วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
“บุคคลแนวหน้า ใน หนังสือพิมพ์แนวหน้า, แนวหน้าออนไลน์/www.naewna.com สื่ออุดมการณ์มั่นคง ตรงไป ตรงมา” ฉบับนี้“ไม้หน้าสามย่อโลกทัศน์ที่กว้างให้แคบ ขยายโลกทัศน์ที่แคบให้กว้าง ทำความจริงให้ปรากฏ ให้สังคมไทยรู้เท่าทันเล่ห์ทันเหลี่ยม นักการเมืองเสียชาติเกิด นักเลือกตั้งชังชาติ ส่ำสัตว์ติ่งสัมภเวสีติ่งแดงด้อมส้ม(อุปกรณ์การเกษตรเทียมเกวียน) อย่างเท่าเทียม”...
■■ เริ่มต้นด้วยควันหลงจากการยก “ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ....” ที่ส่อเกิด “ทฤษฎีสมคบคิด” จากนักธนกิจการเมืองทุนสามานย์นักการเมืองลิ้นไม่มีกระดูกในการนำผู้ต้องหาฐานความผิดคดีมาตรา 112 มาพ่วงไว้ในกฎหมาย ในลักษณะที่เคยเกิดขึ้นในรัฐบาล “จ๊าดง่าว/ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่มี การเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ... โดยมีหัวเขียง “ประยุทธ ศิริพานิชย์” เป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาพร้อมเสียงเห่าหอนโหยหวนจากแดนไกลมาว่า “พี่ยุทธ ผมอยากกลับบ้านแล้ว” ที่สุดกฎหมายฉบับนี้ถูกนำเข้าพิจารณาในสภาและลงมติผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในเวลาสามนาฬิกาเศษ ภายใต้ประธานที่ประชุมชื่อ “เฮียกวง-สมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์/เจ้าของฉายาขุนค้อน” และผ่านวาระ 3 ด้วยคะแนนเสียง 310 ต่อ 0 โดยพรรคประชาธิปัตย์วอล์กเอาท์ไม่สังฆกรรมร่วมลงมติก่อนจะนำไปสู่ดราม่าการเมืองภายใต้การนำของ “ลุงกำนัน-สุเทพ เทือกสุบรรณ” และเลยเถิดไปสู่การตายยกคอกของทุกฝ่ายกับ “การปฏิวัติรัฐประหาร” ในเวลาต่อมา โดย “คสช./คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” น่าจะเป็นบทเรียนสำคัญให้ “พรรคเพื่อไทย” ตระหนัก แต่นั่นแหละ “นักธนกิจการเมืองทุนสามานย์” สามารถทำขาวเป็นเทาเป็นดำได้โดยไม่มีตรรกะรองรับขอเพียงสมประโยชน์เท่านั้น ที่สำคัญ “พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมสุดซอย” ฉบับนั้น มีการนำผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 มาอยู่ในบทบัญญัติรวมทั้งคดีทุจริตคอร์รัปชั่นด้วย จะลองอีกสักคราก็ได้หากคิดว่าสมประโยชน์ตนและพวกพ้องสำคัญกว่าประเทศชาติประชาชน...
■■“ไม้หน้าสาม” เชื่อมั่น “สังคมไทย” ไม่ลืม “เหตุโศกนาฏกรรมทางการเมือง” ประวัติศาสตร์ที่ลูกหลานไทยเสียเลือดเสียเนื้อเสียอนาคตไม่ใช่น้อย มีพอสมควรที่ฉกฉวยโอกาสครั้งนั้นเกิดทางการเมืองจนปัจจุบัน เหตุการณ์ครั้งนั้นจนบัดนี้ยังไม่มีการชำระประวัติศาสตร์ถึงแม้จะ5 ทศวรรษผ่านมาแล้วก็ตาม ใครอยากรู้ศึกษาสั้นง่ายค้นหาเพลง “จากลานโพธิ์ถึงภูพาน ของวงดนตรีคาราวาน” มาฟังเนื้อหาบรรยายตลอดเหตุการณ์แล้ว...
■■ “เดอะอ๋อย-จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย/สหายสุภาพ ณ ภูพาน” อดีตนักศึกษาแพทย์ม.เชียงใหม่ที่แสดงทัศนะไม่เห็นด้วยกรณีคำวินิจฉัยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญต่อการเคลื่อนไหวของ “พิธาคิโอ/พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, สมาชิกพรรคก้าวไกล ตัวตึงแก้ไข/ยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112” น่าจะเข้าใจพฤติกรรมพฤติการณ์เซาะกร่อนบ่อนทำลายเยี่ยงนี้ และน่าจะเข้าใจม็อบประวัติศาสตร์ “กปปส.” ที่เคลื่อนไหวทั่วประเทศต่อต้านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมสุดซอยที่ซ่อนคดีความผิดมาตรา 112 จนนำไปสู่การรัฐประหารเพื่อให้สังคมไทยสงบได้ดีพอๆ กับ “อาจารย์อดิศร เพียงเกษ ประธานวิปรัฐบาล” ที่อยู่ร่วมทั้งสองเหตุการณ์เช่นกัน ...แน่นอนวันนี้บ้านเมืองแตกแยก เพราะท่านผู้ทรงเกียรติเคลื่อนไหวเยี่ยงอดีต หวังให้ “กงล้อประวัติศาสตร์/ฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาป” อย่างที่ “กิตติวุฑฺโฒภิกขุ/พระเทพกิตติปัญญาคุณนามเดิม กิติศักดิ์ เจริญสถาพร อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร และอดีตผู้อำนวยการจิตตภาวันวิทยาลัย ชลบุรี” เคยบอกสังคมไทยในขณะนั้นจนเกิดโศกนาฏกรรมฆาตกรรมทารุณกรรมนักเรียนนักศึกษาผู้บริสุทธิ์อย่างมากมายอีกครั้งกระนั้นหรือ...
■■ “ไม้หน้าสาม” ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับพฤติกรรมของศปปส.ที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีค่อนข้างจะไม่ถูกกาลเทศะนัก ... แน่นอนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2567 กรณี“อีเด็กเวร-ตะวัน/ทานตะวัน ตัวตุลานนท์” กับเพื่อนบีบแตรยาวและขับรถไล่จี้ขบวนเสด็จฯ “นางฟ้าเดินดิน905-สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี” เป็นพฤติกรรมที่จัญไรจนประชาชนจำนวนไม่น้อยเหลืออดทั้งยังเคลื่อนไหวด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้ออ้างสถุนที่น่าจะทำลายงานวิชาการกรณีการอ้างทำโพลล์สำรวจความคิดเห็นกรณีขบวนเสด็จฯไม่ได้เป็นไปตามหลักวิชาการแม้แต่น้อย จนสุ่มเสี่ยงต่อการดำรงชีวิตปกติในสังคมไทย แต่ศปปส.ก็ไม่สมควรที่จะใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเปิดฉากหรือฝ่ายตอบโต้ก็ตามที เรื่องนี้สมควรให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมายตามกระบวนการยุติธรรม...
■■ "กฎหมายไม่ได้ส่งมาจากพระเจ้าอย่างที่คนในพรรคก้าวไกลคิด แต่กฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์หากผู้บังคับใช้กฎหมายหนักแน่นและพร้อมเข้าบังคับใช้กฎหมายจากเหตุซึ่งหน้า" และกระบวนการยุติธรรมกลางน้ำก็ต้องหนักแน่นที่จะไม่ยอมให้อัปรีย์จัญไรนางนี้ออกมาเพ่นพ่านเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันศูนย์รวมจิตใจของประชาชนคนไทยทั้งประเทศอีกต่อไป สมควรที่จะลงโทษขั้นสูงเพื่อเป็นเยี่ยงและให้ได้ใช้เวลาในทัณฑสถานได้ไตร่ตรองสำนึกผิดชอบชั่วดีที่กระทำ...
■■ ทิ้งท้าย ฉบับนี้ ขอประชาสัมพันธ์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากโรงพยาบาลหัวเฉียว แจ้งว่าเปิดให้บริการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ป้องกันโควิด-19 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ให้แก่ผู้รับบริการ 2 กลุ่ม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆดังนี้ : 1.สำหรับเด็กอายุ 6 เดือน-ไม่เกิน 5 ปี(ฝาสีแดงเข้ม) 2.สำหรับผู้มีอายุ 12 ปีขึ้นไป ไฟเซอร์Bivalent (ฝาสีเทา) สามารถเข้ารับบริการในวันที่18-19 ก.พ. 2567 เวลา 13.00-16.00 น. ลงทะเบียนนัดหมายผ่านลิงก์ https://bit.ly/3w5pGnv เงื่อนไข :1.หากประวัติการฉีดวัคซีนของท่านไม่ตรงตามเกณฑ์ที่ภาครัฐกำหนด โรงพยาบาลหัวเฉียว ขอสงวนสิทธิ์ในการให้บริการ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร.02-2230372 ต่อ 3126...■■
ไม้หน้าสาม

เกรด 4.00 อาจไม่ใช่คำตอบ! ณัฏฐ์ มงคลนาวิน ชี้ทางรอดเด็กไทยยุค AI 2026
แฟนคลับส่งกำลังใจ อ้ายสติ๊ก อินฟลูฯดัง หัวใจเต้นผิดจังหวะอยู่ไอซียู
หนุน อนุทิน เดินตลาดฟังเสียงจริง! เทพไท จี้อัปวงเงินคนละครึ่ง 5,000 บาท ช่วย ปชช.
เศรษฐกิจสงกรานต์ซบเซา? ผลโพลชี้คนไทยปรับแผนงดฉลอง ประหยัดงบ เซ่นพิษน้ำมันแพง
ร้อนปรอทแตก! ทั่วไทยร้อนจัด เตือนเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี