วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ทำเนียบขาวแถลงวันเสาร์ที่ 25 เมษายน ว่า สตีฟวิตคอฟฟ์ กับ จาเร็ด คุชเนอร์ เป็นผู้แทนพิเศษประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินทางไปอิสลามาบัดเพื่อเจรจากับอิหร่าน
ในวันเดียวกันอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า #ไม่มีแผนการเจรจากับอเมริกัน ข้อสังเกตของอิหร่านจะยื่นผ่านปากีสถานให้อีกฝ่ายพิจารณา ไม่มีการเจรจาเหมือนวันที่ 10-12 เม.ย.ที่ผ่านมา
อารักชียื่นข้อเสนอให้ปากีสถานเพื่อส่งต่อให้ทำเนียบขาวพิจารณา แล้วออกเดินทางต่อไปโอมาน โดยที่ไม่รอจนผู้แทนจากวอชิงตันเดินทางมาถึงปากีสถาน
เมื่อถูกอิหร่านหักหน้าไม่ยอมเจรจา ประธานาธิบดีทรัมป์แก้เก้อด้วยการยกเลิกส่งผู้แทนพิเศษไปปากีสถาน และรอรับข้อสังเกตของเตหะรานที่ยื่นผ่านปากีสถานด้วยใจระทึกว่า ข้อเสนอใหม่ของเตหะรานคืออะไร
ยังไม่มีใครรู้ว่าข้อสังเกตของอิหร่านคืออะไร อย่างไรก็ตาม HTV Global News รายงานเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ว่า “อิหร่านยื่นคำขาดให้ปล่อยเงินที่สหรัฐอเมริกาอายัด 100,000 Billion Dollars ก่อนเจรจาครั้งใหม่
HTV ถามว่าสหรัฐอเมริกาจะทนแรงกดดันครั้งนี้ได้ไหม และเหตุอิหร่านเรียกร้อง 100,000 Billion Dollars จากสหรัฐฯ เนื่องจากภูมิรัฐศาสตร์โลกย้ายมาทางอิหร่านทำให้เตหะรานกล้ายื่นคำขาดกับวอชิงตัน
อิหร่านประกาศอย่างเป็นทางการว่าเจรจาต่อเมื่อเงิน 100,000 ล้านดอลลาร์ ปล่อยออกจากการอายัดเท่านั้น คำขาดครั้งนี้มาพร้อมกับคำเตือนว่า ช่องแคบฮอร์มุซอาจปิดตายสร้างวิกฤตครั้งใหญ่แก่การค้าโลก
ยังไม่มีใครยืนยันเรื่องอิหร่านยื่นคำขาดให้ปล่อยเงินอายัดแสนล้านดอลลาร์ แต่นักข่าวอเมริกันยืนยันว่า สหรัฐแพ้สงครามแล้ว เพียร์ส มอร์แกน นักข่าวชื่อดังกล่าวว่า ทรัมป์ ยอมจำนนต่ออิหร่านอย่างสิ้นเชิง เขาขยายเวลาหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนดเพื่อประวิงเวลา เพราะเตหะรานรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขาอย่างชาญฉลาดว่า วอชิงตันกำลังประสบกับความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง
คำพูดของเพียร์ส สอดคล้องกับบันทึกสงคราม 38 วันที่ว่าอเมริกาพ่ายแพ้อิหร่านซ้ำซาก ในบันทึกสงคราม 38 วัน ระบุว่า สหรัฐฯผลาญเงินภาษีชาวบ้านไปแล้ว 38,000 ล้านดอลลาร์ เป็นการใช้เงินทำสงครามมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ใช้เงินวันละกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีเป้าหมายทำลายโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน เปลี่ยนผู้นำรัฐบาล และทำลายศักยภาพกองทัพอิหร่าน ไม่ให้เป็นภัยคุกคามอิสราเอลและสหรัฐฯได้
สงคราม 38 วัน สหรัฐฯสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ผู้บัญชาการกองทัพ ผู้บังคับบัญชา IRGC รวม 48 นาย ทำลายโรงงานนิวเคลียร์อิหร่าน 80% ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ?
8 เดือนก่อนสงคราม 12 วัน เมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ทบวงพลังงานนิวเคลียร์นานาชาติหรือ IAEA เข้าตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านได้ หลังจากสหรัฐโจมตีโรงงานนิวเคลียร์ถูกทำลาย IAEA เข้าไปตรวจสอบไม่ได้ ไม่มีใครรู้ว่าอิหร่านมีอะไรอยู่ในถ้ำใต้ดินบ้าง
ก่อนสงคราม ปี 2025 อิหร่านอยู่ในภาวะย่ำแย่ที่สุดในรอบหลายปี กลุ่มพันธมิตรที่เรียกว่าฝ่ายอักษะแห่งการต่อต้านพัง ซีเรียล่มสลาย ฮิซบอลเลาะห์ ถูกอิสราเอลทำลายไปกว่าครึ่ง ฮามาสแทบไม่เหลือ เศรษฐกิจในประเทศตกต่ำจนประชาชนลงถนนประท้วง ทั่วโลกกดดันเรื่องอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และมาตรการคว่ำบาตรทั้งหมดกลับมา
ตอนนั้นอิหร่านยอมเจรจาในประเทศโอมาน อิหร่านยอมลดการ “เสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ลงเหลือ 3.67% ยอมให้ IAEA เข้าไปตรวจสอบ ยอมหยุดเสริมสมรรถนะยูเรเนียม 3-5 ปี” ขอแค่ให้สหรัฐอเมริกายกเลิกแซงก์ชั่น สรุปคืออิหร่านกำลังจะจำนน
แต่อเมริกากลับเลือกทำสงคราม วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 สหรัฐฯกับอิสราเอล โจมตีถล่มอิหร่าน 900 กว่าเป้าหมายในเวลา 12 ชั่วโมง ซีไอเอซึ่งติดตามตารางการประชุมลับของผู้นำอิหร่านอยู่หลายเดือน ลงมือสังหารในขณะที่ผู้นำระดับสูงอยู่ในห้องเดียวกัน
สังหารอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน รัฐมนตรีกลาโหม และผู้บัญชาการ IRGC ตายพร้อมกัน 48 คนในคืนเดียวกันนั้นโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านถูกทำลายเสียหาย 80%
อิหร่านปล่อยขีปนาวุธและโดรนนับพันลำ โจมตีถล่มทำลาย 6 ประเทศพันธมิตรสหรัฐในอ่าวอาหรับพร้อมๆ กับปิดช่องแคบฮอร์มุซ น้ำมัน 30% ของโลกหยุดไหลออกจากอ่าวอาหรับ
38 วันผ่านไปสหรัฐฯผลาญเงินไปแล้วสามหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ สหรัฐเป็นฝ่ายขอหยุดยิงระหว่างเจรจา ที่ทรัมป์พูดว่า เป็นการเจรจาโดยมีเป้าหมาย3 ประการ 1.ทำลายนิวเคลียร์อิหร่าน 2.เปลี่ยนผู้นำรัฐบาล 3.เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ฟังดูดีแต่ผลลัพธ์เป็นอย่างไร?
ทำลายโรงงานนิวเคลียร์อิหร่านแต่ยูเรเนียม 440 กิโลกรัม ยังอยู่ในอุโมงค์ใต้ดินเมืองอีสฟาฮาน IAEA ตรวจสอบไม่ได้ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าอิหร่านมีอะไรใต้ถ้ำลึกในภูเขา อย่างน้อยก่อนสงครามเราพอรู้บ้าง เมื่อเป็นเช่นนี้เรียกว่าความสำเร็จของสหรัฐอเมริกาหรือ?
1.ก่อนสงครามเรารู้ว่าอิหร่านมียูเรเนียมเท่าไหร่ แต่ทำไมอิหร่านถึงกร้าวเรียกร้องมากกว่าก่อนสงครามถึง6 หมวด อาลี คาเมเนอี ตาย ลูกชายของเขาขึ้นมารับตำแหน่งแทนและหัวรุนแรงกว่า IRGC ยังคงแข็งแกร่ง
2.คนอิหร่านที่เคยลงถนนขับไล่หันมา สนับสนุนรัฐบาลมากขึ้น เมื่อต่างชาติรุกราน ชาวอิหร่านหลายสิบล้านคนลงถนนเป็นเกราะมนุษย์ปกป้อง โครงสร้างพลังงานและอารยธรรมสถานที่ทรัมป์ ขู่ทำลาย
3.ช่องแคบฮอร์มุซ IRGC ปิดจริง เรียกผ่านช่องแคบจริง และต้องจ่ายเป็นหยวนลำละประมาณ 65ล้านบาท เรือที่เชื่อมโยงหรือเกี่ยวพันกับอเมริกาและอิสราเอลห้ามผ่านเด็ดขาด “สรุปว่าสามเป้าหมายของทรัมป์ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง”
ที่น่าตกใจ คือ ผู้นำสูงสุดอิหร่านถูกสังหารพลเรือนและทหารตายกว่า 6,000 ราย บาดเจ็บ 26,000 คนชาวอิหร่านกว่า 3 ล้านคน พลัดถิ่นในประเทศตัวเอง แต่อิหร่านได้สิ่งที่ไม่เคยได้ก่อนสงคราม
อย่างแรก คือ 1.ด่านเก็บเงินช่องแคบฮอร์มุซ ที่สภาอิหร่านออกกฎหมายรับรองการเก็บค่าธรรมเนียมผ่านด่าน
2.ไม่มีใครตรวจสอบนิวเคลียร์ ก่อนสงคราม IAEA ตรวจสอบได้ เวลานี้ปิดตาย ข้อตกลงต่างๆ ยกเลิก อิหร่านขุดอุโมงค์ใหม่ลึกลงไปมากกว่าเก่า ดาวเทียมเห็นภายนอกแต่สำรวจภายในไม่ได้
3.เจรจาในอิสลามาบัดในฐานะเท่าเทียมกัน ก่อนสงครามอิหร่านยอมลดยูเรเนียม ยอมให้ตรวจสอบ ขออย่างเดียวให้เลิกแซงก์ชั่น
หลังสงครามอิหร่านเสนอกร้าว 10 ข้อ รวมทั้ง1.รับประกันอเมริกาไม่รุกรานอีก 2.ถอนทหารและฐานทัพสหรัฐออกจากตะวันออกกลางทั้งหมด 3.อเมริกาชดใช้ค่าเสียหายจากสงครามให้อิหร่าน 4. #ยอมรับสิทธิ์ครอบครองนิวเคลียร์ของอิหร่าน หกหมวดที่อิหร่านเสนอขึ้นโต๊ะเจรจาไม่เคยมีก่อนสงคราม
ทรัมป์เองพูดว่า ข้อเสนอของอิหร่านเป็นพื้นฐานที่ดีของการเจรจา น่าประหลาดใจที่ฝ่ายถูกทำลาย 38 วันเรียกร้องให้ฝ่ายที่อ้างชัยชนะ “ถอนตัวออกไปและชดใช้ค่าเสียหาย”
นักวิเคราะห์กล่าวว่าฝ่ายที่แข็งแกร่งกว่ากับฝ่ายอ่อนแอและยืดหยุ่น นิยามในชัยชนะสงครามแตกต่างกัน ฝ่ายแข็งแกร่งกว่าต้องทำลายอีกฝ่ายให้ราพณาสูรถึงประกาศชัยชนะ
ฝ่ายอ่อนแอ ยืดหยุ่น และอดทนกว่า อยู่ได้นานที่สุดคือเงื่อนไขของชัยชนะ เหมือนเวียดนาม อเมริการบชนะและเหนือกว่าทุกด้าน แต่เวียดกง อดทนและอึดกว่า สุดท้ายอเมริกันก็พ่ายฝ่ายอ่อนแอกว่า ถอนตัวออกจากเวียดนาม
ในอัฟกานิสถานก็เช่นกัน สหรัฐมีกำลังมหาศาลรบกับตาลิบันซึ่งกำลังน้อยกว่าเป็นพันเท่า แต่ตาลิบันอดทนได้นานยี่สิบปี สุดท้ายอเมริกันถอนตัวออกไปตาลิบันยึดคาบูลได้สองวันหลังจากนั้น
อิหร่านก็เช่นกันถูกถล่ม 38 วันยังอยู่ได้ ระบบการปกครองยังไม่ล่มสลาย ยังยึดช่องแคบสำคัญไว้ได้
สหรัฐผลาญเงินภาษีชาวบ้านแล้วสามหมื่นห้าพันล้านดอลลาร์ เงินพวกนี้ไปไหน ไปอยู่ในกระเป๋าพ่อค้าอาวุธ RTX คาดว่า อุตสาหกรรมสงคราม มีรายได้ก่อนเสียภาษีปีนี้ 92,000 ล้านดอลลาร์ หุ้นอุตสาหกรรมอาวุธขึ้น 45% น้ำมันขึ้นราคาจาก 70 เป็น 120 ดอลลาร์/บาร์เรล
ผู้ค้าน้ำมันทุกประเทศได้กำไร รัสเซียไม่ได้ทำสงครามแม้แต่น้อยมีรายได้จากน้ำมัน 1.4 ถึง.1.5 แสนล้านดอลลาร์ และขายขีปนาวุธ Verba ให้อิหร่าน 500ล้านปอนด์ เป็นขีปนาวุธที่ยิงเครื่องบินรบอเมริกันตก
ซาอุดีอาระเบีย เป็นชาติเดียวที่มีท่อส่งน้ำมันผ่านทะเลแดง ซาอุฯจึงเป็นประเทศเดียวที่ส่งน้ำมันออกจากอ่าวอาหรับได้ ยูเออี คูเวต อิรัก ส่งน้ำมันออกไม่ได้ เพราะอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ #จีนซื้อน้ำมันและค้าขายกับอิหร่านตลอดเวลาสงคราม
สรุปคือ คนอเมริกันและชาวโลกทั่วไปต้องจ่าย จากสงครามที่น้ำมันราคาแพง คนที่ได้คือพ่อค้าอาวุธ จีน รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย
สิ่งเกิดขึ้นมันไม่ใช่แค่สงคราม แต่มันเปลี่ยนโฉมหน้าตะวันออกกลางตลอดไป ปากีสถานซึ่งไม่เคยมีบทบาท กลายเป็นผู้อำนวยความสะดวกยุติสงคราม อิสลามาบัดกลายเป็นสถานที่เจรจาไม่ใช่ เจนีวา อีกต่อไป
อิหร่านเป็นผู้อ่อนแอ อดทน และยืดหยุ่นกว่า กลายเป็นผู้ชนะสงครามเหมือนเวียดกง และตาลิบัน ที่สำคัญโดยการสนับสนุนของจีน รัสเซีย และตุรกี ที่เป็นขั้วอำนาจใหม่ ผลักดันให้อิหร่านมีอิทธิพลเหนือตะวันออกกลาง แทนสหรัฐอเมริกาผู้แพ้สงครามที่ต้องถอนตัวออกไปในไม่ช้าไม่นาน
สุทิน วรรณบวร

SME D Bank คิกออฟ‘มหกรรมรวมพลัง 3 มิติ’ กระตุ้นเศรษฐกิจ กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น
เตรียมความพร้อม! ผบ.กกล.สุรสีห์ ลงพื้นที่ ฐป.ต้นแม่น้ำสุริยะ รับมอบภารกิจ
นายกสมาคมทัศนมาตรแห่งประเทศไทย ร้อง กมธ.สธ. แก้ปมกฎหมายวิชาชีพล่าช้า
การันตีความมันส์ จีจ้า ญาณิน กับผลงานแอ็กชันสุดเดือด The Furious คนเดือดระห่ำ
ฉุนแม่ไม่เช่าคอนโดหรูเดือนละ 2.7 หมื่น หนุ่ม 29 ขับเก๋งพุ่งตกสระน้ำกลางจุฬาฯ ประชด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี