วันเสาร์ ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569
3. ครูผู้ปลูกฝัง “สุ จิ ปุ ลิ”ให้ศิษย์
ครูในฐานะผู้ให้ความรู้ควรสร้างบรรยากาศในห้องเรียน
ที่ส่งเสริมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม
ครูควรเป็นแบบอย่างของการเป็นผู้ฟังที่ดี (สุ)
และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็น
ครูควรออกแบบกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการคิดวิเคราะห์ (จิ)
ไม่ใช่เพียงแค่การท่องจำเนื้อหา และควรส่งเสริมให้นักเรียนกล้าที่จะตั้งคำถาม (ปุ)
โดยครูไม่ควรมองว่าการถามของนักเรียนคือการท้าทาย
แต่ควรมองว่าเป็นการแสดงออกถึงความสนใจในการเรียนรู้ และ
สุดท้าย ครูสามารถมอบหมายงานเขียน (ลิ)
เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการจัดระเบียบความคิดและการสื่อสาร
4. พระผู้ชี้ทาง “สุ จิ ปุ ลิ”ในวิถีแห่งธรรม
หลักธรรมคำสอนของพระสงฆ์เป็นแหล่งความรู้ที่ทรงคุณค่า
พระสงฆ์สามารถชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของ “สุ” (การฟัง)
โดยการสอนให้เยาวชนรู้จักฟังคำสอนด้วยใจที่สงบและเปิดกว้าง
“จิ” (การคิด)
คือการสอนให้รู้จักคิดไตร่ตรองตามหลักธรรม
ไม่ใช่แค่การเชื่ออย่างงมงาย
“ปุ” (การถาม)
คือการส่งเสริมให้เยาวชนกล้าที่จะถามในสิ่งที่สงสัยเกี่ยวกับหลักธรรม
เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และ
“ลิ” (การเขียน) อาจเป็นการเขียนบันทึกความดี หรือการเขียนสรุปคำสอนที่ได้ฟังมา เพื่อให้เกิดการตกผลึกทางความคิดและนำไปสู่การปฏิบัติในที่สุด
สู่การเป็นเยาวชนผู้ก้าวไกล
เมื่อเยาวชนได้ใช้หลักการ “สุ จิ ปุ ลิ” อย่างสม่ำเสมอในทุกมิติของชีวิต
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการเติบโตอย่างรอบด้านในฐานะพลเมืองที่ดีของสังคม:
เป็นพลเมืองที่ดีงามของแผ่นดิน :
-การฟังอย่างมีวิจารณญาณ
-การคิดวิเคราะห์ถึงปัญหาของสังคม
-การกล้าตั้งคำถามในสิ่งที่ถูกต้อง และ
-การเขียนเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์
ล้วนเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของพลเมืองที่ดีที่พร้อมจะร่วมกันพัฒนาประเทศ
เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ :
-การฟังพ่อแม่ด้วยความเคารพ
-การคิดถึงความรู้สึกของท่าน
-การสื่อสารอย่างเปิดอกด้วยการถามในสิ่งที่สงสัย และ
-การเขียนเพื่อบอกความในใจ
ล้วนเป็นหนทางที่จะช่วยสร้างความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในครอบครัว
เป็นลูกศิษย์ที่ดีของครู :
-การฟังคำสอนอย่างตั้งใจ
-การคิดตามเนื้อหาที่ครูสอน
-การถามเพื่อเติมเต็มความรู้ และ
-การเขียนเพื่อสรุปบทเรียน
ล้วนเป็นคุณสมบัติของลูกศิษย์ที่ใฝ่รู้ใฝ่เรียน
เป็นคนมีธรรมของพระ :
-การฟังพระธรรมด้วยใจที่เป็นกุศล
-การคิดไตร่ตรองในคำสอน
-การถามเมื่อเกิดความสงสัยในหลักธรรม และ
-การบันทึกสิ่งที่ได้เรียนรู้จากธรรมะ
จะช่วยให้เยาวชนเติบโตขึ้นเป็นคนดีที่มีศีลธรรมประจำใจ
เป็นเพื่อนที่ดีของเพื่อน :
-การฟังเพื่อนด้วยความเข้าใจและเห็นอกเห็นใจ
-การคิดอย่างมีเหตุผลเมื่อเพื่อนมีปัญหา
-การถามเพื่อช่วยให้เพื่อนได้ระบายความรู้สึก และการเขียนข้อความดีๆ ให้กำลังใจ
ล้วนเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างมิตรภาพที่ยั่งยืน
l การประสานความร่วมมือที่เป็นระบบและเป็นกระบวนการ
การประสานงานอย่างเป็นระบบคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน
สร้างความเข้าใจร่วมกัน :
พ่อแม่ ครู และพระ ควรมีเวทีในการแลกเปลี่ยนความเห็นและสร้างความเข้าใจร่วมกัน
ถึงเป้าหมายในการพัฒนาเยาวชนด้วยหลัก “สุ จิ ปุ ลิ”
บูรณาการหลักการเข้ากับชีวิตประจำวัน :
ที่บ้าน :
พ่อแม่ใช้หลักการนี้ในการสื่อสารและทำกิจกรรมกับลูกในชีวิตประจำวัน
ที่โรงเรียน :
ครูใช้หลักการนี้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและสร้างบรรยากาศในห้องเรียน
ที่วัด :
พระใช้หลักการนี้ในการเผยแผ่ธรรมะและการจัดกิจกรรมทางศาสนา
การสื่อสารที่ต่อเนื่อง :
ควรมีการสื่อสารระหว่างทั้งสามฝ่ายอย่างสม่ำเสมอ เช่น
-การนัดประชุมผู้ปกครอง-ครู
-การจัดกิจกรรมร่วมกันระหว่างโรงเรียนและวัด หรือ
-การให้พ่อแม่และครูได้ปรึกษาหารือกับพระสงฆ์ในเรื่องการอบรมสั่งสอนเยาวชน
หากทั้งสามฝ่ายสามารถประสานงานกันได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
เยาวชนจะได้รับการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งในด้านสติปัญญาและคุณธรรมจริยธรรม
ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมต่อไปในอนาคต
“สุ จิ ปุ ลิ” ไม่ใช่เพียงแค่คำโบราณที่ต้องท่องจำ
แต่คือหัวใจของการพัฒนาตัวเองที่ไม่เคยล้าสมัย
หากเยาวชนคนหนุ่มสาวในวันนี้ได้นำหลักการนี้มาปรับใช้ในชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ
ไม่เพียงแต่จะช่วยให้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ
แต่ยังจะช่วยหล่อหลอมให้เป็นคนที่ดีที่พร้อมจะสร้างสรรค์สังคมและแผ่นดิน
ให้เจริญก้าวหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ชัยวัฒน์ สุรวิชัย

'โอ๊ต-สุรศักดิ์'ถ่ายทอดแง่คิด 'ไม่มีใครใหญ่กว่าโลง' ผ่านซีรีส์ 'เรื่องเล่าอาจารย์ยอด'
สุรินทร์อ่วม! พายุฤดูร้อนถล่ม งานขึ้นบ้านใหม่ ซัดเวทีลำโพงพังถล่ม
วงการเพลงสะเทือน สไปร์ท ซุปเปอร์เท็น โพสต์ฟาดเดือด พวกคุณมันก็แค่หาเงินจากเด็ก
ม่วนซื่นวันไหลสัตหีบ ปิดเมืองสาดน้ำคลายร้อน รถติดยาวเหยียด
กรมอุตุฯประกาศฉบับ8 เปิดลิสต์พื้นที่อันตราย พายุฤดูร้อน ลมแรงระดับลูกเห็บตก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี