วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569
ของแพงขึ้นแน่นอน นี่คือปัญหาปากท้องที่เราจะต้องเผชิญหน้า และแบกรับไว้ในอนาคตอันใกล้นี้ อันเนื่องมาจากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ - อิสราเอล และ อิหร่าน ซึ่งล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง พร้อมกับส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังโครงสร้างเศรษฐกิจทั่วโลกจากราคาน้ำมันและพลังงานที่ผันผวนอย่างหนัก โดยเฉพาะปัญหาเงินเฟ้อโลกที่จะเพิ่มขึ้น
หลายๆ ประเทศทั่วโลกกำลังระดมสมองเพื่อบริหารวิกฤตให้ผ่านพ้นสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ไปให้ได้ รวมถึงประเทศไทยด้วย โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติออกมาหลายข้อปฏิบัติ อย่างเช่น ให้ข้าราชการ-รัฐวิสาหกิจทำงานจากที่บ้าน งดเดินทางไปดูงานต่างประเทศ รวมทั้งปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศเป็น 26-27 องศาเซลเซียส งดการใส่สูท ผูกเนกไท ก็ว่ากันไป
ต่างๆ เหล่านี้ ถือเป็นมาตรการเบื้องต้นโดยจุดประสงค์ของรัฐบาลก็เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก หรือตกใจเกินเหตุจนกลายเป็นความโกลาหลขึ้นทั้งประเทศ ยกเว้นหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรง หรือยืดเยื้อ จนกระทบการจัดหาพลังงาน ก็อาจจะเห็นการยกระดับมาตรการอื่นๆ ตามมา เช่น เปิด-ปิดปั๊มหลัง 4 ทุ่ม เป็นต้น
เป็นการไล่จากเบาไปหาหนักบนสถานการณ์ ที่ไม่แน่นอนสูงมาก ซึ่งรัฐบาลจะประเมินอีกรอบ หลังสิ้นสุดการตรึงราคาดีเซลในวันที่ 16 มีนาคมนี้ เป็นไปได้สูงว่าราคาน้ำมันทั้งดีเซล-เบนซิน คงจะพากันขยับยกแผง โดยการทยอยขึ้นราคา และยังคงใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดูแลต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันต้องใช้เงินอุดหนุนไม่ต่ำกว่า 1,400 ล้านบาทต่อวัน
อย่างไรก็ตาม การบริหารวิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราคาน้ำมัน หรือความมั่นคงพลังงานเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบความเสี่ยงด้านอื่นๆ ตามมาอีกมากมาย ทั้งภูมิรัฐศาสตร์โลก ปัญหาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน แรงงาน ค่าครองชีพ เงินเฟ้อ หรือการท่องเที่ยวอื่นๆ ล้วนกระทบชิ่งถึงกันหมด จึงจำเป็นต้องใช้การประเมินสถานการณ์อย่างแม่นยำ และมีทิศทางที่ชัดเจน
ดังนั้น จึงเป็นภาระหนักอึ้งของนายอนุทินชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ต้องแบกรับไว้เต็มสองบ่า จากนี้ไปคาดว่าอีกไม่เกิน 1-2 เดือนนี้ หรือในราวๆ ปลายเดือนเมษายน รัฐบาลชุดใหม่ก็น่าจะเริ่มออกสตาร์ทบริหารประเทศได้เต็มกำลังอย่างต่อเนื่อง จากการเป็นรัฐบาลรักษาการอยู่ก่อนแล้ว โดยไม่ต้องมาเสียเวลาอารัมภบทอะไรอีก
ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยโฉมหน้าคณะรัฐมนตรีออกมาบางส่วน ก็พอจะรู้ว่าใครเป็นใคร จะมานั่งดูแลกระทรวงไหนบ้าง ต่างตอบแทนกันไปตามสูตรทางการเมือง ประเมินจากการจัดโผคือ ยังให้น้ำหนักพึ่งพาความเป็นมืออาชีพของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ศุภจี สุธรรมพันธุ์ และเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อย่างเป็นด้านหลัก และอีกส่วนคือ เน้นขายรัฐมนตรีเลือดใหม่ป้ายแดง
นี่คือ การบ้านข้อใหญ่ของนายกรัฐมนตรีที่จะต้องวางตัวรัฐมนตรีในกระทรวงหลักอย่างเป็นกรณีพิเศษ เพราะใครก็คาดเดาอะไรไม่ได้ว่าจะเลวร้ายถึงขั้นไหน จึงจำเป็นต้องได้มืออาชีพจริงๆ มาช่วยบริหารวิกฤตนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากสิ่งที่ยืนรออยู่ข้างหน้าคือกับดักหายนะที่ไม่เพียงมีชะตากรรมของคนทั้งประเทศเป็นเดิมพันเท่านั้น แต่ยังหมายถึงอนาคตของรัฐบาลด้วย

ฮอร์มุซ เงินหยวน และเรือรบสหรัฐฯ เมื่ออิหร่านกำลังเขย่าระเบียบโลก ไทยควรเตรียมตัวอย่างไร
ปลัดมท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเข้ม 3 มาตรการเพิ่มเติม รับมือสถานการณ์พลังงาน
หวานชื่น! เปอร์ สุวิกรม-ยิหวา ลั่นระฆังวิวาห์หลังคบหาดูใจ 9 ปี
เขมรเอาจริง! ไฟเขียว กม.ปราบสแกมออนไลน์ โทษหนักทั้งจำทั้งปรับ
นพดล ปิ๊งไอเดีย เสนอ 5 แนวทางพลิกวิกฤตตะวันออกกลางเป็นโอกาสไทยเข้มแข็ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี