วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569
nn แนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา...นำเสนอข่าวสารบทวิเคราะห์ตอบโจทย์สถานการณ์ไทยสถานการณ์โลก
...nn เหลืออีกเพียง 19 วัน ก่อนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 วันที่คนไทยจะต้องพร้อมใจกันเดินออกจากบ้านไปแสดงพลังผ่านการใช้สิทธิเลือกตั้ง ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย
...nn กติกาบัตร 2 ใบ สส.เขต สส.บัญชีรายชื่อ คิดแบบตรงๆ ซื่อๆ ก็ต้องบอกว่า “เลือกคนที่รัก เลือกพรรคที่ชอบ” แต่มีคนเสนอแนวคิดว่าแค่นั้นไม่พอ ในสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างหลักการ 2 แบบ ที่ไม่อาจประนีประนอมกันได้อาจต้อง “โหวตแบบยุทธศาสตร์”
...nn แปลความคือ แต่ละฝั่งของเส้นขนานทางการเมือง จะต้องตัดตัวเลือกออกให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อไม่ให้คะแนนเสียงกลายเป็นเบี้ยหัวแตกจนพ่ายแพ้ เหมือนการเลือกตั้งปี 2566 ที่อันดับ 2 และ 3ซึ่งอยู่ในฝั่งแนวคิดคล้ายๆ กัน รวมเสียงกันแล้ว ชนะอันดับ 1แต่ต้องพ่ายแพ้เพราะไม่สามารถหลอมรวมกันได้
...nn ส่องสถานการณ์ผ่านโพลหลายๆ สำนักสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ คู่ชิงอันดับ 1 จะเป็นพรรคภูมิใจไทย กับพรรคประชาชน ส่วนอันดับ 3 จะเป็นพรรคเพื่อไทย ตามด้วย พรรคประชาธิปัตย์ กับ พรรคกล้าธรรม ที่น่าจะได้จำนวน สส. สูสีกัน
...nn ผศ.ดร.สุวิชา เป้าอารีย์ ผู้อำนวยการนิด้าโพล ยังคงยืนยันแนวโน้มว่า พรรคภูมิใจไทย จะเข้ามาเป็นอันดับ 1แม้คะแนนนิยมจะยังตามพรรคประชาชน อยู่ก็ตาม โดยถ้าจะให้แน่นอนกว่านี้ ผศ.ดร.สุวิชา บอกว่าให้รอดูวันศุกร์ที่ 30 มกราคม ซึ่งนิด้าโพลจะเปิดผลสำรวจคะแนนนิยมทั่วประเทศเป็นครั้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
...nn การเมืองไทยทุกครั้งก่อนการเลือกตั้งจะปรากฏข่าวการทุ่มซื้อเสียงกันทุกครั้งว่ากันว่าครั้งนี้การซื้อเสียงจะดุเดือดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
...nn ข้อมูลล่าสุดจากคณะทำงาน Zero Corruption ประกอบด้วยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เป็นแกนหลัก รวบรวมข้อเสนอจากภาคธุรกิจ ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ระบุว่า ตัวเลขการซื้อเสียงถีบตัวสูงขึ้นถึง7,500 บาท/หัว ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ส่วนในต่างจังหวัดตัวเลขสูงสุดอยู่ที่ 3,000-5,000 บาท
...nn เรื่องนี้อาจต้องฟังหูไว้หู แน่นอนว่าการซื้อเสียงมีทุกที่ทุกหัวระแหงไม่สามารถปฏิเสธได้ แต่ถ้าทุ่มเงินกันขนาดนี้จริง แล้วหน่วยงานรัฐต่างๆ ไม่สามารถติดตามกระแสเงินได้ ก็เท่ากับว่าระบบการตรวจสอบของประเทศนี้ คงพิการไปแล้ว
...nn นอกจากเรื่องการซื้อเสียงที่เป็นวาระข่าวประจำคู่การเลือกตั้ง รอบนี้สิ่งที่พูดกันจนเป็นจุดขาย กระทั่งกลายเป็นจุดอ่อนของบางพรรค คือเรื่องของ “นักการเมืองสีเทา”
...nn วันก่อนบนเวทีดีเบตของค่ายเนชั่น เกิดวิวาทะที่น่าสนใจแต่โดนกลบด้วยวาทะอื่นคือ วิวาทะระหว่าง “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าเท้ง ของพรรคประชาชน กับ ปลัดตุ๋ม“จตุพร บุรุษพัฒน์” หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่โดย “ณัฐพงษ์” ซึ่งผู้สมัคร สส.ของพรรคถูกจับไปแล้ว 2 คน ทั้งคดีฟอกเงิน และเปิดเว็บพนันออนไลน์ พูดคำโตว่า “ถ้ามีการออกหมายจับผู้สมัคร มาตรฐานจริยธรรมทางการเมือง ความรับผิดชอบของผู้สมัคร ต้องสูงกว่ามาตรฐานทางกฎหมาย” โดน ปลัดตุ๋ม สวนทันควันว่า “ถ้าผมเป็นหัวหน้าพรรคผมก็ต้องลาออกด้วยเลย เราตัดสินใจเอาเขาเข้ามา เราต้องรับผิดชอบ” เหมือนเป็นการตบหน้าฉาดใหญ่ใส่ พรรคที่กล้าประกาศว่า “มีเราไม่มีเทา”
...nn ที่น่าระทึกเข้าไปอีกเมื่อผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนคนหนึ่ง ออกมาระบุว่า ยังมีผู้สมัครของพรรคอยู่ในข่ายอีก 2 หมายจับให้รีบออกมาสารภาพก่อนจะเกิดความเสียหาย ตามมาด้วยการเปิดเผยจาก “ไชยชนก ชิดชอบ” ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ออกมาบอกให้อดใจรออีกนิดจะเปิด มีการเปิดเผยรายชื่อ 10 สส. เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ พร้อมทั้งแย้มข้อมูลว่า ทั้ง 10 คน เป็น สส.พรรคเดียวกัน
...nn จับตากันดีๆ อาจมีสึนามิการเมืองเกิดขึ้นในไม่กี่อึดใจข้างหน้า ...nn
นายพริบพรี

ป.ป.ท. หารือผู้ว่าฯลพบุรี ร่วมฟื้นฟู วัดพระบาทน้ำพุ ยกระดับวัดฯให้เป็นสถานสงเคราะห์ฟื้นฟูผู้ป่วย HIV
โฆษกศาลยุติธรรม ย้ำชัดปมจีนเทาหากเป็นจริง ฟันไม่เลี้ยง
ซาบีดา ช่วยผู้สมัคร สส.กทม ฝั่งตะวันออก มีนบุรี-ลาดกระบัง ยัน ภูมิใจไทย ให้ความสำคัญ พี่น้องมุสลิม
เท้ง แท็กทีม ช่อ พรรณิการ์ ลุยหาเสียงเชียงราย ชงแก้ฝุ่นพิษเร่งด่วนเป็นระบบ
NOAA เตือนโลก! พายุแม่เหล็กโลกระดับรุนแรงมาก ยันไม่กระทบคนที่อยู่ไทย

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี