วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / กวนน้ำให้ใส
กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันศุกร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.
นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?

ดูทั้งหมด

  •  

ข่าวสะพัดว่า นายทักษิณ ชินวัตร จะได้รับการพักโทษ และได้ออกจากเรือนจำในเดือนพฤษภาคม 2569

1. เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 กรมราชทัณฑ์ เผยแพร่เอกสารข่าวชี้แจง ระบุว่า


“ด้วย นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งปัจจุบันถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม ตามคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีกำหนดโทษ 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2568 จะพ้นโทษ ในวันที่ 9 กันยายน 2569

กรมราชทัณฑ์ ขอเรียนว่า ในส่วนของการพักการลงโทษ หากนักโทษเด็ดขาดรายใดมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 (7) และกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาด และเงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาด ซึ่งจะได้รับการลดวันต้องโทษจำคุกหรือการพักการลงโทษและได้รับการปล่อยตัวต้องปฏิบัติ พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564

กล่าวคือ นายทักษิณ จะมีคุณสมบัติครบถ้วนต่อเมื่อต้องโทษจำคุกมาแล้ว 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ และจะได้รับประโยชน์จากการพักการลงโทษไม่เกิน 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี
และต้องผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ

โดยจะเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษ ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และสามารถปล่อยตัวพักการลงโทษได้ในวันถัดไปคือ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

ทั้งนี้ การคำนวณระยะเวลาการเข้าเกณฑ์การพักการลงโทษนั้น กรมราชทัณฑ์ได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 21 ซึ่งบัญญัติว่าในการคำนวณระยะเวลาจำคุก ให้นับวันเริ่มจำคุกรวมคำนวณเข้าด้วย และให้นับเป็น 1 วันเต็มโดยไม่ต้องคำนึงถึงจำนวนชั่วโมง ถ้าระยะเวลาที่คำนวณนั้นกำหนดเป็นเดือน ให้นับ 30 วันเป็น 1 เดือน ถ้ากำหนดเป็นปี ให้คำนวณตามปีปฏิทินในราชการ

ดังนั้น ในการคำนวณโทษของนายทักษิณ 2 ใน 3 ของกำหนดโทษ 1 ปี (1 ปี = 12 เดือน 5 วัน = 365 วัน)

จึงเท่ากับ 8 เดือน 4 วัน หรือ 244 วัน ซึ่งตรงกับวันที่ 10 พฤษภาคม 2569

และสามารถปล่อยตัวได้ในวันถัดไป คือ ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2569

สำหรับการจะติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัวกับนายทักษิณหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ

ดังนั้น การพิจารณาพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาดแต่ละราย จึงเป็นการดำเนินการตามกรอบกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด โดยมิได้  เลือกปฏิบัติหรือดำเนินการนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดไว้”

2. นายยุทธนา นาคเรืองศรี ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ระหว่างการพักโทษคุมประพฤติ หากผู้ต้องขังฝ่าฝืนเงื่อนไข จะถูกนำตัวกลับมาคุมขังตามโทษที่เหลือทันที

อย่างไรก็ตาม กรณีอดีตนายกฯ ซึ่งมีโทษจำคุกเพียง 1 ปี อาจไม่จำเป็นต้องติดกำไล EM แต่ต้องรายงานตัวต่อสำนักงานคุมประพฤติตามกำหนด

ภายหลังครบระยะเวลาพักโทษประมาณ 4 เดือน และปฏิบัติตามเงื่อนไขครบถ้วน จะได้รับใบบริสุทธิ์และพ้นโทษตามกฎหมาย

กรมราชทัณฑ์ย้ำว่า การพิจารณาพักโทษเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ระเบียบ และหลักสิทธิมนุษยชนโดยไม่เลือกปฏิบัติ

3. น่าสนว่า ก่อนหน้านี้ คปท. ได้ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ

ระบุว่า

“ตามที่ท่าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีการพิจารณาพักการลงโทษ นายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากเข้าเงื่อนไขการพักการลงโทษ จากการรับโทษ 2 ใน 3 ตามระเบียบการพักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์นั้น

เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เห็นว่า กรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร จะพิจารณาเฉพาะโทษที่ได้รับ 1 ปี จากการถูกคำสั่งศาลให้กลับมารับโทษใหม่ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 เพียงอย่างเดียวนั้น ไม่ได้

เนื่องจากกรณีนี้ศาลเคยออกหมายขังไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 แต่กลับมีขบวนการ ร่วมกัน สนับสนุน ช่วยเหลือ ให้ไม่ต้องรับโทษตามความจริง

ซึ่งพฤติการณ์การกระทำปรากฏชัดแจ้งในคำสั่งศาล

รวมถึงการพิจารณาพักการลงโทษโดยเหตุที่อ้างว่าป่วยจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งก็เท่ากับเป็นการกระทำผิดระเบียบการกักขังในเรือนจำตามหมายขังของศาล

การกระทำดังกล่าว ย่อมมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นการกระทำผิดของผู้ต้องขังในขณะถูกหมายขังในตอนนั้น

การกระทำผิดในขณะถูกต้องขัง ย่อมทำให้สถานะการเป็นผู้ต้องขังถูกลดชั้น จากผู้ต้องขังชั้นกลางลงมาเป็นผู้ต้องขังชั้นต้องปรับปรุง หรือ ต้องปรับปรุงมาก อีกด้วย

เมื่อพิจารณาจากการออกหมายขัง ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2566 และมีคำสั่งศาลให้กลับมารับโทษใหม่ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 นั้น ย่อมเป็นที่ทราบว่า มีการกระทำผิดในระหว่างต้องขังในครั้งแรก เหตุดังกล่าวย่อมไม่เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษตามปกติได้ จึงขอให้ท่านได้พิจารณาและชี้แจง ดังนี้

1. ขอให้ท่านได้ชี้แจงการจัดชั้นผู้ต้องขังแรกรับครั้งที่ 2 ของนายทักษิณ ชินวัตร ว่าอยู่ในสถานะชั้นผู้ต้องขังสถานะไหน เลื่อนชั้นกี่ครั้ง

2. ขอให้พิจารณา การกระทำความผิดในระหว่างถูกหมายขังเมื่อวันที่22 สิงหาคม 2566 ประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ ว่าเข้าหลักเกณฑ์การพักการลงโทษหรือไม่ อย่างไร เนื่อง
จากคดีดังกล่าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)อยู่ระหว่างดำเนินการไต่สวนความผิดเพิ่มเติม หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง
ทางการเมืองมีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร”

4. หากพิจารณาประเด็นที่ คปท. ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไปแล้วนั้น จะพบว่า มีข้อมูลที่น่าสนใจ

ประการแรก กรณีชั้น 14 ในคำสั่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง คําสั่งคดี หมายเลขดําที่ บค๑/๒๕๖๘

ปรากฏข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ และศาลฯ ได้ชี้ประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง ระบุว่า

“...การส่งตัวจําเลยไปรักษาตัวนอกเรือนจําไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๕ และกฎกระทรวงการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจํา พ.ศ. ๒๕๖๓

นอกจากนี้ การส่งตัวจําเลยออกไปรักษาตัวนอกเรือนจํา แบบฉุกเฉิน เนื่องจากจําเลยมีอาการแน่นหน้าอก แต่ข้อเท็จจริงได้ความจากเจ้าพนักงานเรือนจําชุดควบคุมว่า เมื่อส่งตัวจําเลยไปถึงโรงพยาบาลตํารวจได้พาจําเลยไปที่ห้องพักพิเศษ ชั้นที่ ๑๔ ของอาคารมหาภูมิพลราชานุสรณ์ ๘๘ พรรษา (มมร.) ซึ่งไม่ใช่ห้องฉุกเฉินหรือห้องอุบัติเหตุ ขัดกับระเบียบโรงพยาบาลตํารวจ ว่าด้วยการรับตัวผู้ป่วยคดีที่เป็นผู้ต้องหา ผู้ต้องกัก ผู้ต้องขังหรือนักโทษเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลตํารวจ พ.ศ. ๒๕๕๗ ที่กําหนดแนวทางการตรวจรักษา ในกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินไว้ในข้อ ๕.๓ ว่าในกรณีนอกเวลาราชการ แพทย์ผู้ปฏิบัติหน้าที่ที่ห้องฉุกเฉินและอุบัติเหตุจะเป็นผู้ให้การตรวจรักษาและกําหนดแนวทางการรับตัวผู้ป่วยคดีไว้ในห้องผู้ป่วยไว้ในข้อ ๖.๒ ว่า ให้รับตัวผู้ป่วยคดีไว้ที่ห้องผู้ป่วยที่โรงพยาบาลตํารวจจัดไว้สําหรับผู้ต้องหา ผู้ต้องกัก ผู้ต้องขังหรือนักโทษ เว้นแต่นายแพทย์ใหญ่(สบ ๘) จะพิจารณาอนุญาตเป็นอย่างอื่น

ประกอบกับได้ความจากศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์ประสิทธิ์และศาสตราจารย์นายแพทย์ไชยรัตน์ ที่ให้ความเห็นเกี่ยวกับการรักษาจําเลยในคืนที่รับตัวสรุปได้ว่า เมื่อพยานทั้งสองตรวจสอบจากเวชระเบียนบันทึกความคืบหน้าการรักษา เอกสารหมาย ศ.๒ แผ่นที่ ๑๔ และที่ ๑๕ พบว่าในวันที่๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖ ที่มีการส่งตัวจําเลยมาที่โรงพยาบาลตํารวจโดยอ้างว่าเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินนั้นไม่มีการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และไม่มีการตามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจมาดูอาการในทันที เพิ่งจะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจเข้ามาตรวจจําเลยในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ หรือหลังจาก ๒๔ ชั่วโมงไปแล้ว

และได้ความจากนายแพทย์วัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้อํานวยการทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในขณะนั้น และนายแพทย์พงศ์ภัค ซึ่งเป็นแพทย์เชี่ยวชาญเกี่ยวกับโรคหัวใจ สรุปได้ว่าที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์มีเครื่องมือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ มียาขยายหลอดลมและยาลดความดันโลหิตที่ใช้รักษาจําเลยตามเวชระเบียนของโรงพยาบาลตํารวจในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๖

แสดงให้เห็นได้ว่า อาการของจําเลยในคืนเกิดเหตุอยู่ในศักยภาพที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถรักษาได้ ไม่จําต้องส่งตัวจําเลยไปรักษานอกเรือนจํา

เชื่อได้ว่า ในคืนวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๖ จําเลยไม่ได้มีอาการแน่นหน้าอก แต่อ้างว่ามีอาการแน่นหน้าอก เพื่อให้เจ้าหน้าที่เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานครใช้เหตุดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการส่งตัวจําเลยไปรักษา

นอกจากนี้ ยังได้ความจากนายแพทย์วัฒน์ชัยและนายแพทย์พงศ์ภัค อีกว่า อาการของจําเลยตามที่ระบุใน เวชระเบียนของโรงพยาบาลตํารวจนับแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม๒๕๖๖ เป็นต้นไปนั้น ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์สามารถดูแลจําเลยได้ ซึ่งข้อเท็จจริงในส่วนนี้ พันตํารวจเอกนายแพทย์ชนะ ก็เบิกความยืนยันว่า อาการของจําเลยตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ จําเลยสามารถกลับไปรักษาตัวที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้

จึงเห็นได้ว่า อาการแน่นหน้าอกของจําเลยหากเกิดขึ้นจริงดังที่จําเลยอ้าง อาการของจําเลยก็ทุเลาดีขึ้นและจําเลยก็สามารถกลับไปรักษาตัวที่สถานพยาบาลของเรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานครหรือทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ เป็นต้นไป

สําหรับการรักษาจําเลย ที่โรงพยาบาลตํารวจตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๖ จนถึงวันที่จําเลยออกจากโรงพยาบาลตํารวจเมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ นั้น แพทย์โรงพยาบาล
ตํารวจออกใบแสดงความเห็นแพทย์ให้เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานครและผู้บัญชาการเรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร ใช้ใบรับรองแพทย์ฉบับลงวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๖ วันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๖๖และวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖ เป็นหลักฐานประกอบบันทึกข้อความถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ขออนุญาตให้จําเลยพักรักษาตัวนอกเรือนจําต่อไปเกินกว่า ๓๐ วัน ๖๐ วัน และ ๑๒๐ วัน โดยอ้างเหตุต้องรักษาแผลผ่าตัด ต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วน ต้องรักษาสมองขาดเลือดและผ่าตัดภาวะกระดูกคอเสื่อม ตามลําดับ

ทั้งที่การผ่าตัดตามที่ระบุในใบแสดงความเห็นแพทย์ เป็นการผ่าตัดนิ้วล็อก ผ่าตัดเอ็นหัวไหล่ขวา ซึ่งฉีกขาดเพราะจําเลยประสบอุบัติเหตุขณะพักอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจ และมิใช่สาเหตุ
การป่วยอันเป็นเหตุที่อ้างใช้ส่งตัวจําเลยมาที่โรงพยาบาลตํารวจ และการผ่าตัดภาวะกระดูกคอเสื่อม แพทย์เคยเสนอจําเลยให้ผ่าตัดภายหลังจากจําเลยอยู่โรงพยาบาลตํารวจ แต่จําเลยปฏิเสธการผ่าตัด

ทั้งได้ความว่า ในที่สุดก็ไม่มีการผ่าตัดกระดูกคอกดทับไขสันหลังและเส้นประสาทของจําเลยแต่อย่างใด จนกระทั่งจําเลยออกจากโรงพยาบาลตํารวจ

ข้อเท็จจริง จึงรับฟังได้ว่า การบังคับโทษจําคุกจําเลยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตามพฤติการณ์ดังกล่าวมาข้างต้น บ่งชี้ให้เห็นว่า จําเลยทราบข้อเท็จจริงหรือรับรู้เหตุการณ์ได้ว่าตนไม่ได้ป่วยวิกฤตฉุกเฉิน แต่จําเลยมีเพียงโรคประจําตัวซึ่งเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาตัวแบบผู้ป่วยนอกได้ โดยไม่จําเป็นต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจ เพราะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและสภาวะร่างกายของจําเลยเอง

นอกจากนั้น ยังได้ความว่าจําเลยเข้ามามีส่วนตัดสินใจในกระบวนการรักษาของแพทย์โดยปฏิเสธการผ่าตัดรักษาโรคหัวใจและโรคกระดูกคอกดทับไขสันหลังและเส้นประสาท แต่ให้แพทย์รักษาโดยการรับประทานยาตามอาการและเลือกรับการผ่าตัดนิ้วล็อกและเอ็นหัวไหล่ขวาซึ่งไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน และเป็นผลทําให้การรักษาตัวจําเลยในโรงพยาบาลตํารวจขยายระยะเวลาออกไป

จําเลยจึงได้รับประโยชน์จากการพักอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจ โดยไม่ต้องกลับไปถูกคุมขังที่เรือนจําพิเศษ กรุงเทพมหานครจนได้รับการปล่อยตัว และไม่อาจอ้างว่าเป็นการดําเนินการของแพทย์และเจ้าหน้าที่ มิได้เกิดจากการกระทําของจําเลย เพื่อถือเอาประโยชน์จากระยะเวลาที่พักอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจมาหักวันคุมขังโทษตามคําพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ มีพระบรมราชโองการพระราชทานพระมหากรุณาอภัยลดโทษให้จําเลยเหลือโทษจําคุกต่อไป อีก ๑ ปี ตามกําหนดโทษตามคําพิพากษา ดังนี้ ย่อมมีผลทําให้จําเลยได้รับการลดโทษ และต้องรับโทษจําคุกตามคําพิพากษาต่อไปอีก ๑ ปี นับแต่วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ แต่หามีผลทําให้การบังคับโทษจําคุกจําเลยสิ้นสุดลงไม่ เมื่อการบังคับโทษจําเลยเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายดังที่ได้วินิจฉัยมาข้างต้น กระบวนการบังคับโทษ รวมทั้งการพักการลงโทษจําเลย จึงไม่มีผลตามกฎหมาย และไม่อาจนําเอาระยะเวลาที่พักอยู่ที่โรงพยาบาลตํารวจมาหักเป็นวันคุมขังได้จําเลยจึงต้องรับโทษจําคุกอีก ๑ ปี ตามพระบรมราชโองการ...”

น่าติดตามว่า ป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหาใครเพิ่มเติมบ้าง ในคดีไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่มิชอบ กรณีป่วยทิพย์ชั้น 14?

อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร อยู่ในข่ายจะถูกแจ้งข้อกล่าวหาในฐานะผู้สนับสนุน ด้วยหรือไม่?

ถ้าไม่แจ้ง ป.ป.ช.ละเว้นหรือไม่?

ขณะนี้ กรณีสนับสนุนเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหน้าที่มิชอบในกรณีชั้น 14 เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์นั้น ยังไม่มีการแจ้งข้อหาดำเนินคดีแก่ทักษิณ แต่อย่างใด

ประการต่อมา พฤติกรรมของทักษิณในกรณีชั้น14นั้น เกิดขึ้นขณะเป็นผู้ต้องขัง แล้วจะไม่มีผลกระทบใดๆ กับสถานะความเป็นผู้ต้องขังเลยหรือ?

ผู้ต้องขังที่มีพฤติกรรมเรื่องชั้น 14 แบบนี้ ยังคงมีสิทธิ สถานะ เช่นเดียวกับผู้ขังคนอื่นที่ยินยอมรับโทษอย่างเคร่งครัด ตรงไปตรงมา อย่างนั้นหรือ?

โปรดอย่ามองข้าม “ความจริง” ในคำตัดสินของศาล ซึ่งคดีถึงที่สุดแล้ว

สารส้ม

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:09 น. นฤมล ไฟเขียวหลักเกณฑ์ สรรหาอาจารย์อาชีวะ-ยกระดับตำแหน่งทางวิชาการ
21:53 น. ลือสนั่น! พระเอกลูกครึ่งช่องดัง ม. จีบตัวแม่เบอร์ 1 สำเร็จ?
21:50 น. 2 สส.กล้าธรรม โต้ข่าวงูเห่า ประกาศชัดอยู่กับพรรคไม่เปลี่ยนแปลง
21:46 น. ชัยภูมิทลายเหมืองบิทคอยน์เถื่อน 3 จุด ยึดเครื่องกว่า 40 ตัว เสียหายหลายสิบล้าน
21:13 น. ธรรมนัส เข้ายิม ท่ามกลางกระแสงูเขียวเลื้อยหนุน อนุทิน
ดูทั้งหมด
อวสานสายแชท Messenger com จะเลิกให้บริการบนเดสก์ท็อป เมษายน นี้
พระราชินี ฉลองพระองค์ชุดที่ 5 ทอดพระเนตรฮอกกี้น้ำแข็งที่อิตาลี
ทัวร์ลงยับ คุณพ่อดาเนียลา คอมเมนต์ข่ม ลิซ่า ลลิษา ปมสกิลเต้น ดรามาลามเหยียดชาวเอเชีย
เพลง ชนม์ทิดา พูดครั้งแรก โดนขอเลิกแต่ให้เก็บชุดแต่งงานไว้
สวยสะกดมงลง มายมิ้นต์ จิราภรณ์ คว้าตำแหน่งนางสาวไทย 2569
ดูทั้งหมด
เลือกตั้ง สส. โมฆะ ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย
มาแล้ว มาแล้ว ผลเลือกตั้ง
นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?
แวดวงการเงิน : 27 กุมภาพันธ์ 2569
หุ้นเด่น : 27 กุมภาพันธ์ 2569
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ลือสนั่น! พระเอกลูกครึ่งช่องดัง ม. จีบตัวแม่เบอร์ 1 สำเร็จ?

ชัยภูมิทลายเหมืองบิทคอยน์เถื่อน 3 จุด ยึดเครื่องกว่า 40 ตัว เสียหายหลายสิบล้าน

สมชัย เย้ยกกต.เมาหมัด ฟ้องเอาผิดปชช.ปมบาร์โค้ด ชี้อย่าถอนแจ้งความจะได้พิสูจน์ว่าแจ้งเท็จ

ทภ.2 สรุปสถานการณ์ไฟป่าชายแดนไทย–เขมร พบจุดความร้อน 1 แห่ง ห่างแดนไทย 600 เมตร

(คลิป) กะล่อนเหมือนพ่อไม่มีผิด ฮุน มาเนต ปัดไม่มีเอี่ยวรายได้สแกมเมอร์

อมิตาพุทธ อนุทิน อุ้มพระบูชาขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า อวยพรสื่อ เฮงๆเฮงๆ (คลิป)

  • Breaking News
  • นฤมล ไฟเขียวหลักเกณฑ์ สรรหาอาจารย์อาชีวะ-ยกระดับตำแหน่งทางวิชาการ นฤมล ไฟเขียวหลักเกณฑ์ สรรหาอาจารย์อาชีวะ-ยกระดับตำแหน่งทางวิชาการ
  • ลือสนั่น! พระเอกลูกครึ่งช่องดัง ม. จีบตัวแม่เบอร์ 1 สำเร็จ? ลือสนั่น! พระเอกลูกครึ่งช่องดัง ม. จีบตัวแม่เบอร์ 1 สำเร็จ?
  • 2 สส.กล้าธรรม โต้ข่าวงูเห่า ประกาศชัดอยู่กับพรรคไม่เปลี่ยนแปลง 2 สส.กล้าธรรม โต้ข่าวงูเห่า ประกาศชัดอยู่กับพรรคไม่เปลี่ยนแปลง
  • ชัยภูมิทลายเหมืองบิทคอยน์เถื่อน 3 จุด ยึดเครื่องกว่า 40 ตัว เสียหายหลายสิบล้าน ชัยภูมิทลายเหมืองบิทคอยน์เถื่อน 3 จุด ยึดเครื่องกว่า 40 ตัว เสียหายหลายสิบล้าน
  • ธรรมนัส เข้ายิม ท่ามกลางกระแสงูเขียวเลื้อยหนุน อนุทิน ธรรมนัส เข้ายิม ท่ามกลางกระแสงูเขียวเลื้อยหนุน อนุทิน
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?

นักโทษอย่างทักษิณ เข้าเกณฑ์พักโทษ แน่หรือ?

27 ก.พ. 2569

ลดดอกเบี้ยประเดิม  ส่งสัญญาณเหยียบคันเร่งเศรษฐกิจไทย

ลดดอกเบี้ยประเดิม ส่งสัญญาณเหยียบคันเร่งเศรษฐกิจไทย

26 ก.พ. 2569

ศาลฎีกาฟัน ศุภชัยฉ้อโกงประชาชน  จับตาทรัพย์สินคดีฟอกเงินในเครือข่ายธรรมกาย 1,400 ล้าน

ศาลฎีกาฟัน ศุภชัยฉ้อโกงประชาชน จับตาทรัพย์สินคดีฟอกเงินในเครือข่ายธรรมกาย 1,400 ล้าน

25 ก.พ. 2569

ปราบผี Spectre C

ปราบผี Spectre C

24 ก.พ. 2569

บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด เลือกตั้งไม่โมฆะ 99%

บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด เลือกตั้งไม่โมฆะ 99%

23 ก.พ. 2569

วิษณุเสื่อมมนต์

วิษณุเสื่อมมนต์

20 ก.พ. 2569

พรรคส้มโกหกประชาชน เก็บข้อมูล Laser ID

พรรคส้มโกหกประชาชน เก็บข้อมูล Laser ID

19 ก.พ. 2569

ไม่มีปัญหา ถ้าส้มไม่แพ้  มีปัญหา เพราะแพ้แล้วพาล

ไม่มีปัญหา ถ้าส้มไม่แพ้ มีปัญหา เพราะแพ้แล้วพาล

18 ก.พ. 2569

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved