วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569
หนักหนาสาหัสที่สุด ยามนี้คือสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้หลายจังหวัดโดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
...■■ ทุกฝ่ายต่างก็ระดมการช่วยเหลือลงไปในพื้นที่อย่างเต็มที่ทั้งภาครัฐ ส่วนกลาง ส่วนท้องถิ่น จิตอาสา ภาคเอกชนต่างๆ นาทีนี้เรื่องอื่นเก็บไว้ก่อน ช่วยชาวบ้านให้พ้นทุกข์คือเรื่องเร่งด่วนที่สุด
...■■ พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เชิญพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วมในครั้งนี้ ซึ่งได้พระราชทานความช่วยเหลือทั้งหมดกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมให้ระดมสรรพกำลังทั้งหมด ทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจและข้าราชการต่างๆ ได้นำเรือเข้าไปช่วยเหลือราษฎร ให้ออกมาจากพื้นที่อันตรายไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัย และให้มีการจัดสรรเสบียง ทั้งอาหาร น้ำดื่ม ลงไปให้ความช่วยเหลือ ทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกระทรวงมหาดไทย ที่มีหน้าที่ดูแลประชาชนทั่วไปด้วยความแม่นยำ และรวดเร็วที่สุด พร้อมทั้งชื่นชมจิตอาสาทั่วประเทศที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ซึ่งไม่ใช่แค่ภาคใต้อย่างเดียว แต่รวมถึงจิตอาสาที่ระดมกันมาช่วยเหลือประชาชนที่ผ่านมาด้วย
...■■ เหมือนทุกครั้งที่มีภัยพิบัติ ทหารทุกเหล่าทัพ ส่งกำลังพล เครื่องมือต่างๆ ลงไปช่วยอย่างเต็มที่ ล่าสุด พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือสั่งการให้เรือหลวง (ร.ล.) โดย ร.ล.จักรีนฤเบศร และเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ
รวมทั้งเจ้าหน้าที่ ทีมแพทย์ ทีมครัวสนาม อุปกรณ์กู้ภัย สิ่งของบรรเทาทุกข์ และเสบียงอาหาร-น้ำดื่ม มุ่งหน้าสู่ภาคใต้แล้ว
...■■ ไม่เพียงเท่านั้น กองทัพเรือได้จัดส่งชุดปฏิบัติการพิเศษ พร้อมเรือยาง จากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.กร.) พร้อมกำลังพลรวม 14 ลำ เพื่อไปช่วยเหลือประชาชนที่ตกค้างอยู่ในในพื้นที่กระแสน้ำรุนแรง โดยทั้งหมดจะเดินทางไปกับเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศไปถึงพื้นที่อย่างเร่งด่วนแล้ว หลังจากนั้น จะมีเรือหลวงอ่างทองและเรือหลวงช้าง ตามไปอีกระลอก
...■■ ความเสียหายจากมหาอุทกภัยครั้งนี้กินพื้นที่กว้างหลายจังหวัดในภาคใต้ ยังไม่อาจประเมินมูลค่าความเสียหายได้ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ประเมินจากระดับ และปริมาณน้ำว่าพื้นที่เศรษฐกิจของหาดใหญ่ยังต้องจมน้ำไปจนถึงกลางเดือนธันวาคมเป็นอย่างต่ำ
...■■ ขณะที่ จิสด้า สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ออกบทวิเคราะห์มหาอุทกภัยลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา 2568 ภัยพิบัติจากสภาพอากาศสุดขั้วและข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง บอกชัดว่ามหาอุทกภัยรอบนี้ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์น้ำท่วมตามฤดูกาล แต่เป็นวิกฤตที่สะท้อนถึงความซับซ้อนของปัญหาจากปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว และความเปราะบางเชิงโครงสร้างของคลองอู่ตะเภา
...■■ สรุปคือจะใช้มาตรการหรือแผนเดิมๆ คงรับมือไม่ได้ ทาง จิสด้า จึงเสนอว่า “การวางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เป็นความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อให้ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาและเมืองหาดใหญ่ รวมถึงลุ่มน้ำอื่นๆที่มีลักษณะปัจจัยใกล้เคียง สามารถรับมือกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต”
...■■ หลังสถานการณ์คลี่คลายลงแน่นอนว่าต้องมีการสรุปบทเรียนครั้งใหญ่ เพื่อรับมือกับวิกฤตรูปแบบใหม่โดยเฉพาะการแจ้งเตือนและสำคัญที่สุดคือ แผนอพยพคนออกจากพื้นที่ แต่ในช่วงที่เหตุการณ์ยังอยู่ในวิกฤต สิ่งที่ควรจะต้องทำคือ การร่วมมือร่วมใจ กระทั่งร่วมคิด มากกว่าการช่วงชิงฉวยโอกาสทางการเมืองมาโจมตีกันเพื่อหวังคะแนนเสียง โดยเฉพาะพรรคการเมืองใหม่ๆ ที่ประกาศตัวเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน ที่เบื่อหน่ายสภาพการเมืองแบบเดิมๆ ยิ่งไม่ควรซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยวาทกรรมโจมตีกันซ้ำซากเหมือนนักการเมืองรุ่นเก่าๆ ไม่เช่นนั้นแทนที่จะสร้างจังหวะก้าวใหม่ๆ ให้กับการเมืองไทยจะกลายเป็นก้าวพลาดจนหกล้มคมำไปก็ได้
...■■ การเมืองภาพใหญ่ ถ้าไม่มีใครยอมใคร ยุบสภาจะมาเร็วกว่าเดิม โดยเฉพาะถ้าพรรคเพื่อไทยยังเล่นเกมการเมืองแบบปาดหน้าหาแสง โดยการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล แน่นอนว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” ก็คงทำตามที่ประกาศไว้คือยุบสภาทันทีที่เปิดสมัยประชุมสมัยวิสามัญ 12 ธันวาคม การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นไม่เกินวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่เป็นหัวใจหลักของพรรคประชาชนก็ต้องตกไป ด้วยเหตุนี้ “หัวหน้าเท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จึงรีบต่อสายเคลียร์กับ “หัวหน้าหนิม” จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ขอให้เลื่อนการยื่นญัตติซักฟอกออกไปก่อน จนกว่ารัฐสภาจะผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ไปแล้ว ผลเป็นอย่างไร ไม่กี่วันก็รู้กัน...■■
นายพริบพรี

โปรดเกล้า พระราชทานยศทหารเป็นกรณีพิเศษ 27 ราย เหตุสู้รบชายแดนไทย กัมพูชา
มวลอากาศเย็นกำลังแรงถล่มไทยตอนบน อีสานเลขตัวเดียว-ยอดดอยติดลบระวังน้ำค้างแข็ง
‘บิ๊กโจ๊ก’หมดสิทธิ์กลับ‘สตช.’ ศาลชี้คำสั่งให้ออกชอบด้วยกม.
One Day Trip with 7 เจี๊ยบ พาน้อง ๆ เรียนรู้ผ่านภาพยนตร์และโลกใต้ทะเล Sea Life
‘เจ้านางเอย’ทะลุ 2 ล้าน ‘เบียร์ พร้อมพงษ์’ โชว์ลายเซ็นต์ลูกทุ่งภาคกลางเนียนกริบ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี