วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 02.00 น.
อาวุธเด็ดไทย อำนาจเหนือเขมร

ดูทั้งหมด

  •  

อำนาจที่เหนือกว่าของไทย เริ่มสิ่งผลต่อกัมพูชา ถึงขนาดอยู่ไม่เป็นสุข

พอไทยแสดงท่าทีเอาจริง ผู้นำเขมรก็ลุกลี้ลุกลน พยายามดึงเอาประเทศมหาอำนาจเข้ามาบังทางประเทศไทย


แต่งานนี้ ไทยแสดงท่าทีชัดเจน ทั้งต่อเขมร และชาติมหาอำนาจด้วย ว่าจะไม่ทนต่อพฤติกรรมลอบกัดของผู้นำเขมรอีกต่อไป

1. ท่าทีของผู้นำไทยในการจัดการกับกัมพูชาต่อหน้าสหรัฐ

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้กล่าวในการรับสายสนทนาโทรศัพท์สายตรงกับผู้นำสหรัฐฯ และมาเลเซีย ระบุว่า

ผู้สังเกตการณ์นานาชาติยืนยัน ทุ่นระเบิดเป็นของใหม่และถูกวางหลังลงนามปฏิญญา เป็นหลักฐานชัดว่ากัมพูชาฝ่าฝืนเงื่อนไขสันติภาพ

ไทย “ระงับการดำเนินการตามปฏิญญา” ชั่วคราว จนกว่ากัมพูชาจะยอมรับผิดและแถลงขอโทษต่อประชาชนไทย

ไทยมีสิทธิเต็มที่ในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน ตามหลักปฏิบัติของทุกประเทศในโลก

ขอให้ประเทศพยาน (สหรัฐฯ–มาเลเซีย) กดดันกัมพูชาให้เคารพข้อตกลงโดยเฉพาะการไม่ขัดขวางภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดของไทย

ไทยย้ำว่าการไม่ปฏิบัติตามของกัมพูชาทำลายความเชื่อมั่นของสังคมไทย เป็นอุปสรรคสำคัญต่อกระบวนการสันติภาพ

ไทยพร้อมร่วมมือสร้างสันติภาพ แต่ไม่เดินหน้าต่อกับประเทศที่ไม่จริงใจ สันติภาพต้องตั้งอยู่บนความไว้วางใจ ไม่ใช่การคุกคาม

ไทยชี้ให้เห็นถึงน้ำใจในอดีตที่เคยให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา และสะท้อนความเสียใจที่กลับถูกละเมิดอธิปไตยและทำร้ายกำลังพลไทย

ไทยไม่เคยมีเจตนารุกราน แต่พร้อมตอบโต้หากถูกคุกคาม เพื่อปกป้องชีวิตประชาชนและเกียรติภูมิของชาติ ฯลฯ

ท่าทีของผู้นำประเทศครั้งนี้ เด็ดขาด ชัดเจน ยืนยัน เดินหน้าในแนวทางของไทยเรา เพื่อปกป้องอธิปไตย ศักดิ์ศรีของประเทศ ความปลอดภัยประชาชน และผลประโยชน์ของชาติ

2. พลังอำนาจของชาติ l สันติภาพ l อธิปไตย

เพจ SMART Soldiers Strong ARMY ได้ให้มุมมองที่น่าสนใจ ว่าด้วย “พลังอำนาจของชาติ l สันติภาพl อธิปไตย” ระบุว่า

“สันติภาพ ต้องตั้งอยู่บนความเข้มแข็งและการเคารพอธิปไตยไทย

ดังนั้นไทยขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินการตามความจำเป็น เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพของดินแดนของไทย และจะดำเนินตามความเหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่”

ในโลกแห่งความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ “มิตรภาพ” และ “อธิปไตย” ต้องเดินเคียงคู่กันอย่างระมัดระวัง เพราะทันทีที่ประเทศใดก้าวล้ำเส้นแห่งความเคารพ เราจำเป็นต้องตอบสนองด้วยพลังของชาติ (National Power) ที่รอบด้านและมั่นคง

จากเหตุการณ์กัมพูชาฉีกปฏิญญากัวลาลัมเปอร์ลอบเข้ามาวางทุ่นระเบิดพื้นที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ละเมิดอธิปไตยไทยอย่างร้ายแรง เป็นเหตุให้ทหารไทยบาดเจ็บ และต้องเสียขา

ชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายกัมพูชามีพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์และความมั่นคงของไทย ทั้งการวางทุ่นระเบิดใหม่ในพื้นที่อธิปไตยของไทย, ส่งกำลังเข้าพื้นที่อ้างสิทธิ์โดยไม่แจ้ง, เจรจาโดยไม่สุจริต, และ บิดเบือนข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทั้งหมดนี้คือ “การละเมิดอธิปไตย” ที่ประเทศไทยไม่อาจนิ่งเฉย

ท่าทีใหม่ของไทย : การปกป้องอธิปไตยเชิงรุก Proactive Sovereignty Defense

ประเทศไทยต้องปรับจากเพื่อนบ้านคู่พัฒนา ไปสู่“การปกป้องอธิปไตยเชิงรุก”

แนวคิดใหม่ คือ “สันติภาพ ต้องตั้งอยู่บนความเข้มแข็งและการเคารพอธิปไตยไทย”

เรายังคงเปิดประตูสู่สันติภาพ แต่จะไม่ยอมให้ใครกำหนดเงื่อนไขแทนไทยอีกต่อไป

พลังอำนาจแห่งชาติ (DIME) : เครื่องมือปกป้องชาติ

D – การทูต: ใช้การทูตเชิงรุก สื่อสารหลักฐานการละเมิดต่อเวทีนานาชาติ สร้างความชอบธรรมและโดดเดี่ยวฝ่ายกัมพูชา

I – ข่าวสาร: ควบคุม Narrative การสื่อสารของประเทศด้วย “เสียงเดียวของชาติ” ให้ประชาชนเข้าใจว่านี่คือการปกป้องแผ่นดิน

M – การทหาร: ปฏิบัติการจำกัดเขตอย่างแม่นยำ แสดงพลังป้องปราม และตอบโต้อย่างสมน้ำสมเนื้อ ตามกฎการใช้กำลัง (Rule of Engagement: ROE)

E – เศรษฐกิจ: ใช้กลไกการค้า การเปิดปิดด่าน และการลงทุนเป็นเครื่องมือกดดัน จนกว่าฝ่ายตรงข้ามจะเคารพข้อตกลง

กองทัพบก พร้อมปกป้องอธิปไตยของชาติ ด้วยพลังแห่งความเข้มแข็ง และศรัทธาในผืนแผ่นดินไทย การบูรณาการใช้พลังอำนาจแห่งชาติ D.I.M.E.

ไม่ใช่เพื่อสร้างความขัดแย้ง แต่เพื่อรักษาศักดิ์ศรีของชาติ

และยืนยันว่า “แผ่นดินไทยย่อมเป็นของไทย และไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”...”

3. อาวุธทางการทหารที่สนับสนุนการปกป้องอธิปไตยเชิงรุก

มองให้ดี จะเห็นว่า กองทัพไทยมีอาวุธทางการทหารที่พร้อมสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยเชิงรุก

ประจำการอยู่ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ

3.1 กองทัพอากาศ

การปะทะรอบที่แล้ว โลกได้เห็นความสามารถของกองทัพอากาศไทย ในการใช้เครื่องบินรบ ร่วมปฏิบัติการกับทหารบกอย่างมีประสิทธิภาพ

กริพเพ่น เอฟ-16 ใช้อาวุธเข้าเป้าหมายทางทหารอย่างแม่นยำ สร้างความสูญเสียอย่างมากต่อทหารกัมพูชา

นอกจากนี้ ไทยยังมีเครื่องบินรบอีกหลายชนิด ที่สามารถปฏิบัติการปกป้องอธิปไตยเชิงรุกได้รวดเร็ว 10 นาที ถึงเมืองหลวงกัมพูชา

ล่าสุด กองทัพอากาศแจ้งประชาชนขอความร่วมมือไม่เปิดเผยภาพถ่ายปฏิบัติการทางทหาร และประกาศความพร้อมสูงสุด

“ยุติการดำเนินการทุกข้อตกลงระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา จนกว่าการปฏิบัติการใดๆ ของกัมพูชาที่แสดงความเป็นปฏิปักษ์จะไม่มี

กองทัพอากาศขอยืนยัน จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยเกียรติ ศักดิ์ศรี และผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #กองทัพอากาศ”

3.2 กองทัพเรือ

การปะทะครั้งที่แล้ว กองทัพเรือยังไม่ได้ออกอาวุธเด็ด

แต่ศักยภาพกองทัพเรือไม่ได้มีไว้เล่นๆ

ขุมกำลังเหนือกว่ากัมพูชาทุกระดับ

แม้ไทยจะยังไม่มีเรือดำน้ำประจำการ แต่อาวุธของกองทัพเรือไทยขณะนี้ มีศักยภาพปกป้องอธิปไตยเชิงรุกจำนวนมาก

อาทิ จรวด ASCM Harpoon blk 2 ยิงจากเรือรบ เข้าสู่เป้าที่อยู่บนฝั่งได้ ระยะยิงไกลถึง 130 km

(ถ้ามีเรือดำน้ำเมื่อไหร่ กองทัพเรือก็จะมีจรวด SLCM CM-708UNB ยิงจากเรือดำน้ำ S-26T ระยะยิงมากถึง 290 km)

เมืองท่าของกัมพูชา จุดยุทธศาสตร์สำคัญ ถูกโจมตีได้ภายในไม่ถึง 10 นาที

3.3 กองทัพบก

กองทัพบกมีความพร้อมปฏิบัติการ โดยมีทั้งกำลังพลและอาวุธ มีศักยภาพการรบเหนือกว่ากัมพูชาเช่นกัน

เฉพาะอาวุธที่สนับสนุนการปกป้องอธิปไตยเชิงรุก อาวุธที่โจมตีระยะไกล ลึกเข้าไปจากแนวชายแดน เพื่อโจมตีเป้าหมายทางการทหารฝ่ายกัมพูชาที่อยู่ลึกเข้าไปจากแนวชายแดน
ก็มีประจำการอยู่หลายชนิด

ล่าสุด กองทัพได้รับการส่งมอบอาวุธยุทโธปกรณ์เสริมอำนาจกำลังรบ ปกป้องอธิปไตย เพิ่มเติมอีก

บางรายการที่น่าสนใจ เช่น ระบบจรวดหลายลำกล้องนำวิถี แบบ DTI-1G ระยะยิงนำวิถีแม่นยำ 150 กิโลเมตร

กองพลทหารปืนใหญ่เป็นหน่วยผู้ใช้นำไปใช้งานในราชการ

ระบบจรวดหลายลำกล้องนำวิถีแบบ DTI-1G เป็นโครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบยุทโธปกรณ์ ขนาดใหญ่ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง

จากจุดเริ่มต้นจากการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีระบบควบคุมและนำวิถี พร้อมสร้างต้นแบบ จัดการฝึกอบรมการใช้งานและการบำรุงรักษา ตลอดจนการยิงทดสอบเพื่อใช้งาน

ในปี 2559 สทป. ได้ส่งมอบต้นแบบดังกล่าวให้กับกองทัพบกเพื่อนำไปทดลองใช้งาน ต่อมา สทป. ได้มีการประยุกต์องค์ความรู้ไปสู่การออกแบบและผลิตรถฐานยิงจรวดภายในประเทศให้ได้มาตรฐานเทียบเท่าเจ้าของเทคโนโลยี พร้อมทั้งจัดส่งกำลังพลของกองพลทหารปืนใหญ่ฝึกการใช้งานและเข้าร่วมการยิงทดสอบ โดยผลการยิงทดสอบสามารถทำลายเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

ในปี 2568 สทป. ได้ดำเนินการทดสอบสมรรถนะการใช้งานและการทดสอบทางยุทธวิธีเพิ่มเติมในประเทศ

จากความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ตรงตามความต้องการของหน่วยผู้ใช้ ส่งผลให้ต้นแบบระบบจรวดหลายลำกล้องนำวิถีแบบ DTI-1G ผ่านการทดสอบประเมินผลและได้รับการรับรองมาตรฐานผลงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารของกองทัพบก และได้ถูกนำไปใช้งานภารกิจป้องกันประเทศจริง

DTI-1G ได้ผ่านการใช้งานในการรบ (CombatProven) เป็นอาวุธนำวิถีแบบพื้นสู่พื้น ใช้ระบบนำวิถี ที่แม่นยำสูง

ระบบจรวดนำวิถีติดตั้งบนรถฐานยิงจรวดที่มีระบบขับเคลื่อนแบบ 8x8 และมีหัวเกราะป้องกันสะเก็ดระเบิด สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัว และทำการยิงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ

หัวรบมีอำนาจทำลายสูง ใช้เป็นอาวุธทางยุทธวิธียุทธการ และยุทธศาสตร์ สำหรับยิงทำลายเป้าหมายระยะไกลในทางลึก

และใช้เป็นอาวุธยิงสนับสนุน สำหรับการยิงทำลายที่ตั้งยุทโธปกรณ์ที่สำคัญของฝ่ายตรงข้าม ระยะยิงไกลถึง 150 กม.

ฯลฯ

4. ไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด

ขณะนี้ รัฐบาลและกองทัพ ได้ประสานพลังอำนาจของชาติทุกรูปแบบ เพื่อเอาชนะศัตรูของชาติ

ถ้าชนะได้ โดยไม่ต้องรบ ย่อมเป็นเรื่องดี

แต่ถ้ารบ ก็ต้องชนะ โดยสูญเสียน้อยที่สุด

คนไทยควรรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เพื่อสนับสนุนการปกป้องอธิปไตยอย่างถึงที่สุด

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:05 น. เสียงจากบุรีรัมย์ ขอรัฐช่วยตรึงดีเซล ค้านปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
21:30 น. หนุ่มขับกระบะตกคลอง ร้องขอพลเมืองดีอย่าเรียกตำรวจ เจอยาบ้าตกข้างรถ
21:29 น. ซัมเมอร์เดือด พลอยชมพู เสิร์ฟบิกินี่ตัวจี๊ดโชว์หุ่นฟิตเป๊ะ
21:24 น. เจ้าเดียวกับตึก สตง.! ผู้รับเหมาทิ้งงานศูนย์ราชการแพร่ 539 ล้าน จ่อขึ้นแบล็กลิสต์
21:08 น. ฟ้า พรหมศร อดอาหารในคุก หลังศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112
ดูทั้งหมด
ส่องประวัติ นนนี่ ณัฐชา นางเอกช่องดัง ภรรยา แอ็คมี่ นักธุรกิจหมื่นล้าน
ขึ้นมือ1โลก!'วิว'ร้อนแรงลิ่วตัดเชือกออลอิงแลนด์
‘อ็อด-ภิญโญ’หล่อเป๊ะในวัย81 ร่วมแสดงความยินดีหลานสาว ‘เซย่า’เรียนจบปริญญา
ศาลปกครองสูงสุด พิพากษายืนให้ที่ดิน พุทธมณฑล 2,500 ไร่ เป็นศาสนสมบัติกลาง
รัสเซีย จ่อเบนเข็มส่งก๊าซธรรมชาติจากยุโรปมาเอเชีย ไทยติดโผอันดับต้นๆ
ดูทั้งหมด
เรื่องของนักฉวยโอกาส..คาร์เพ็ทแบ็กเกอร์
ใครอยู่ยาว‘โมจตาบา’กับ‘ทรัมป์’
สงครามของจักรวรรดิ
นรกทาร์ทารัสแตก?
ศุภจี กับอนาคตมะพร้าวน้ำหอมไทย
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เจ้าเดียวกับตึก สตง.! ผู้รับเหมาทิ้งงานศูนย์ราชการแพร่ 539 ล้าน จ่อขึ้นแบล็กลิสต์

พลังงานย้ำชัด ปิดปั๊ม 4 ทุ่ม ใช้เฉพาะวิกฤตหนักเท่านั้น

อิ๊งค์ ขายหุ้น เอสซี 147 ล้านหุ้น เหลือถือต่ำกว่า 25% พินทองทา ถือครองอันดับ 1

ตัวแม่ยุค90 ระดับตำนานบุก'แนวหน้า'โปรโมต The Lady Concert Meeting

ซัมเมอร์เดือด พลอยชมพู เสิร์ฟบิกินี่ตัวจี๊ดโชว์หุ่นฟิตเป๊ะ

ตรึงราคาน้ำมัน ใครได้ใครเสีย

  • Breaking News
  • เสียงจากบุรีรัมย์ ขอรัฐช่วยตรึงดีเซล ค้านปิดปั๊ม 4 ทุ่ม เสียงจากบุรีรัมย์ ขอรัฐช่วยตรึงดีเซล ค้านปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
  • หนุ่มขับกระบะตกคลอง ร้องขอพลเมืองดีอย่าเรียกตำรวจ เจอยาบ้าตกข้างรถ หนุ่มขับกระบะตกคลอง ร้องขอพลเมืองดีอย่าเรียกตำรวจ เจอยาบ้าตกข้างรถ
  • ซัมเมอร์เดือด พลอยชมพู เสิร์ฟบิกินี่ตัวจี๊ดโชว์หุ่นฟิตเป๊ะ ซัมเมอร์เดือด พลอยชมพู เสิร์ฟบิกินี่ตัวจี๊ดโชว์หุ่นฟิตเป๊ะ
  • เจ้าเดียวกับตึก สตง.! ผู้รับเหมาทิ้งงานศูนย์ราชการแพร่ 539 ล้าน จ่อขึ้นแบล็กลิสต์ เจ้าเดียวกับตึก สตง.! ผู้รับเหมาทิ้งงานศูนย์ราชการแพร่ 539 ล้าน จ่อขึ้นแบล็กลิสต์
  • ฟ้า พรหมศร อดอาหารในคุก หลังศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112 ฟ้า พรหมศร อดอาหารในคุก หลังศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ศุภจี กับอนาคตมะพร้าวน้ำหอมไทย

ศุภจี กับอนาคตมะพร้าวน้ำหอมไทย

10 มี.ค. 2569

คนสอบส่วนน้อยที่ไร้วินัย กับสื่อขายดราม่า

คนสอบส่วนน้อยที่ไร้วินัย กับสื่อขายดราม่า

9 มี.ค. 2569

สงครามจะจบอย่างไร?

สงครามจะจบอย่างไร?

6 มี.ค. 2569

สหรัฐ-อิสราเอล ถล่มโรงเรียนประถมอิหร่าน  เด็กและครูตายกว่า 170 ชีวิต คือ เรื่องจริง

สหรัฐ-อิสราเอล ถล่มโรงเรียนประถมอิหร่าน เด็กและครูตายกว่า 170 ชีวิต คือ เรื่องจริง

5 มี.ค. 2569

โมโตจีพีวิถีไทย ประทับใจอินเตอร์  คุ้ม หรือไม่คุ้ม?

โมโตจีพีวิถีไทย ประทับใจอินเตอร์ คุ้ม หรือไม่คุ้ม?

4 มี.ค. 2569

อาจขายทอดตลาดก่อนศาลพิพากษา  ทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์หมื่นล้าน

อาจขายทอดตลาดก่อนศาลพิพากษา ทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์หมื่นล้าน

3 มี.ค. 2569

หวยเกษียณ (สลาก กอช.)  โครงการดีที่ควรไปต่อ

หวยเกษียณ (สลาก กอช.) โครงการดีที่ควรไปต่อ

2 มี.ค. 2569

นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?

นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?

27 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved