วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ยักษ์ใหญ่เอเชีย จีนและอินเดียตักตวงผลประโยชน์ จากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตกอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งที่ต้องทำสงครามกับอิหร่านอย่างโดดเดี่ยว แม้แต่เบนจามิน เนทันยาฮู คู่หูค้าสงครามก็หายตัวไปอย่างปริศนาในขณะที่สหรัฐอเมริกากำลังเพลี่ยงพล้ำในสงครามรุกรานอิหร่าน
17 มีนาคม กองบัญชากลางสหรัฐในตะวันออกกลาง (Centcom) ออกคำสั่งถอนกำลังทหารและพลเรือนทั้งหมด ออกจากประเทศอิรัก หลังจากขีปนาวุธพุ่งเป้าหมายทำลายสถานทูตสหรัฐในกรุงแบกแดด ห้าวันหลังจากเครื่องบินเติมน้ำมันทางอากาศตกในประเทศอิรัก ตอนนั้น Centcom แถลงว่าเครื่องบิน เติมน้ำมันรุ่น KC-135 Stratotanker ประสบอุบัติเหตุตกในพื้นที่ประเทศอิรัก ลูกเรือ 6 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ แต่เตหะรานยืนยันว่าเครื่องบินเติมน้ำมันสหรัฐถูกอิหร่านยิงตก
การถอนทหารออกจากอิรัก เป็นที่ประจักษ์ว่าสหรัฐกำลังถอยออกจากสงครามอย่างมีกลยุทธ์ คือค่อยๆ ถอนกำลังตัวเองออกไปแล้วร้องขอให้พันธมิตรเสริมกำลังเข้าทำสงครามแทนเหมือนในอัฟกานิสถาน
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลิงคอล์น (CVN-72) เรือบรรทุกเครื่องบินถูกโจมด้วยขีปนาวุธอิหร่านไฟไหม้ ถอนตัวออกจากพื้นที่ขัดแย้งไปไกลถึง 1,700 กม. Centcom.แถลงว่าไม่ได้ถอยจากสงครามเพียงแต่ย้ายพื้นที่ตามยุทธศาสตร์
ส่วนประธานาธิบดีทรัมป์ ก็พล่ามเรียกร้องให้ประเทศที่ใช้น้ำมันจากตะวันออกกลางทั้งยุโรปและเอเชียส่งเรือรบมาช่วยคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านเส้นทางขนส่งสำคัญที่ถูกอิหร่านปิด และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กลุ่มประเทศ G7 ได้แก่ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น อังกฤษ พร้อมใจกันปฏิเสธไม่ส่งเรือรบไปคุ้มกันเรือน้ำมันแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่อิหร่านปิดอย่างมียุทธศาสตร์
อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ เฉพาะเรือสหรัฐ อิสราเอล และประเทศพันธมิตรของสหรัฐ และสำทับว่าสำหรับการซื้อขายน้ำมันเป็นเงินหยวน อิหร่านจะพิจารณาให้เรือน้ำมันเหล่านั้นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้
คำประกาศของอารักชี ได้กำราบอาการพล่านของทรัมป์ ที่เรียกร้องเอะอะโวยวาย ทั้งขู่ทั้งปลอบของเขาที่ไม่มีใครสนใจ ทำให้ ทรัมป์ พล่านพาลข่มขู่ Nato ว่าจะพบกับความเลวร้ายที่ไม่ช่วยต่อต้านอิหร่าน
ทางด้าน เอเชีย ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ต่างพากันหันหลังให้สหรัฐ ส่วนจีนกับอินเดีย ได้ประโยชน์เต็มๆ จากคำประกาศของอิหร่านว่า “น้ำมันที่ซื้อด้วยเงินหยวน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้” ซึ่งถือว่าเป็นคำประกาศอย่างมียุทธศาสตร์ และสงครามจิตวิทยาเยาะเย้ยสหรัฐว่า ปีโตรดอลลาร์ (PetroDollar) ไร้ค่าแล้ว
อิหร่าน หนึ่งในสมาชิกสำคัญ BRICS (บริกส์) กลุ่มความร่วมมือประเทศตลาดเกิดใหม่ ที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่และเติบโตอย่างรวดเร็ว ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจการเมืองโลก และลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ
สหรัฐทำข้อผูกมัดกับประเทศผลิตและส่งออกน้ำมัน หรือ OPEC ต้องซื้อขายน้ำมันด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเวลา 50 ปี ตั้งแต่เดือนมีนาคม 1975 ซึ่งสิ้นสุดสัญญา เดือนมีนาคม 2025 ความพยายามลดพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐของกลุ่มบริกส์ จึงสัมฤทธิผลหลังจากนั้น
ในความเป็นจริงชาติกลุ่มบริกส์ เริ่มใช้สกุลเงินท้องถิ่นซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าด้วยสกุลเงินตราตัวเองตั้งแต่ปี 2020
อินเดียซื้อน้ำมันจากอิหร่านด้วยเงินรูปี จีนซื้อน้ำมันจากอิหร่านและรัสเซียก็ใช้เงินหยวน และเงินหยวนของจีน กลายเป็นเงินสกุลหลักมากขึ้นตั้งแต่บริกส์ก่อตั้ง “ธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ในเซี่ยงไฮ้”
จึงพูดได้ว่า อิหร่านประกาศอย่างมียุทธศาสตร์ ที่ให้เรือซื้อน้ำมันจากอิหร่าน และประเทศในอ่าวอาหรับใช้เงินหยวนซื้อน้ำมันจึงผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ นอกจากแสดงการถือไพ่เหนือสหรัฐแล้วอิหร่านยังบอกเป็นนัยว่า จีนไม่มีวันทิ้งอิหร่าน
สำนักข่าว Financial Times รายงานเมื่อ 15 มี.ค. 2569 ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินเดียเปิดเผยว่าเรือบรรทุกก๊าซ LPG 2 ลำของพวกเขาสามารถเดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้เมื่อวันเสาร์ที่ 14 มี.ค. เพราะพวกเขาเจรจาโดยตรงกับทางการอิหร่าน Financial Times รายงานด้วยว่าเรือบรรทุกน้ำมันของจีนล่องผ่านช่องแคบฮอร์มุซเกือบทุกวัน
นอกจากซื้อน้ำมันเพื่อประคองเศรษฐกิจอิหร่านแล้ว จีนยังสร้างสถานการณ์ให้สหรัฐเกิดอาการห่วงหน้าพะวงหลัง..สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เช้าวันที่ 16 มีนาคม 2569 กองทัพประชาชนจีนส่งเครื่องบินรบ 26 ลำ พร้อมเรือรบ 7 ลำ เข้าปฏิบัติการรอบเกาะไต้หวัน ครบทั้ง 4 ทิศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ สหรัฐอเมริกา กำลังทุ่มกำลังทหารจำนวนมากไปยัง อ่าวเปอร์เซีย เพื่อรับมือกับความตึงเครียดกับ อิหร่าน ทำให้กำลังและยุทโธปกรณ์บางส่วนถูกดึงออกจากภูมิภาคเอเชีย
รายงานยังระบุว่า คลังขีปนาวุธบางส่วนของสหรัฐถูกใช้งานอย่างหนักในการสกัดโดรนในตะวันออกกลาง ขณะที่ เกาหลีใต้ระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD ถูกย้ายจากเกาหลีใต้ไปตะวันออกกลาง ส่งผลให้หลายฝ่ายกังวลว่าระบบป้องกันในภูมิภาคอาจเกิดช่องว่างด้านความมั่นคง ซึ่งทำให้ทั้งไต้หวันและ ญี่ปุ่น เฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
นักวิเคราะห์มองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้ อาจเป็นจังหวะที่จีนรอคอยมานาน เพราะในช่วงที่สหรัฐต้องกระจายกำลังไปหลายสมรภูมิ ความสมดุลของอำนาจในเอเชียอาจเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์บานปลายถึงขั้นการยกระดับความขัดแย้งรอบไต้หวัน ผลกระทบจะไม่ใช่แค่ด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ของโลกด้วย เนื่องจากไต้หวันถือเป็นศูนย์กลางการผลิตชิปขั้นสูงของโลก จึงพูดได้ว่า จีน อิหร่าน รัสเซีย ประสานงานกันอย่างมียุทธศาสตร์ คือร่วมงานกันในทางลับ ไม่โวยวายงุ่มง่ามเหมือนทรัมป์ มีรายงานว่า รัสเซียเสริมอาวุธให้อิหร่าน ส่วนจีนใช้ GPS ส่งสัญญาณชี้เป้าการเคลื่อนไหวเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐและฐานทัพสหรัฐในภูมิภาคให้ขีปนาวุธและโดรนอิหร่านจึงโจมตีเป้าหมายได้แม่นยำ
ประธานาธิบดีทรัมป์ ทำตัวเป็นผู้พิพากษาโลก ตัดสินลงโทษประเทศใดก็เพียงแต่ถูกเป่าหูจากคนใกล้ชิด ทรัมป์จึงตัดสินใจผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไขได้หลายกรณี ด้วยเหตุนี้ ทรัมป์ จึงโทรศัพท์ไปหาประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ปรึกษาสถานการณ์สงครามในยูเครนและตะวันออกกลาง ไม่รู้ปรึกษากันอีท่าไหนพูดไปพูดมา ทรัมป์ ประกาศเลิกคว่ำบาตรค้าน้ำมันบางส่วนให้รัสเซียซึ่งขายน้ำมันให้จีน อินเดีย และประเทศในโลกใต้โดยการใช้กองเรือเงามานาน เมื่อวอชิงตันยกเลิกการคว่ำบาตรบางส่วน ทำให้รัสเซียขายน้ำมันให้ประเทศพันธมิตรได้คล่องตัวมากขึ้น มีรายงานว่าตั้งแต่เกิดสงครามตะวันออกกลางรอบใหม่ รัสเซียมีรายได้จากขายน้ำมันประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
พูดกันหนาหูว่า รัฐบาลไทยได้ทำสัญญาซื้อน้ำมันจากรัสเซีย แต่ยังไม่มีการแถลงเป็นทางการ นี่คือนิสัยถาวรของนักการเมืองไทยเมื่อได้เป็นรัฐบาลมักไม่พูดความจริงทั้งหมด เมื่อเกิดวิกฤตขนส่งน้ำมัน เนื่องจากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ รัฐบาลได้แต่พูดว่าประเทศไทย มีน้ำมันสำรองใช้ได้ถึง 90 วัน การพูดเพียงเท่านั้นทำให้เกิดการปั่นป่วนตลาดน้ำมันในประเทศ
รถยนต์ทั่วไปเข้าคิวเติมน้ำมันยาวเป็นกิโลเมตร เข้าคิวนานจนบางปั๊ม น้ำมันหมดปั๊ม ก่อนรถหลายคันได้เติมน้ำมัน ปัจจุบันมีความปั่นป่วนทั่วไป รถยนต์ และเครื่องมือทำเกษตรไม่มีน้ำมันใช้ทำงานไม่ได้ ที่เลวร้ายกว่านั้นรถพยาบาล รถมูลนิธิกู้ภัย
ออกมาโวยวายว่าหาปั๊ม เติมน้ำมันไม่ได้
ปัญหาคนตื่นน้ำมันจะมีต่อไปอีกนานตราบใดที่รัฐบาลไม่บอกความจริงว่า มีน้ำมันสำรองกี่ล้านบาร์เรล ประเทศไทยใช้น้ำมันวันละกี่บาร์เรล การไม่พูดความจริงทั้งหมด ทำให้ประชาชนตื่นน้ำมันแห่กันเข้าคิวซื้อน้ำมันจากสถานที่บริการที่ลดลงเหลือหนึ่งในสาม
เมื่อแหล่งบริการประมาณสองในสามหยุดให้บริการผู้ต้องการใช้น้ำมันจึงแห่ไปเข้าคิวยาวซื้อน้ำมันจากปั๊ม ที่เหลืออยู่ประมาณหนึ่งหมื่นปั๊ม นี่คือที่มาของความสับสนวุ่นวายมิใช่มาจากปั๊ม ตุนน้ำมันไว้ขายในราคาแพงขึ้น
ประเทศขนาดกลางอย่าง ประเทศไทยที่ใช้น้ำมันประมาณหนึ่งล้านบาร์เรลต่อวัน ถึงจุดนี้น่าจะมองออกแล้วว่าสหรัฐกับอิหร่าน ใครถือไพ่เหนือกว่าในสงครามสหรัฐ อิหร่าน หากมองจากความจริงที่ทรัมป์ กำลังโดดเดี่ยว แม้แต่ลูกกระเดือกกับคอหอยบ้าสงครามด้วยกันอย่าง เนทันยาฮูผู้ลากทรัมป์เข้าสู่สงคราม ก็หายตัวไปอย่างปริศนาตั้งแตวันที่ 12 มีนาคม ปล่อยให้ทรัมป์ ยืนหยัดต่อต้านฝูงโดรนและขีปนาวุธอิหร่านอยู่คนเดียว
รัฐบาลที่มีสายตายาวไกลย่อมประเมินได้ว่า ถึงเวลาจะยืนอยู่ฝ่ายไหน มีรายงานว่าเวียดนามเพิ่งส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อิหร่าน 60 ตัน รวมทั้งข้าวสาร แป้งสาลี บะหมี่สำเร็จรูป น้ำตาล น้ำปลาตลอดเสื้อผ้าเด็กและผู้ใหญ่ เครื่องบินขนส่งบินจากฮานอยและกลับลงจอดอย่างปลอดภัย
ไม่มีรายละเอียดว่าเครื่องบินเวียดนามใช้เส้นทางไหน แต่หากรายงานเป็นความจริง ก็ถือว่าเวียดนามนำเราไปหลายก้าวที่ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อิหร่านถูกที่ถูกเวลาในขณะที่รัฐบาลไทยพล่ามจะทำโน้นนี้นั่นทุกวัน จึงเข้าตำรา “กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้”
สุทิน วรรณบวร

นายกสมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศไทย ร้อง กมธ.สธ. แก้ปมกฎหมายวิชาชีพล่าช้า
การันตีความมันส์ จีจ้า ญาณิน กับผลงานแอ็กชันสุดเดือด The Furious คนเดือดระห่ำ
ฉุนแม่ไม่เช่าคอนโดหรูเดือนละ 2.7 หมื่น หนุ่ม 29 ขับเก๋งพุ่งตกสระน้ำกลางจุฬาฯ ประชด
ระทึก! พ่วง 18 ล้อทำแผ่นปูนยักษ์ร่วงขวางถนนกาญจนาภิเษก บางบัวทอง
สาวกไอโฟนเตรียมกระเป๋าฉีก ทิม คุก ประกาศ แอปเปิล เตรียมขึ้นราคาสินค้าครั้งใหญ่

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี