วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2569
เผลอแป๊บเดียวก็เดินทางมาถึง “เดือนธันวาคม” เดือนสุดท้ายของปีแล้ว หรือก็คือเหลืออีกไม่กี่วัน ปี 2567 ก็จะผ่านพ้นไปและล่วงเข้าสู่ปีใหม่ 2568 ซึ่งก่อนจะไปถึงช่วงส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ในเดือนธันวาคมของทุกปี สำหรับคนไทยยังมีความสำคัญในฐานะ “วันพ่อแห่งชาติ” ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีซึ่งหลายหน่วยงานก็จะจัดงาน ชวนคุณพ่อกับคุณลูกมาทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่นในครอบครัวรวมถึงมอบรางวัลพ่อดีเด่นหรือพ่อตัวอย่างเพื่อเชิดชูเกียรติ
ขณะที่เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 2567 องค์กรที่มุ่งให้ความรู้และปลุกกระแสการสร้างสุขภาวะที่ดีในสังคมอย่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับโครงการครอบครัวปลอดบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า สมาคมเครือข่ายพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ (สพร.) และศูนย์ความรู้นโยบายเด็กและครอบครัว (คิด for คิดส์) จัดงานแถลงผลการสำรวจรับฟังความคิดเห็นหัวข้อ “พ่อ...พลังแห่งการเปลี่ยนแปลงสร้างครอบครัวปลอดบุหรี่” เพื่อสร้างการรับรู้ในเรื่องบทบาทของพ่อที่มีความสำคัญกับพฤติกรรม ลด ละ เลิกการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าภายในครอบครัว
ในงานนี้ ผศ.ดร.วศิน ศิวสฤษดิ์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยผลการสำรวจ “พฤติกรรม ความต้องการ ความคาดหวัง “พ่อ” ที่ส่งผลต่อการเลี้ยงดูบุตรหลานและความสัมพันธ์ในครอบครัว” โดยมีกลุ่มตัวอย่างเพศชาย ทั้งที่เป็นพ่อและญาติคนอื่นๆ ในครอบครัว (อาทิ ปู่ ตา ลุง น้า อา พี่) ที่มีบทบาทในการรับผิดชอบเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยอายุระหว่าง 0-6 ปี จำนวน 1,159 คน ใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ
จากกลุ่มตัวอย่างดังกล่าว พบผู้ที่สูบบุหรี่ 461 คน คิดเป็นร้อยละ 39.8 โดยกลุ่มอายุที่สูบบุหรี่มากที่สุดคือ21-30 ปี รองลงมาคือ 31-40 ปี แบ่งเป็นบุหรี่มวน 356 คนคิดเป็นร้อยละ 77.22 บุหรี่ไฟฟ้า 57 คน คิดเป็นร้อยละ 12.36 และสูบทั้ง 2 ชนิด 48 คน คิดเป็นร้อยละ 10.42 โดยภาคใต้สูบบุหรี่มวนสูง รองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือภาคเหนือ กรุงเทพฯและปริมณฑล และภาคตะวันออก
ส่วนภาคที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าสูงที่สุด คือ ภาคตะวันออก รองลงมาคือ กรุงเทพฯและปริมณฑล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ แต่อีกด้านหนึ่ง มีพ่อที่เคยสูบบุหรี่แต่เลิกบุหรี่ได้สำเร็จ 228 คน คิดเป็นร้อยละ 20 โดย “สาเหตุที่ทำให้เลิกสูบบุหรี่ได้คือมีลูกเป็นแรงจูงใจทำให้ตัดสินใจเลิกบุหรี่” มากถึงร้อยละ 88.16 และต้องการเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ลูก ร้อยละ 88.16
“กลุ่มที่ยังสูบอยู่ให้เหตุผลว่า ช่วยให้คลายเครียด และเคยชินกับการสูบสาเหตุหลักที่ทำให้เลิกสูบบุหรี่ไม่ได้คือความเคยชิน และเครียดจากฐานะทางเศรษฐกิจ โดย 77.87% ของกลุ่มที่สูบบุหรี่รู้ว่าการสูบบุหรี่จะส่งผลต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของลูกในอนาคต แม้จะยังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ แต่มีความตั้งใจที่จะให้ความรู้และพูดคุยกับบุตรหลานเรื่องความเสี่ยงของการสูบบุหรี่ต่อไป ทั้งนี้ยังพบว่า พ่อมีความรู้ที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าน้อยมาก โดยเฉพาะเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำยาและส่วนประกอบของบุหรี่ไฟฟ้า” ผศ.ดร.วศิน ระบุ
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า การสูบบุหรี่ ถือเป็นปัญหาที่คงอยู่ในสังคมไทยมาอย่างยาวนาน ในขณะที่ภัยจากบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นทุกปีและมีแนวโน้มที่นักสูบจะมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งมีจุดเริ่มจากคนในครอบครัวโดยเฉพาะผู้ที่เป็นพ่อ มีส่วนสำคัญส่งผลต่อเด็ก ที่อาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ นำไปสู่การกลายเป็นนักสูบหน้าใหม่ได้
นอกจากนี้ การสูบบุหรี่จะทำให้เกิดควันมือสอง มือสามที่ส่งผลโดยตรงกับการเกิดปัญหาสุขภาพ เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด และการติดเชื้อในหู และยับยั้งพัฒนาการของเด็กและเยาวชน ดังนั้น สสส. จึงได้ให้ความสำคัญกับการป้องกันการสูบบุหรี่ในครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องสุขภาพของเด็ก เยาวชนตั้งแต่ต้นทาง
“บุหรี่ไฟฟ้านอกจากมีอันตรายไม่ต่างจากบุหรี่มวนแล้ว ยังมีโลหะหนักที่เป็นสารก่อมะเร็ง และสารปรุงแต่งกลิ่นรสอีกกว่า 16,000 ชนิด ที่ทำให้เซลล์เยื่อบุหลอดลม และเส้นเลือดฝอยอักเสบ เพิ่มความเสี่ยงเสี่ยงโรคปอด หลอดเลือด หัวใจให้กับผู้ที่ได้รับควัน ที่สำคัญคือเกินกว่าครึ่งของผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในไทยเป็นเยาวชน อายุ 15-24 ปี มีข้อมูลพบว่า เด็กและเยาวชนที่ไม่เคยสูบบุหรี่มาก่อนถ้าเริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าจะมีแนวโน้มสูบบุหรี่มวนเพิ่มขึ้น 5 เท่า จึงถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของเด็กและเยาวชนโดยตรง” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว
แบบอย่างของคนที่เลิกบุหรี่ได้เพราะเป็นห่วงลูกอนุวัฒน์ เดชพรพงศ์ ได้แบ่งปันประสบการณ์ว่า ตนเห็นพ่อสูบบุหรี่มาตั้งแต่เด็ก พอเริ่มเป็นวัยรุ่นคิดว่าการสูบบุหรี่เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นผู้ใหญ่เลยทดลองสูบ และสูบต่อเนื่องมา 20 ปี ถึงแม้จะรู้ว่าบุหรี่เป็นสิ่งที่ไม่ดีแต่เลิกไม่ได้ มีความพยายามเลิกบุหรี่มาหลายครั้งด้วยหลายวิธี จนกระทั่งภรรยาตั้งครรภ์ จึงพยายามเลิกจนสำเร็จเพราะไม่ต้องการให้ควันบุหรี่ทำร้ายสุขภาพคนในครอบครัว
พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น กล่าวว่า “พ่อและแม่เป็นต้นแบบที่สำคัญสำหรับเด็กและเยาวชนในครอบครัว เพราะเด็กจะเลียนแบบพฤติกรรมจากผู้ใหญ่ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี”โดยในครอบครัวที่ผู้เป็นพ่อใช้การสูบบุหรี่เพื่อรับมือกับความเครียดในชีวิตประจำวัน อาจเป็นสาเหตุให้เด็กในครอบครัวเริ่มต้นสูบบุหรี่ไฟฟ้าเมื่อพวกเขาเองเผชิญกับปัญหาที่ต้องจัดการกับอารมณ์ได้ อีกทั้งสังคมควรสร้างความเข้าใจร่วมกันว่าหน้าที่การเลี้ยงดูเด็กไม่ใช่งานของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของทั้งพ่อและแม่
ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนในฐานะคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนได้ขับเคลื่อนนโยบายบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้า ในส่วนที่เกี่ยวกับเด็กและเยาวชน ผ่านคณะกรรมาธิการกิจการเด็กฯ ได้มีการศึกษาผลกระทบเรื่องบุหรี่ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า มีข้อเสนอหลัก 3 ส่วนคือ 1.ด้านกฎหมาย รัฐบาลต้องวางมาตรการด้านกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น
2.ด้านบริบทของคนที่เกี่ยวข้องต่อเด็ก ทั้งในโรงเรียนและชุมชน มีมาตรการเชิงเฝ้าระวังและป้องกัน และ 3.ด้านครอบครัว ให้ความรู้ความเข้าใจแก่ครอบครัวและคนรอบตัวเด็กถึงโทษของบุหรี่ไฟฟ้า ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรงไม่น้อยไปกว่าการสูบบุหรี่ หรือยาเสพติดอื่นๆ เพราะเมื่อพูดถึงบทบาทในความเป็นพ่อ พ่อต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก เพราะต้นแบบที่ดีเริ่มจากในครอบครัว ทำให้เด็กได้เรียนรู้ว่าคนในครอบครัวไม่มีใครสูบบุหรี่ หรืออย่างน้อยที่สุดก็หวังให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องผลกระทบการสูบบุหรี่ภายในบ้าน

พลังประชารัฐวงแตก! ผู้สมัคร สส.นัดรวมพล จี้ปมบริหารล้มเหลว บอร์ดบริหารไร้จริยธรรม
กทม.จมฝุ่นพิษ PM 2.5 พุ่งเกินมาตรฐานหลายพื้นที่
สื่อเขมรตีข่าว กต.กัมพูชายังปิดปากเงียบ หลังสหรัฐประกาศแบนวีซ่า75ประเทศ
อะจ๊าก! วันวิชิต ปูด 10 นักการเมืองสีเทา ที่จะโดนรวบ อยู่พรรคเดียวกัน
เริ่มแล้ว เก็บค่าผ่านทาง ทางหลวงหมายเลข 81 บางใหญ่ กาญจนบุรี วันนี้

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี