วันเสาร์ ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2569
ย่างเข้าวันที่ 5 สงครามที่สหรัฐกับอิสราเอลสมคบกันรุกรานประเทศอิหร่าน ทำให้สงครามล้างผลาญบานปลายขยายวงออกไปนอกพื้นที่ขัดแย้งภูมิภาคตะวันออกกลาง สร้างความปั่นป่วนแก่ความมั่นคงและเศรษฐกิจโลก
ทางด้านเศรษฐกิจกองกำลังพิทักษ์ปฏวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์เช้าวันที่ 5 มีนาคมว่า IRGC ควมคุมช่องแคบเออร์มุชได้เบ็จเสร็จเด็ดขาดแล้ว เรือบรรทุกน้ำมันขัดขืนคำสั่งถูกทำลายเสียหายแล้วสิบลำในจำนวนนี้สามลำจมลงใต้ทะเล
สื่อในประเทศโอมานรายงานว่า กองทัพเรือโอมานส่งกำลังออกไปช่วยชีวิตลูกเรือที่ถูกยิงที่ลอยคอในน้ำขึ้นฝั่งส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล 37 คน ความตึงเครียดในช่องแคบเออร์มุชเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 3 ของการน้ำมันส่งโลกผ่านช่องทางนี้ เมื่อเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบเออร์มุชไม่ได้ สร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจโลก ทำให้อุตสาหกรรมการผลิตทุกอย่างหยุดชะงักหรือชะลอตัวลง
เพียงสามวันแรกการปิดช่องแคบเออร์มุช ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ณ.วันที่ 6 มีนาคมอยู่ที่ 83.52 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจากราคา 65.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าหากสงครามยืดเยื้อราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 120 ดอลลาร์ต่อหนึ่งบาร์เรล
ความตึงเครียดในช่องเออร์มุชสร้างความตื่นตระหนกทางพลังงานทั่วโลกในประเทศไทยแม้รัฐบาลมีมาตรการห้ามตุนน้ำมันและยืนยันประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 60 วัน แต่ไม่สามารถห้ามคนไทยไม่ให้ตุนน้ำได้โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล
วันที่ห้าของสงครามตะวันออกกลางปั๊ม น้ำมันทั่วประเทศไทยรถเข้าคิวเติมน้ำกันยาวเหยียด รถใช้ที่เครื่องยนต์ดีเซลส่วนมากมีถังใส่น้ำมันอยู่ในกระบะหลังซื้อน้ำมันใส่ถังไปตุนไว้ บางคนเพื่อใช้ทำเกษตรกรรม บางก็ตุนไว้ก่อนน้ำมันขึ้นราคา
สงครามสหรัฐรุกรานอิหร่าน ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว การบิน และอุตสาหกรรมบริการในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางแวะพักหรือเปลี่ยนเครื่องบินต่อไปยุโรป สหรัฐอเมริกา และดูเหมือนว่าอิหร่านตั้งเป้าหมายทำลายเมืองท่องเที่ยว แหล่งอุตสาหกรรมบริการสำคัญของสหรัฐฯและบรรดาเศรษฐีโลกรวมทั้งเศรษฐีไทยที่ไปลงทุน และซื้ออสังหาริมทรัพย์หรูอยู่อาศัยในเมืองดูไบ
IRGC จึงยิงขีปนาวุธและโดรนพิฆาตถล่มเมืองดูไบ ในประเทศอาหรับเอมืเรต (UAE) มีรายงานว่าขีปนาวุธอิหร่านถล่มทำลายโรงแรม 7 ดาวในเมืองดูไบ และฐานทัพเรือสหรัฐในดูไบ (เคยได้ยินแต่โรงแรมห้าดาวในเมืองดูไบคงมีโรงแรม 7 ดาวแห่งแรกของโลก)
โฆษกของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) กล่าวว่า "นาวิกโยธินสหรัฐฯ 100 นายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิหร่านในดูไบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ True Promise 4
ในวันเดียวกันที่อิหร่านโจมตีเมืองดูไบ สื่อและเสียงตามสายของ UAE ที่ได้ยินถึงดูไบรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศ UAE สามารถยิงสกัดทำลายขีปนาวุธและโดนอิหร่านได้ทั้งหมด มีผู้ได้บาดเจ็บสอง-สามรายที่ชิ้นส่วนโดรนถูกทำลายกลางอากาศหล่นใส่ สรุปว่า ไม่อิหร่านก็ UAE ปิดบังความเสียหายหรือแถลงไม่ตรงกับความจริง
หาก UAE สกัดต่อต้านทำลายขีปนาวุธและโดรนพิฆาตของอิหร่านได้ จริงทำไม UAE ต้องรีบเร่งอพยพคนต่างชาติ 44,000 คนออกจากดูไบด้วยเครื่องบินเหมาลำนับร้อยเที่ยวบิน
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯและสหรัฐอาหรับเอมิเรตกลับ ระบุ รายละเอียดการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจากอิหร่านในพื้นที่สถานกงสุล สนามบิน ท่าเรือ และโรงแรมในนครดูไบ และกรุงอาบูดาบี ทำให้เกิดไฟไหม้และมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย ความเสียหายเกิดจากเศษซากขีปนาวุธและโดรนที่ถูกทำลาย โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) อ้างว่า ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตเพียง 6 นายเท่านั้น โดย 4 นายได้รับการยืนยันตัวตนและเผยแพร่ข้อมูลไปก่อนหน้านี้แล้ว
นอกจากนั้น กองบัญชาการกลางสหรัฐยังแถลงข่าว ได้โจมตีเรือรบของอิหร่านโดยเรือดำน้ำของสหรัฐฯ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 78 ราย และลูกเรืออิหร่านอีก 101 คนยังคงสูญหายในทะเล
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับน่านน้ำศรีลังกา โดยหน่วยยามฝั่งของศรีลังกาได้ช่วยเหลือลูกเรืออิหร่าน 30 คน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ขณะนี้เรืออิหร่านลำดังกล่าวได้จมลงแล้ว
ฝ่ายอิหร่านแถลงว่า เรือรบลำดังกล่าวกำลังเดินทางกลับจากการร่วมซ้อมรบกับกองทัพเรืออินเดีย และไม่คาดคิดว่าสหรัฐขี้ขลาดจะลอบกัดอิหร่านไกลจากพื้นที่ขัดแย้งตะวันออกกลาง อิหร่าน ระบุว่า อเมริกามีเป้าหมายขยายความรุนแรงออกไป และ IRGC จะสนองตอบความบ้าคลั่งสงครามกับไซออนิสต์ให้สาสม
สงครามบานปลายขยายวงออกไป เพราะทั้งอิหร่านและสหรัฐกับอิสราเอลใช้ยุทธศาสตร์ทำลายเครือข่ายของศัตรู อิสราเอลส่งเครื่องบินรบไปถล่มทำลายเฮชบอลเลาะห์เครือข่ายอักษะแห่งการต่อต้านของอิหร่านในประเทศเลบานอน ในประเทศซีเรีย และประเทศเยเมน ซึ่งอิสราเอลอ้างว่าสังหารอักษะแห่งต่อต้านของอิหร่านไปแล้ว 1,045 คน และในประเทศเลบานอนประชากร 80,000 คนต้องพลัดถิ่น
ฝ่ายอิหร่านเน้นการทำลายล้างฐานทัพและผลประโยชน์ของสหรัฐในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับและประเทศอืรักที่มีสนามบินกองทัพสหรัฐอยู่ในประเทศอิรัก
IRGC แถลงว่าตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ถึง วันที่ 5 อิหร่านสามารถทำลายฐานทัพสหรัฐแล้ว 11 แห่ง และโครงสร้างพื้นฐานโรงกลั่นน้ำมันในประเทศอ่าวอาหรับถูกทำลายไม่น้อยกว่า 50 แห่ง
คาโรลีน ลีฟวิทต์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงว่า กองทัพอากาศสหรัฐถล่ม 2000 เป้าหมายในอิหร่านทำลายขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านนับพันๆลูก อิสราเอลสามารถควบคุมน่านฟ้าอิหร่านโดยได้สิ้นเชิง เธอกล่าวด้วยว่าประธานาธิบดีทรัมป์ พร้อมจะเจรจาประเด็นนิวเคลียร์เพื่อสันติกับอิหร่านแต่เตหะรานไม่ยอมเจรจา
ไม่ถึงสองชั่วโมงหลังจากคาโรลีนแถลงว่า สหรัฐทำลายขีปนาวุธโดรนอิหร่านลายพันลำและควบคุมน่านอิหร่านได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ขีปนาวุธอิหร่านสามลำพุ่งเข้าทำลายเมือง อัล-คาร์จ ของซาอุดิอาราเบีย อัล-คาร์รจเมืองเกษตรกรรมอุสาหกรรมนมทางตอนใต้กรุงริยาด
IRGC แถลงตอบโต้คาโรลีนว่า ไม่มีใครสามารถทำลายขีปนาวุธที่มีอนุภาพทำลายล้างสูงของอิหร่านได้ มันเก็บรวบรวมและยิงมาจากสถานที่รักษาความปลอดภัยสูงสุด
นักวิเคราะห์สงครามชาวอเมริกัน ระบุว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธจากฐานยิงใต้ตินลึกลงไปกว่า 15 ก.ม.ในทะเลทรายที่เปิดปิดอัตโนมัติ ซึ่งสามารถทำลาย 17 ฐานทัพสหรัฐและยิงคลุมพื้นที่ไปไกลถึงตุรกี อิหร่านจึงกล้าเดินหน้าตอบโต้สหรัฐผู้รุกรานได้นานเท่าที่อิหร่านต้องการ ซึ่งหลายฝ่ายคาดการว่าต้องใช้เวลาหลายเดือน
คำพูดของนักวิเคราะห์ข่าวสงครามชาวอเมริกัน บังเอิญตรงกับที่นักท่องเที่ยวไทยสงสัยว่า ต้องมีอะไรสำคัญสูงสุดอยู่ในทะเลทรายอันเวิ้งว้างนั้น นักท่องเที่ยวไทยเล่าว่าหลายปีก่อนไปเที่ยวอิหร่านเจ็ดวัน คนที่นั่นมีอัธยาศัยดีท่องเที่ยวได้ตามสบาย แต่วันหนึ่งร่วมนั่งรถทัวร์ไปกับนักท่องเที่ยวเมืองไหนจำไม่ได้ แต่พอไปใกล้ถึงทะเลทรายอันเวิ้งว้าง มัคคุเทศก์ออกคำสั่งขึงขังเข้มงวดมาก ห้ามไม่ให้ถ่ายรูปข้างทางเด็ดขาด ผู้หญิงทุกคนต้องคลุมหัวคลุมหน้าด้วยผ้าอีญาบ
นักท่องเที่ยวไทยเก็บความสงสัยมาหลายปีและถึงบางอ้อเมื่อมีคนวิเคราะห์ว่า มีฐานยิงขีปนาวุธอยู่ใต้ทะเลทรายลึกลงไปกว่า 15 ก.ม.และอาจมีอะไรที่ลึกลับมากกว่านั้น มัคคุเทศก์ชาวอิหร่านถึงได้เข้มงวดขั้นสูงสุด
IRGC แถลงด้วยว่าขีปนาวุธที่ยิงถล่มฐานทัพและผลประโยชน์อเมริกาห้าวันที่ผ่านมานั้น เป็นของเก่าที่เหลือใช้จากสงครามกับสหรัฐและอิสราเอล เมื่อเดือนมิถุนายน ปีกลาย ส่วนขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิครุ่นใหม่มีซับพลายเออร์ ส่งเข้ามาไม่ขาดสาย และขีปนาวุธรุ่นอนุภาพทำลายร้ายแรงกว่า มันจะทำให้ไฟบรรลัยกัลป์เผาไหม้สหรัฐอเมริกาและสมุนบริวารเป็นจุณ
จึงไม่ประหลาดใจทำไมประธานาธิบดีทรัมป์จึงหน้าดำคร่ำเครียด เมื่อพบว่า การสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านแล้วจัดให้มีรัฐบาลใหม่ มันไม่ง่ายเหมือนปฏิบัติการปล้นน้ำมันในประเทศเวเนซูเอล่า ตอนนั้นแค่บุกจับประธานาธิยดีนิโคลัส มาดูโรกล่าวหาค้ายาเสพติดมาขึ้นศาลในสหรัฐอเมริกา ก็บริหารจัดการประเทศเวเนซูเอลา ปล้นน้ำมาขายได้อย่างง่ายดาย
แต่สำหรับประเทศอิหร่าน การสังหาร อยาตอเลาห์อาลี คาเมเนอีกับผู้บัญชาการระดับสูง IRGC กว่า 50 คน ได้สร้างโกรธแค้นแก่นักรบเพื่อสงครามศักดิ์สิทธิ์ที่ฝึกปรือปลูกฝังอุดมการณ์ความเชื่อทางศาสนามาหลายชั่วคน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ทำให้คนอิหร่านก้มหัวให้ศัตรูผู้รุกรานได้
ที่สำคัญมีจีน รัสเซีย และ เกาหลีเหนือ พันธมิตรใกล้ชิดอิหร่าน ประเทศเหล่านี้มีอาวุธนิวเคลียร์ ไว้ในครอบครองด้วยกันทั้งนั้นยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังอิหร่าน
นอกจาก จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือเป็นก้างขวางคอ ทรัมป์ยังมีสงครามภายในคนอเมริกันชิงชังไม่พอใจที่ ทรัมป์นำประเทศเข้าสู่สงครามขัดปฏิญญาสหประชาชาติและกฎหมายสากล ที่เลวร้ายคือทรัมป์ยังไม่ได้รับอนุมัติจากสภาคองเกรส การทำสงครามกับประเทศอื่นก่อนขออนุมัติจากคองเกรสขัดรัฐธรรมนูญแห่งสหรัฐอเมริกา ที่อาจถูก อิพีช (impeacement) หรือถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีได้
ทรัมป์คงหน้าดำคร่ำเครียดไปอีกนานจนกว่าจะมีใครพาดบันไดลงให้ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะทรัมป์เป็นคนดื้นรั้นถือความคิดตัวเป็นใหญ่ดังสุภาษิตไทย "ไม้แก่ดัดยาก" ชาวโลกต้องทนความทุกข์ยากลำบากอีกสามปีจนไม้พิษแก่ต้นนี้หมดวาระหรือเฉาตายไปก่อนหน้าหมดวาระสี่ปี
สุทิน วรรณบวร
เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี