วันพุธ ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2569
ดูเหมือนสื่อทุกค่ายและกูรูทางการเมืองทุกท่านของสารขัณฑ์ต่างออกมา“วิเคราะห์” ถึงกลยุทธ์ในการ “ทำศึกเลือกตั้ง” ของพรรคการเมืองต่างๆ กันอย่าง “คึกคัก” โดยเฉพาะของ “สามพรรคใหญ่” ที่คาดหมายว่าจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
“ทั้งสามพรรคใหญ่” ต่างมี “ขุนทัพ” และ “ขุนศึก” ในการลุยหาคะแนนนิยมจากประชาชน ล้วนเป็น “ดาวฤกษ์” ทั้งสิ้น จนมีสื่อนำมาเปรียบเทียบเป็น “สามก๊ก”ในพงศาวดารชิงอำนาจรัฐมังกรใน“ยุคราชวงศ์ฮั่น” เมื่อ 2,000 ปีก่อน
“ในพงศาวดารสามก๊ก ไม่ว่าวุยก๊กของโจโฉ ง่อก๊กของซุนกวนและจ๊กก๊กของเล่าปี่ ล้วนมีขุนศึกทั้งบู๊ทั้งบุ๋นล้วนเป็นดาวฤกษ์อย่างยั้วเยี้ย ที่วางแผนและรุกไล่ทำสงครามกันอย่างดุเดือด ดุดัน และดุฉกรรจ์ จนกลายเป็นตำนานที่ถูกกล่าวขวัญและจดจำรำลึกกันอย่างกว้างขวาง”
พงศาวดารสามก๊กในแผ่นดินมังกร เป็นประวัติการรบที่ยาวนานกันกว่า 100 ปีทุกกลยุทธ์กว่าพันสนามรบ ล้วนเป็น “ตำนาน” แห่งการพิชิตศึก ครั้นถึงราชวงศ์เหม็ง (พ.ศ.1911-2186) ก็มีนักเขียนคนเก่ง ชื่อ “ล่อกวนตง” นำมาเรียบเรียงเป็นหนังสือยาวถึง 120 ตอน แล้วถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ อย่างกระจุยกระจายรวมถึงภาษาไทย “เจ้าพระยาพระคลัง(หน)” ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้แปลออกมาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
ตัวละครในพงศาวดารสามก๊กนั้น มีมากมายจนคนอ่านจำกันไม่ครบแต่บุคคลของนักรบคนสำคัญและนักวางแผนรบสมองอัจฉริยะ “ล่อกวนตง”ได้สร้างสีสันดึงเอา “จุดโดดเด่น” และ “ความสามารถพิเศษ” มานำเสนอจนกลายเป็นละครที่ผู้อ่านสามก๊กต่างจดจำอย่างแม่นยำและถ่ายทอดมาเป็นรุ่นๆ จนถึงวันนี้
“ล่อกวนตง” ได้กระชับย่อ “ความเจ๋งเฉพาะตัวของดาวฤกษ์ทั้งหลายในสามก๊ก” ออกมาดังนี้
“ยอดซื่อสัตย์คือกวนอู ยอดรอบรู้คือขงเบ้ง รบสุดเก่งคือจูล้ง ยอดคนตรงคือ โลซก สุดงกความฮาเฮคือเล่าเสี้ยน ปกครองอย่างมือเซียนคือ ซุนกวน สุดมั่นคงไม่เรรวนคือโจโฉ ไม่เคยขี้โม้หรือคุยโตคือเตียวสา ภักดีอย่างมีศักดิ์ศรีคือจิวยี่ กลยุทธ์สุดดีคือสุมาอี้ ฝีมือรบสุดยอดในปฐพีคือลิโป้ วาสนาสุดโต้คือ สุมาเอี๋ยน ยอมถูกเจี๋ยน(เจ้าชายน้อย) คือขันที อัปรีย์สุดยอดคือตั๋งโต๊ะ โมะมะอย่างโง่เง่าคือ อ้วนเสี้ยว สุดเขี้ยวคือลิฉุยและกุยกี” เป็นต้น
“ส่วนภาพลักษณ์ของ 3 พรรค 3 ก๊กและ 3 สีในศึกเลือกตั้งสารขัณฑ์ กูรูทางการเมืองต่างสรุปอย่างสั้นๆ” ดังนี้
“พรรคสีส้ม” อยู่ในโลก 2 ใบ “เอาใจ” ทั้ง “กองเชียร์” และ “ถกเถียง” กับ “กองแช่ง” ตลอดเส้นทางการหาเสียง
“พรรคสีแดง” เปลี่ยนสไตล์การหาเสียงจากที่เคย “สุดโม้ สุดกร้าวและสุดห้าวอย่างมั่นใจ” มาถึงยุคดร.เชน ก็เป็นสไตล์อ่อนน้อม เจียมตัวและสุภาพจนไม่เหลือภาพเดิมๆ อย่างสุดประหลาด และประกาศร่วมกับทุกพรรคจัดตั้งรัฐบาลด้วยกันได้
“พรรคสีน้ำเงิน” ได้เปรียบพรรคอื่นเพราะยังครองอำนาจรัฐ แต่รัฐบาลมิกกี้เมาส์ก็ไม่เล่นบทโฉ่งฉ่าง รักษาอาการและถนอมตัวอย่างสุดๆ
สิ่งหนึ่งที่ทุกพรรคหรือทั้ง 52 พรรคทำเหมือนกันคือ ต่างหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมอย่าง “สุดมันจร้า”
8 กุมภาพันธ์ 2569 นี่แล้วครับ จะได้รู้ชัด ชัด ชาวสารขัณฑ์พร้อมใจกันมอบให้พรรคใด “ครองแชมป์?”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม

ปรีวิว-ฟันธง!ผีบุกถ้ำสาลิกา-สิงห์ฟัดสิงห์ลุ้นยุโรป
นายกฯ ยาหอมอปท. บอกอะไรที่ช่วยได้ ไม่ลังเลพร้อมสานต่อหลังมีสภาชุดใหม่
สรรพสามิตภาค 3 สั่งทำลาย! บุหรี่เถื่อนกว่า 1.7 หมื่นซอง-ค่าปรับทะลุ 16 ล้าน
‘จังหวัดหนองคาย’แถลงข่าวเตรียมจัดการแสดง ‘โขนพระราชทาน’ชุด ‘หนุมานชาญกำเเหง’
ปรีวิว-ฟันธง!‘ปืน-เรือ’พร้อมเตะล่าแชมป์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี