วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569
จีนเคยยืนยันหนักแน่นว่า ไม่มีการจัดส่งอาวุธให้กับกัมพูชา หลังเกิดเหตุปะทะกับไทยในปีนี้
อาวุธจีนที่กัมพูชาใช้ ล้วนแต่เป็นอาวุธที่มีอยู่เดิมก่อนการสู้รบกับไทย
1. ล่าสุด ทหารไทยตรวจยึดระบบขีปนาวุธต่อต้านรถถังแบบ GAM-102 โดยยึดมาจากฐานทหารกัมพูชา ที่เนิน 677
นับเป็นอาวุธทันสมัย อานุภาพร้ายแรง
กระแสข่าวในโซเชียลพยายามตีข่าวว่า เป็นรุ่น GAM-102LR ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ และพยายามชี้นำข่าวว่า นั่นน่าจะเป็นอาวุธที่จีนส่งมาให้กัมพูชาใหม่
นั่นเพื่อให้สอดรับกับการปั่นข่าวว่า จีนสนับสนุนอาวุธให้กัมพูชารบกับไทย
ตอกลิ่มในความสัมพันธ์ไทย-จีน
เพื่อจะเข้าทางสหรัฐอเมริกา
2. ความจริง อาวุธ GAM-102LR รุ่นใหม่ พิสัย 10 กม. ก็เคยจัดแสดงในงานนิทรรศการด้านการป้องกันประเทศของประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2023
และถ้าเป็น GAM-102 พิสัย 4 กม. ก็เคยจัดแสดงในงานนิทรรศการด้านการป้องกันประเทศของมาเลเซีย ตั้งแต่ปี 2018
อย่างไรก็ตาม รอการยืนยันจากทางการไทยว่าอาวุธที่พบเป็นรุ่นใด?
และรอคำชี้แจงจากทางการจีน ว่าได้ขายอาวุธชนิดนี้ให้กัมพูชาหรือไม่ เมื่อไหร่? หรือกัมพูชาไปจัดหาจากที่ไหน?
3. ล่าสุด เพจ Military Weapons อาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร ได้โพสต์ข้อความขอแก้ไขข่าวสาร ระบุว่า
“แก้ไขนะครับ ทีแรกผมรายงานผิดพลาด เพราะสื่อหลักทุกสื่อรายงานว่าเป็น GAM-102LR กันหมด ซึ่งตัวนี้มีระยะยิงถึง 10+ กิโลเมตร
แต่มีหลายท่านท้วงว่าเป็น GAM-102 รุ่นธรรมดา เพราะข้างกล่องไม่สกรีน GAM-102LR ผมก็ไม่ได้เช็คภาพนั้นด้วย
ขอยอมรับผิด และแก้ไขให้ครับ
ขอบคุณทุกท่านที่เตือนมากๆ ครับ”
4. บล็อกเกอร์ทหารบนแพลตฟอร์มโซเชียลจีนเว่ยป๋อ มีผู้ติดตามราว 2.696 ล้านบัญชี ให้ข้อมูลว่า ระบบขีปนาวุธที่กองทัพไทยยึดได้จากกัมพูชา แหล่งข้อมูลออนไลน์หลายแห่งเข้าใจผิด โดยขีปนาวุธที่ไทยยึดได้เป็นรุ่น GAM-102 รุ่นระยะ 4 กม. ไม่ใช่ GAM-102LR รุ่นระยะ 10 กม.
.jpg)
โดยให้รายละเอียดว่า “ระบบขีปนาวุธที่กองทัพไทยยึดได้จากกัมพูชามีฉลากระบุว่าเป็น GAM-102 รุ่นระยะ 4 กิโลเมตร แต่แหล่งข้อมูลออนไลน์หลายแห่งเข้าใจผิดว่าเป็น GAM-102LR รุ่นระยะ 10 กิโลเมตร บางแห่งถึงกับอ้างว่าเป็นขีปนาวุธรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปี 2025
อันที่จริง การค้นหาอย่างรวดเร็วพบว่า GAM-102 ได้ถูกนำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการด้านการป้องกันประเทศของมาเลเซียในปี 2018
และ GAM-102LR รุ่นพิสัยไกล ได้ถูกนำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการด้านการป้องกันประเทศของไทยในปี 2023
ขีปนาวุธทั้งสองรุ่นใช้ขาตั้งสามขาสำหรับแท่นยิง
บรรจุภัณฑ์ของอุปกรณ์ควบคุมการยิงที่กองทัพไทยยึดได้ในครั้งนี้ บ่งชี้ว่าผลิตในปี 2022ซึ่งหมายความว่า น่าจะถูกส่งออกไปก่อนเกิดความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา...”
GAM-102LR มีระบบค้นหาเป้าหมายแบบภาพสองย่านความถี่ (อินฟราเรดและ QLED) สามารถโจมตีเป้าหมายเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 80 กม./ชม. ใช้ระบบเชื่อมโยงข้อมูลสองทาง จึงต้องใช้เสาอากาศสื่อสารข้อมูลในการทำงาน สามารถล็อกเป้าหมายก่อนยิงและยิงแล้วปล่อย หรือโจมตีในโหมดควบคุมโดยมนุษย์ (MANIO) หลังยิงได้
หากล็อกเป้าหมายก่อนยิง ระยะทำการสูงสุดคือ 6 กม.
หากใช้โหมด MANIO ระยะทำการสูงสุดคือ 10 กม.
หัวรบเป็นหัวรบเจาะเกราะแบบสองชั้น มีความสามารถในการเจาะเกราะเหล็กหนา 1,000 มม.
.jpg)
.jpg)
.jpg)
ในการโจมตีเป้าหมายระยะไกลโดยใช้ระบบควบคุมแบบมีคนควบคุม โดรนจะถูกใช้สำหรับการลาดตระเวนและระบุตำแหน่ง จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งกลับไปยังเทอร์มินัลของทีมรบพลปืนจะยิงขีปนาวุธตามข้อมูลในเทอร์มินัลหรือหน้าจอ และระบบค้นหาจะทำงานเพื่อค้นหาและล็อกเป้าหมาย
.jpg)
5. รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านจีน ได้ให้ข้อมูลอย่างรอบคอบรอบด้าน
ว่าด้วยเรื่อง “ทำไมบริษัทส่งออกอาวุธของจีนยึดโยงผลประโยชน์เชิงภูมิรัฐศาสตร์มากกว่ากลไกตลาด?”ระบุว่า
“...จากรายงานเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 กองทัพไทยยืนยันว่า สามารถยึดระบบขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถี #สัญชาติจีน CN หลังเข้าตีฐานกัมพูชาบนเนิน 500 ซึ่งเป็นรุ่น GAM-102 (จะมีรุ่น GAM-102LR (มี LR) ด้วยหรือไม่ รอยืนยัน)
โดยพบว่า ขีปนาวุธต่อต้านรถถังที่ยึดมาได้นั้น ผลิตโดยบริษัทจีน คือ Poly Defence (สาย GAM/Bolas) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Poly Technologies สังกัดรัฐวิสาหกิจจีน
คำถามตามมา คือ บริษัทส่งออกอาวุธของจีนมีอิสระเชิงยุทธศาสตร์ในการตัดสินใจขายอาวุธมากเพียงใด?
ภูมิหลัง - Poly Technologies ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1984 เป็นบริษัทในเครือ China Poly Group Corporation ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจของจีน อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐจีนอย่างใกล้ชิด
บริษัทมีบทบาทหลักในการส่งออกอาวุธ ยุทโธปกรณ์ และเทคโนโลยีทางทหาร รวมถึงการให้บริการฝึกอบรม การซ่อมบำรุง และการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์
Poly Technologies มีการส่งออกอาวุธหลากหลายประเภท เช่น รถถัง ยานเกราะปืนใหญ่ ระบบจรวด ขีปนาวุธระยะสั้น–กลาง อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ระบบเรดาร์และ C4ISR รวมทั้งอาวุธเบาและกระสุน เป็นต้น
ในขณะนี้ จีนก้าวขึ้นเป็น ผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ top 5 ของโลก
ทั้งนี้ ในระบบการเมืองของจีน #การส่งออกอาวุธ ถือเป็นกิจกรรมเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐ#ไม่ใช่กิจกรรมตลาดเสรี
Poly Technologies มีบทบาทสำคัญที่ทำให้จีนสามารถสร้าง พันธมิตรทางทหาร และขยายอิทธิพลในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศโลกขั้วใต้ (Global South) ตัวอย่างประเทศลูกค้าหลัก เช่น ประเทศในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
จุดเด่นของบริษัทส่งออกอาวุธของจีน คือ การมีเงื่อนไขยืดหยุ่นกว่าชาติตะวันตก เช่น ไม่ผูกเงื่อนไขด้านประชาธิปไตย/สิทธิมนุษยชน ขายอาวุธในราคาที่เข้าถึงได้ มีการโอนเทคโนโลยีบางส่วน พร้อมแพ็กเกจฝึกอบรมและซ่อมบำรุง
ทั้งหมดนี้ มีส่วนทำให้จีน สามารถเจาะตลาดหลายประเทศที่ถูกสหรัฐ/ยุโรปจำกัดการขายอาวุธ
...Poly Technologies ไม่มีอิสระเชิงยุทธศาสตร์ในการตัดสินใจขายอาวุธ แต่มีอิสระเชิงพาณิชย์และเทคนิคภายใต้กรอบนโยบายของรัฐ พรรคคอมมิวนิสต์จีน และกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (PLA)
การขายอาวุธของบริษัทจึงเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการต่างประเทศและยุทธศาสตร์ความมั่นคงของจีน มากกว่าการดำเนินธุรกิจเพื่อกำไรสูงสุด
โครงสร้างการตัดสินใจ
1) ระดับพรรคและรัฐ การกำหนดกรอบนโยบายการขายอาวุธอยู่ภายใต้คณะกรรมาธิการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน และคณะกรรมาธิการการทหารกลาง (CMC) ซึ่งกำหนดว่า จีนจะขายอาวุธให้ประเทศใด ในระดับใด และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การต่างประเทศหรือไม่
2) ระดับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน #PLA ทำหน้าที่คัดกรองด้านความมั่นคง กำหนดการลดสเปกอาวุธเพื่อการส่งออก และควบคุมการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยมีอำนาจยับยั้งดีลที่กระทบความมั่นคงของจีน
3) ระดับกลไกรัฐบาลพลเรือน หน่วยงานด้านการค้าและการควบคุมการส่งออกของจีนดูแลเรื่องกฎหมาย ภาพลักษณ์ระหว่างประเทศ และความเสี่ยงจากการคว่ำบาตร
4) ระดับองค์กร : บทบาทของ Poly Technologies บริษัทมีอิสระในการเจรจาราคา การจัดแพ็กเกจ การบริหารสัญญา และบริการหลังการขาย แต่ไม่มีอิสระในการเลือกประเทศลูกค้าเอง
ดังนั้น นัยเชิงนโยบาย การเจรจากับ Poly Technologies จึงอาจจะถูกมองว่าเป็นการเจรจากับรัฐจีน และการซื้อหรือรับอาวุธจากบริษัทจีนมักมาพร้อมความผูกพันทางการเมืองและความมั่นคงระยะยาว เช่น ประเทศผู้รับอาวุธอาจเกิดการพึ่งพามาตรฐาน อะไหล่ และการฝึกจากจีน
Poly Technologies ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ภายใต้คำสั่งเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐและกองทัพจีน การตัดสินใจขายอาวุธจึงไม่ใช่ผลจากตลาดเสรี แต่เป็นผลจากการคำนวณด้านอำนาจ อิทธิพล และยุทธศาสตร์ความมั่นคงของจีน
สรุป Poly Technologies
- มีอิสระเชิงพาณิชย์ อยู่ภายใต้กรอบรัฐ แต่ไม่มีอิสระเชิงยุทธศาสตร์
- มีบทบาทด้านต่างประเทศ ถือเป็นเครื่องมือของรัฐโดยตรง
- การขายอาวุธของจีนสะท้อนผลประโยชน์เชิงภูมิรัฐศาสตร์มากกว่ากลไกตลาด
หมายเหตุ : กรณีกองทัพไทยสามารถยึดระบบขีปนาวุธต่อต้านรถถังนำวิถี #สัญชาติจีน CN หลังเข้าตีฐานกัมพูชาบนเนิน 500 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ซึ่งเป็นรุ่น GAM-102 (จะมีรุ่น GAM-102LR (มี LR) ด้วยหรือไม่ รอยืนยัน) จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีข้อมูลสาธารณะที่ยืนยันได้ว่า Poly Technologies เป็นผู้จัดส่งอาวุธให้กัมพูชาโดยตรง
การยืนยันผู้จัดส่งอาวุธ ต้องอาศัยหลักฐานเอกสาร
ไม่ใช่เพียงการพบการใช้งานอาวุธในพื้นที่
และจำเป็นต้องรอคำชี้แจงจากทางการจีน”
สรุป... เห็นว่า ไม่ว่าจะรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ยังไม่มีหลักฐานว่า อาวุธดังกล่าวนั้นจีนส่งให้กัมพูชาหลังมีการปะทะกับไทย หรือไม่?
ซึ่งมีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะส่งมาหลังการปะทะ เพราะช่วงหลัง จีนไม่พอใจท่าทีของกัมพูชาที่เอนเอียงไปพยายามดึงสหรัฐเข้ามามีบทบาทแทนจีน
(ความจริง ไทยเราใช้อาวุธที่ทันสมัยของจีนหลายตัว และบางอันได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี จนสามารถผลิตได้เองในประเทศ)
ท่าทีของจีน ชัดเจนจนปัจจุบัน ว่าไม่สนับสนุนการสู้รบ แต่อยากให้ทั้งไทยและกัมพูชาสามารถบรรลุการหยุดยิงได้โดยเร็ว
สารส้ม

ยิปซีพยากรณ์ดวงรายวัน ประจำวันพุธ 3 มีนาคม 2569
สเปนประกาศชัด ไม่ให้ สหรัฐ ใช้ฐานทัพโจมตี อิหร่าน
สงครามเปลี่ยนโฉม สมุย-พะงัน ต่างชาติไม่ได้มาเที่ยว แต่ปักหลักใช้ชีวิตยาว
ปราชญ์ สามสี ไขข้องใจยกโมเดลโจมตีผู้นำอิหร่านใช้กับเขมรได้หรือไม่!?
พุ่งพรวด! 'ปั๊มเชลล์' ปรับขึ้นราคาน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ลิตรละ 1.50 บ. ดีเซล 4.20 บ.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี