วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา...นำเสนอข่าวสารบทวิเคราะห์ตอบโจทย์สถานการณ์ไทยสถานการณ์โลก
...nn เหลืออีกเพียง 19 วัน ก่อนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันที่คนไทยจะต้องพร้อมใจกันเดินออกจากบ้านไปแสดงพลังผ่านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย
...nn กติกาบัตร 2 ใบ สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ คิดแบบตรงๆ ซื่อๆ ก็ต้องบอกว่า “เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ” แต่มีคนเสนอแนวคิดว่าแค่นั้นไม่พอ ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างหลักการ 2 แบบ ที่ไม่อาจประนีประนอมกันได้อาจต้อง “โหวตแบบยุทธศาสตร์”
...nn แปลความคือ แต่ละฝั่งของเส้นขนานทางการเมือง จะต้องตัดตัวเลือกออกให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้คะแนนเสียงกลายเป็นเบี้ยหัวแตกจนพ่ายแพ้ เหมือนการเลือกตั้งปี 2566 ที่อันดับ 2 และ 3ซึ่งอยู่ในฝั่งแนวคิดคล้ายๆ กัน รวมเสียงกันแล้ว ชนะอันดับ 1แต่ต้องพ่ายแพ้เพราะไม่สามารถหลอมรวมกันได้
...nn ส่องสถานการณ์ผ่านโพลหลายๆ สำนักสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ คู่ชิงอันดับ 1 จะเป็นพรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาชน ส่วนอันดับ 3 จะเป็นพรรคเพื่อไทย ตามด้วย พรรคประชาธิปัตย์ กับ พรรคกล้าธรรม ที่น่าจะได้จำนวน สส. สูสีกัน
...nn ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการนิด้าโพล ยังคงยืนยันแนวโน้มว่า พรรคภูมิใจไทย จะเข้ามาเป็นอันดับ 1แม้คะแนนนิยมจะยังตามพรรคประชาชน อยู่ก็ตาม โดยถ้าจะให้แน่นอนกว่านี้ ผศ.ดร.สุวิชา บอกว่าให้รอดูวันศุกร์ที่ 30 มกราคม ซึ่งนิด้าโพลจะเปิดผลสำรวจคะแนนนิยมทั่วประเทศเป็นครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
...nn การเมืองไทยทุกครั้งก่อนการเลือกตั้งจะปรากฏข่าวการทุ่มซื้อเสียงกันทุกครั้งว่ากันว่าครั้งนี้การซื้อเสียงจะดุเดือดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
...nn ข้อมูลล่าสุดจากคณะทำงาน Zero Corruption ประกอบด้วยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เป็นแกนหลัก รวบรวมข้อเสนอจากภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ระบุว่า ตัวเลขการซื้อเสียงถีบตัวสูงขึ้นถึง7,500 บาท/หัว ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนในต่างจังหวัดตัวเลขสูงสุดอยู่ที่ 3,000-5,000 บาท
...nn เรื่องนี้อาจต้องฟังหูไว้หู แน่นอนว่าการซื้อเสียงมีทุกที่ทุกหัวระแหงไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่ถ้าทุ่มเงินกันขนาดนี้จริง แล้วหน่วยงานรัฐต่างๆ ไม่สามารถติดตามกระแสเงินได้ ก็เท่ากับว่าระบบการตรวจสอบของประเทศนี้ คงพิการไปแล้ว
...nn นอกจากเรื่องการซื้อเสียงที่เป็นวาระข่าวประจำคู่การเลือกตั้ง รอบนี้สิ่งที่พูดกันจนเป็นจุดขาย กระทั่งกลายเป็นจุดอ่อนของบางพรรค คือเรื่องของ “นักการเมืองสีเทา”
...nn วันก่อนบนเวทีดีเบตของค่ายเนชั่น เกิดวิวาทะที่น่าสนใจแต่โดนกลบด้วยวาทะอื่นคือ วิวาทะระหว่าง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าเท้ง ของพรรคประชาชน กับ ปลัดตุ๋ม“จตุพร บุรุษพัฒน์” หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่โดย “ณัฐพงษ์” ซึ่งผู้สมัคร สส.ของพรรคถูกจับไปแล้ว 2 คน ทั้งคดีฟอกเงิน และเปิดเว็บพนันออนไลน์ พูดคำโตว่า “ถ้ามีการออกหมายจับผู้สมัคร มาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง ความรับผิดชอบของผู้สมัคร ต้องสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย” โดน ปลัดตุ๋ม สวนทันควันว่า “ถ้าผมเป็นหัวหน้าพรรคผมก็ต้องลาออกด้วยเลย เราตัดสินใจเอาเขาเข้ามา เราต้องรับผิดชอบ” เหมือนเป็นการตบหน้าฉาดใหญ่ใส่ พรรคที่กล้าประกาศว่า “มีเราไม่มีเทา”
...nn ที่น่าระทึกเข้าไปอีกเมื่อผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนคนหนึ่ง ออกมาระบุว่า ยังมีผู้สมัครของพรรคอยู่ในข่ายอีก 2 หมายจับให้รีบออกมาสารภาพก่อนจะเกิดความเสียหาย ตามมาด้วยการเปิดเผยจาก “ไชยชนก ชิดชอบ” ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมาบอกให้อดใจรออีกนิดจะเปิด มีการเปิดเผยรายชื่อ 10 สส. เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ พร้อมทั้งแย้มข้อมูลว่า ทั้ง 10 คน เป็น สส.พรรคเดียวกัน
...nn จับตากันดีๆ อาจมีสึนามิการเมืองเกิดขึ้นในไม่กี่อึดใจข้างหน้า ...nn
นายพริบพรี
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี