วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
ดูเหมือนสื่อทุกค่ายและกูรูทางการเมืองทุกท่านของสารขัณฑ์ต่างออกมา“วิเคราะห์” ถึงกลยุทธ์ในการ “ทำศึกเลือกตั้ง” ของพรรคการเมืองต่างๆ กันอย่าง “คึกคัก” โดยเฉพาะของ “สามพรรคใหญ่” ที่คาดหมายว่าจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
“ทั้งสามพรรคใหญ่” ต่างมี “ขุนทัพ” และ “ขุนศึก” ในการลุยหาคะแนนนิยมจากประชาชน ล้วนเป็น “ดาวฤกษ์” ทั้งสิ้น จนมีสื่อนำมาเปรียบเทียบเป็น “สามก๊ก”ในพงศาวดารชิงอำนาจรัฐมังกรใน“ยุคราชวงศ์ฮั่น” เมื่อ 2,000 ปีก่อน
“ในพงศาวดารสามก๊ก ไม่ว่าวุยก๊กของโจโฉ ง่อก๊กของซุนกวนและจ๊กก๊กของเล่าปี่ ล้วนมีขุนศึกทั้งบู๊ทั้งบุ๋นล้วนเป็นดาวฤกษ์อย่างยั้วเยี้ย ที่วางแผนและรุกไล่ทำสงครามกันอย่างดุเดือด ดุดัน และดุฉกรรจ์ จนกลายเป็นตำนานที่ถูกกล่าวขวัญและจดจำรำลึกกันอย่างกว้างขวาง”
พงศาวดารสามก๊กในแผ่นดินมังกร เป็นประวัติการรบที่ยาวนานกันกว่า 100 ปีทุกกลยุทธ์กว่าพันสนามรบ ล้วนเป็น “ตำนาน” แห่งการพิชิตศึก ครั้นถึงราชวงศ์เหม็ง (พ.ศ.1911-2186) ก็มีนักเขียนคนเก่ง ชื่อ “ล่อกวนตง” นำมาเรียบเรียงเป็นหนังสือยาวถึง 120 ตอน แล้วถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ อย่างกระจุยกระจายรวมถึงภาษาไทย “เจ้าพระยาพระคลัง(หน)” ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้แปลออกมาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์
ตัวละครในพงศาวดารสามก๊กนั้น มีมากมายจนคนอ่านจำกันไม่ครบแต่บุคคลของนักรบคนสำคัญและนักวางแผนรบสมองอัจฉริยะ “ล่อกวนตง”ได้สร้างสีสันดึงเอา “จุดโดดเด่น” และ “ความสามารถพิเศษ” มานำเสนอจนกลายเป็นละครที่ผู้อ่านสามก๊กต่างจดจำอย่างแม่นยำและถ่ายทอดมาเป็นรุ่นๆ จนถึงวันนี้
“ล่อกวนตง” ได้กระชับย่อ “ความเจ๋งเฉพาะตัวของดาวฤกษ์ทั้งหลายในสามก๊ก” ออกมาดังนี้
“ยอดซื่อสัตย์คือกวนอู ยอดรอบรู้คือขงเบ้ง รบสุดเก่งคือจูล้ง ยอดคนตรงคือ โลซก สุดงกความฮาเฮคือเล่าเสี้ยน ปกครองอย่างมือเซียนคือ ซุนกวน สุดมั่นคงไม่เรรวนคือโจโฉ ไม่เคยขี้โม้หรือคุยโตคือเตียวสา ภักดีอย่างมีศักดิ์ศรีคือจิวยี่ กลยุทธ์สุดดีคือสุมาอี้ ฝีมือรบสุดยอดในปฐพีคือลิโป้ วาสนาสุดโต้คือ สุมาเอี๋ยน ยอมถูกเจี๋ยน(เจ้าชายน้อย) คือขันที อัปรีย์สุดยอดคือตั๋งโต๊ะ โมะมะอย่างโง่เง่าคือ อ้วนเสี้ยว สุดเขี้ยวคือลิฉุยและกุยกี” เป็นต้น
“ส่วนภาพลักษณ์ของ 3 พรรค 3 ก๊กและ 3 สีในศึกเลือกตั้งสารขัณฑ์ กูรูทางการเมืองต่างสรุปอย่างสั้นๆ” ดังนี้
“พรรคสีส้ม” อยู่ในโลก 2 ใบ “เอาใจ” ทั้ง “กองเชียร์” และ “ถกเถียง” กับ “กองแช่ง” ตลอดเส้นทางการหาเสียง
“พรรคสีแดง” เปลี่ยนสไตล์การหาเสียงจากที่เคย “สุดโม้ สุดกร้าวและสุดห้าวอย่างมั่นใจ” มาถึงยุคดร.เชน ก็เป็นสไตล์อ่อนน้อม เจียมตัวและสุภาพจนไม่เหลือภาพเดิมๆ อย่างสุดประหลาด และประกาศร่วมกับทุกพรรคจัดตั้งรัฐบาลด้วยกันได้
“พรรคสีน้ำเงิน” ได้เปรียบพรรคอื่นเพราะยังครองอำนาจรัฐ แต่รัฐบาลมิกกี้เมาส์ก็ไม่เล่นบทโฉ่งฉ่าง รักษาอาการและถนอมตัวอย่างสุดๆ
สิ่งหนึ่งที่ทุกพรรคหรือทั้ง 52 พรรคทำเหมือนกันคือ ต่างหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมอย่าง “สุดมันจร้า”
8 กุมภาพันธ์ 2569 นี่แล้วครับ จะได้รู้ชัด ชัด ชาวสารขัณฑ์พร้อมใจกันมอบให้พรรคใด “ครองแชมป์?”
กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม

อย่าดูถูกคนแก่คนจน! พชร์ อานนท์ ฝากประโยคเดียวสะเทือนทั้งโซเชียล
เท้ง ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวบางกะปิ หลังปชน.แลนด์สไลด์กทม. 33 เขต ประชาชนให้กำลังใจสู้ๆ
พ่ายศึกยึดเมืองตรัง! ความเจ็บปวดของ 'โกหน่อ'
ไบรท์ เผยคลิปคุยกับ อนุทิน เฉลยบทสนทนาไม่ใช่เรื่องการเมือง
ทนาย บิ๊กโจ๊ก บุก ปปง. ค้านตั้งกรรมการคู่ขัดแย้ง สอบปมอายัดทรัพย์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี