวันจำนวนผู้ป่วยใหม่ทั่วโลกรวมทั้งจำนวนผู้เสียชีวิตลดลงตามลำดับ ประเทศที่มีผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันมากที่สุดยังเป็นสหรัฐอเมริกาซึ่งมีตัวเลขอยู่ที่ระดับ 8 หมื่นราย และเสียชีวิตน้อยกว่า 300 ราย ส่วนในทวีปยุโรป ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยรายใหม่มากที่สุดใกล้ๆ กับ 3 หมื่นรายต่อวัน และผู้เสียชีวิตอยู่ที่ระดับ 60 ราย ส่วนในประเทศไทยเรานั้นจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ต่อวันเริ่มต่ำกว่าระดับ 2,000 ราย และผู้เสียชีวิตน้อยกว่า 20 ราย ซึ่งยังมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เป็นสัญญาณที่ดีและตอบรับการที่โรคนี้จะถูกเปลี่ยนจากโรคระบาดรุนแรงเป็นโรคประจำถิ่นต่อไป

ในประเทศไทยนั้นมีจำนวนผู้ที่ได้รับวัคซีน 1 เข็มแล้ว มากกว่า 56 ล้านราย หรือคิดเป็น81 เปอร์เซ็นต์ ได้รับวัคซีน 2 เข็ม แล้วมากกว่า52 ล้านราย คิดเป็น 76 เปอร์เซ็นต์ และได้รับเข็มที่ 3 หรือเข็ม Booster แล้ว 29 ล้านรายเศษ คิดเป็น 41 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะเห็นว่าจำนวนของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบเกณฑ์มาตรฐานและควรได้รับเข็มกระตุ้นแล้วยังมีจำนวนน้อยกว่า 60% ซึ่งเป็นเป้าที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งไว้ โดยคาดว่าหากมีประชากรได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นถึงระดับดังกล่าว จะทำให้จำนวนผู้ป่วยรายใหม่และผู้เสียชีวิตลดน้อยลงกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ได้อีกมาก

ในส่วนของประชาชนนั้น ถึงแม้ว่าขณะนี้โควิด-19 ดูเหมือนว่าจะเป็นโรคที่ไม่เป็นอันตรายอีกต่อไปแล้วก็ตาม แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าโรคนี้ยังจะคงอยู่คู่กับโลกใบนี้ ไปอีกเป็นระยะเวลายาวนาน ซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงประเทศไทยด้วย การที่โรคนี้จะถูกประกาศว่า เป็นโรคประจำถิ่นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม นี้ ก็มิได้หมายความว่า จะมีผู้ป่วยรายใหม่น้อยลงกว่านี้มากนัก และผู้ที่เสียชีวิตจากโรคนี้ก็ยังจะมีอยู่บ้าง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนจะต้องรู้จักการป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ และป่วย ซึ่งการที่จะทำให้เป็นอย่างนั้นได้นอกจากการที่จะต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่แออัดที่มีคนรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก การฉีดวัคซีนให้ครบตามเกณฑ์และได้รับเข็มกระตุ้น รวมทั้งหมดเป็น 3 เข็ม อย่างน้อยนั้น ดังนั้น จึงยังเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่
ผู้ได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้ว จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่มเติม ในระยะเวลาตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เพราะไม่ได้เป็นประโยชน์เพียงแต่ป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อและมีอาการป่วยเท่านั้น แต่ยังช่วยปกป้องบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในครอบครัวเดียวกันด้วย เพราะ หากมีการป่วยเกิดขึ้น ก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องพักรักษาตัวโดยแยกตัวเองออกจากผู้อื่นอีกเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 5-7 วัน และยังจะต้องพิจารณาถึงการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ต่อไปด้วย

ด้วยเหตุนี้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จึงได้มีข้อแนะนำในเรื่องของการฉีดวัคซีน เพื่อป้องกันโรคในระยะยาว ดังนี้ 1.ผู้ที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบ 3 เข็ม ควรเข้ารับการฉีดให้ครบเพื่อเป็นพื้นฐาน ในการที่จะมีภูมิคุ้มกันเพียงพอ ซึ่งอาจจะป้องกันการติดเชื้อหรือหากมีการติดเชื้อก็มีอาการเพียงเล็กน้อย 2.ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบ 3 เข็มแล้ว ควรจะได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นหลังจากฉีดเข็ม 3 แล้วประมาณ 4 เดือน เนื่องจากพบว่าไม่ว่าจะได้รับการฉีดวัคซีนชนิดใดหรือสูตรใดก็ตรวจพบว่าปริมาณของภูมิคุ้มกันจะลดลงทั้งนั้นตามระยะเวลาดังกล่าว ซึ่งทำให้มีโอกาสติดเชื้อง่ายขึ้นถึงแม้อาการจะไม่รุนแรง 3.ประชากรสูงอายุเกินกว่า 60 ปี และผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง 7 กลุ่ม ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง เบาหวาน หัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็งและโรคอ้วน รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ ที่รวมเรียกว่ากลุ่ม 608 ควรฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 4.บุคลากรทางด้านสาธารณสุข ซึ่งเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากที่สุด ควรฉีดวัคซีนให้ครบ 4 เข็ม เป็นอย่างน้อย 5.เด็กอายุ 12-17 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับการฉีด วัคซีน 2 เข็มแล้ว ควรเข้ารับการฉีดเข็มกระตุ้น ในช่วง 3-4 เดือน 6.เด็กอายุ 5-11 ปีซึ่งเพิ่งได้รับวัคซีน 1-2 เข็ม ยังไม่มีผลการศึกษาชัดเจนว่าควรจะฉีดเข็มกระตุ้นอีกเมื่อใด จึงขอรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนรวมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กทั้งหลายได้ตระหนักในเรื่องนี้และเข้ารับการฉีดวัคซีน ให้ครบตามเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ส่วนในปีต่อๆ ไปนั้น จะต้องฉีดวัคซีนมากน้อยเท่าใด กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาและพิจารณา แต่ก็คาดว่าจะต้องฉีดทุกปีเช่นเดียวกับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

มีข้อมูลที่น่าสนใจจากการศึกษาของศาสตราจารย์แพทย์หญิงกุลกัลยา โชคไพบูลย์กิจ และศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ ที่เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนในเด็กอายุ 5-11 ปี โดยพบว่าการใช้วัคซีนสูตรไขว้ซิโนแวคและไฟเซอร์ห่างกัน 4 สัปดาห์ พบว่ามีการสร้างภูมิคุ้มกันได้สูงกว่าการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม และการสร้างภูมิเกิดขึ้นเร็วกว่าด้วย เพราะมีระยะห่างระหว่างเข็มที่ฉีดเพียงแค่ 4 สัปดาห์เทียบกับการฉีดไฟเซอร์ 2 เข็ม ซึ่งต้องรอระยะเวลา 8 สัปดาห์

อนึ่ง การฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ร่วมกับวัคซีนอื่นในวันเดียวกันก็ได้รับความเห็นชอบแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ยกเว้นวัคซีนชนิดไวรัลเวกเตอร์ และวัคซีนชนิดเชื้อเป็นตัวอื่น เช่น วัคซีนโรคหัด อีสุกอีใส ไวรัสตับอักเสบและงูสวัด ซึ่งควรเว้นระยะอย่างน้อย 4 สัปดาห์

การประชุมคณะกรรมการศบค.ชุดใหญ่เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมานี้ ได้เห็นชอบที่จะผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพิ่มมากขึ้น เช่น ยกเลิกการลงทะเบียนเช้าประเทศที่เรียกว่า Thailand Pass และวงเงินประกันการเจ็บป่วย 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ สำหรับการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ การอนุญาตให้เปิด สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และการจำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ได้จนถึง 02.00 น. โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ
ส่วนการใส่หน้าการอนามัยนั้น ก็ผ่อนปรนการใส่ในที่โล่งแจ้ง ระหว่างการออกกำลังกาย สวนสาธารณะ แต่ยังแนะนำให้ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงยังควรใส่ต่อไป รวมทั้งการจัดงานที่มีคนจำนวนมาก เช่น คอนเสิร์ต ที่มีคนมาร่วมมากกว่า 2 พันคน ซึ่งหากประชาชนทุกคนใส่ใจและให้ความร่วมมืออย่างที่เป็นอยู่ในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา ก็เชื่อว่าบทสุดท้ายของโรคโควิด-19 คงจะมาถึงในระยะเวลาไม่นานจากนี้

การดำเนินชีวิตของผู้คนเริ่มกลับมาสู่สภาพปกติ นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับเข้าสู่ประเทศไทยขณะนี้วันละประมาณ 2-3 หมื่นราย และยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นนิมิตหมายที่ดี แต่สิ่งที่เป็นปัจจัยลบก็ยังมีอยู่เช่นราคาน้ำมันซึ่งปรับเพิ่มขึ้นเกือบจะทุกวัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เป็นไปตามตลาดโลก อันเป็นผลกระทบมาจากสงครามยูเครน สภาพเศรษฐกิจครัวเรือนยังไม่ดีนัก แต่รัฐบาลก็มีโครงการที่จะเข้าไปช่วยเหลือประชากรกลุ่มที่มีรายได้น้อยอยู่ สินค้าส่งออกยังเป็นรายได้หลักสำคัญของประเทศ ก็ได้แต่หวังว่าเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศจะค่อยๆ ดีขึ้น และหากการเมืองอยู่ในสภาพนิ่งกว่านี้ ไม่มีการแย่งชิงอำนาจ และนักการเมืองยึดเอาประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ประเทศไทยของเราก็น่าจะกลับมาสู่ความเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดอีกครั้งหนึ่ง

 
นายแพทย์ปิยะ เนตรวิเชียร

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:21 น. อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
22:05 น. ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
21:10 น. กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
20:40 น. อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
20:31 น. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ

อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์

ข่าวดีสายกู้! จ่ายค่าน้ำ-ไฟ 'ตรงเวลา' ช่วยเพิ่มโอกาสกู้เงินธนาคาร

เตือนภัยด่วน! ระวัง 'แสตมป์เมา' แฝงร่างลายการ์ตูน พุ่งเป้าหลอกเด็กและเยาวชน

มท.4 ลั่นไม่จบแค่ตัดสิทธิ์ ส่ง 5,925 ราย โกงสอบท้องถิ่น ให้ 5 หน่วยงาน ลุยสอบต่อ-ดำเนินคดี

ผิดจริง ไล่ออกแล้ว! สิทธิโชติ เผยปม เจ้าหน้าที่ กกต.รับเงิน แต่ไม่สอบสจ.คนสนิทสส. ชี้หลักฐานไม่ถึง

  • Breaking News
  • อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
  • ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569 ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
  • กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
  • อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์ อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
  • ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย. ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.
ดูทั้งหมด
Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved