วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
แนวทางตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ช่วยส่งเสริม Solar Rooftop สำหรับภาคประชาชน
เปิดประตูแห่งโอกาสที่น่าสนใจ เพิ่มความเป็นไปได้จริงในการใช้พลังงานสะอาด พึ่งพาตนเองได้ และขายไฟฟ้าให้ภาครัฐได้ด้วยจริงๆ อย่างไร
1. ประชาชนคนไทยกำลังจะสามารถเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าได้ด้วยตนเอง ขายไฟฟ้าได้ด้วย
ลดภาระค่าพลังงานในระยะยาว
กระตุ้นการลงทุนและการใช้พลังงานสะอาดขนานใหญ่
2. ภายในเดือนมิถุนายนนี้ (เดือนหน้า)
กพช.ที่มีนายกฯอนุทิน นั่งหัวโต๊ะ เคาะแล้ว
ให้ดำเนินการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับภาคประชาชน
ภาครัฐจะรับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่พักอาศัย รูปแบบ Net Billing
เป้าหมายรับซื้อรวมทั้งประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์
โดยกำหนดปริมาณไฟฟ้าเสนอขายต่อมิเตอร์ ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์
การไฟฟ้าฝ่ายจำหน่ายจะรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาท/หน่วย
มีระยะเวลารับซื้อ 10 ปี
โดยให้ออกระเบียบและประกาศรับซื้อไฟฟ้าให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนมิถุนายน 2569
นอกจากนี้ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปปรับปรุงข้อกำหนดโครงข่ายไฟฟ้า(Grid Code) พร้อมระบบจำหน่าย สถานีไฟฟ้า และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับเป้าหมายโซลาร์ภาคประชาชน โดยไม่กระทบต่อความ มั่นคงระบบไฟฟ้าของประเทศ
3. “หลังคาบ้าน คือธนาคารดอกเบี้ยสูง
พระปัญญาวชิรโมลี นพพร (เจ้าคุณโซลาร์) ระบุว่า
“หลังคาบ้าน คือ ธนาคารดอกเบี้ยสูง
เปลี่ยนกระบวนทัศน์” (Paradigm Shift) ของการออกแบบระบบโซลาร์เซลล์ในประเทศไทย จากเดิมที่เราต้องออกแบบแบบ “เจียมเนื้อเจียมตัว” (Conservative Design) เพื่อไม่ให้ไฟเหลือทิ้ง แต่ตอนนี้เราสามารถออกแบบแบบ “เต็มศักยภาพหลังคา” (Max Capacity Design) ได้แล้วเนื่องจาก
1. การเปลี่ยนจาก “Zero Export” เป็น “Net Billing” (กลายๆ)
เมื่อก่อน: เราต้องใส่ตัวกันไฟย้อน (Zero Export) เพราะถ้าไฟย้อนเข้ามิเตอร์แบบเก่า มิเตอร์จะหมุนย้อนกลับ (ซึ่งผิดระเบียบ) หรือมิเตอร์ดิจิทัลจะนับหน่วยนั้นเป็นหน่วยที่เราต้องจ่ายเงินเพิ่ม การออกแบบจึงต้องคุมให้ระบบผลิตได้แค่ “พอกับที่ใช้”ในช่วงที่แดดแรงที่สุดเท่านั้น
ตอนนี้ : เมื่อรัฐเปิดให้ขายคืนได้ที่ 2.2 บาท/หน่วย เราไม่ต้องกลัวไฟย้อนอีกต่อไป
การถอด Zero Export ออก หรือตั้งค่าให้ส่งออกได้ ทำให้ทุกหน่วยที่ผลิตได้ “มีมูลค่า” ทั้งหมด ไม่ว่าจะใช้เอง (ประหยัด 4.5-5 บาท) หรือขายคืน (ได้เงิน 2.2 บาท)
2. จุดคุ้มทุนที่ “เร็วขึ้น” แม้ลงทุน “สูงขึ้น”
การออกแบบให้เท่ากับโหลดสูงสุด (Peak Load) ในตอนกลางวัน หรือเกินกว่านั้นเล็กน้อย มีข้อดีที่เหนือกว่าระบบขนาดเล็ก ดังนี้
• Economy of Scale : ค่าแรงติดตั้ง ค่าดำเนินการ และค่าขออนุญาต ของระบบ 3 kW กับ 5 kW หรือ 10 kW ต่างกันไม่มากนัก แต่จำนวนแผงที่เพิ่มขึ้น ทำให้ “ต้นทุนเฉลี่ยต่อวัตต์”ถูกลงอย่างมาก
• Utilization Rate: ระบบขนาดใหญ่จะผลิตไฟได้มหาศาลในช่วง 10.00 - 14.00 น. ซึ่งหากเป็นบ้านที่เปิดแอร์ตัวเดียว ระบบจะส่งไฟที่เหลือไปสร้างรายได้ 2.2 บาททันที ดีกว่าการปล่อยให้หลังคาว่างเปล่า
• คืนทุนไวขึ้น : จากเดิมที่คืนทุน 3 ปีบนฐานของการประหยัดค่าไฟอย่างเดียวเมื่อบวกกับ “เงินคืนจากภาษี 200,000 บาท” และ “รายได้จากการขายไฟ”
จุดคุ้มทุนอาจขยับลงมาเหลือเพียง 2 ปีเศษ สำหรับบ้านที่มีฐานภาษีสูง
.jpg)
.jpg)
3. โอกาสของ ช่างขอข้าว (Unity Solar) ช่วยให้คำปรึกษาแบบใหม่ ในฐานะ “มือโปร” เชี่ยวชาญด้านการวางระบบจากการติดตั้งโครงการ 77จังหวัด 77 โรงพยาบาลและโรงงานต่างๆ มากมาย
สำหรับบ้านจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่
มีคำแนะนำดังนี้
• ออกแบบเพื่ออนาคต (Future-Proof) : ควรติดแบบ “เผื่อ” สำหรับรถ EV หรือการใช้แอร์ที่เพิ่มขึ้น เพราะมาตรการรัฐช่วยลดต้นทุนส่วนนี้ไปแล้ว
• Data-Driven Design : ใช้ข้อมูลพฤติกรรมการใช้ไฟมาคำนวณเปรียบเทียบให้เห็นเลยว่า “การติดแบบเต็มหลังคา” จะสร้าง Cash Flow (กระแสเงินสด) กลับมาให้เจ้าของบ้านได้มากกว่าการติดแบบพอดีโหลด
การออกแบบระบบให้ “เต็มกำลัง” สอดคล้องกับชื่อ Unity Solar ในแง่ของ “ความสมบูรณ์แบบและการแผ่ขยาย”
ข้อควรระวัง : แม้จะขายไฟคืนได้ แต่การตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคา (Structural Integrity) ยังเป็นเรื่องสำคัญที่สุด
ซึ่งทีมช่างขอข้าวของโรงเรียนศรีแสงธรรมที่มีประสบการณ์งานก่อสร้างอาคาร และโรงพยาบาล เป็นที่มั่นใจว่าติดตั้งแบบเต็มหลังคานี้จะปลอดภัยและไม่รั่วซึมในระยะยาว
เทรนด์ใหม่นี้จะทำให้ “หลังคาบ้าน” กลายเป็น “สินทรัพย์ที่สร้างรายได้”(Income Generating Asset)
ไม่ใช่แค่ที่กันแดดกันฝนอีกต่อไป
ช่วงนี้ มีคนขอมาเรียนรู้ ขอคำปรึกษา หรือติดต่อทีมงานติดตั้งโซลาร์เซลล์เยอะมาก จึงให้เปลี่ยนชื่อเป็น Unity Solar แทน จะได้เข้ากับเทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรง
“เปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นธนาคารดอกเบี้ยสูง”..”
4. การขับเคลื่อนนโยบายครั้งนี้ เปิดโอกาสครั้งใหญ่
ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง มีแนวโน้มเติบโตที่น่าสนใจ
ในปี 2569 ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC)ได้ประเมินว่า การผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เอง (IPS-Renewable) จะเติบโตสูงกว่าการใช้ไฟฟ้าผ่านระบบสายส่ง
คาดว่า จะขยายตัวประมาณ 2.4% และจะเร่งตัวขึ้นเฉลี่ย 3.3% ต่อปี ในช่วงปี 2570-2572
ปัจจัยที่ส่งเสริมการเติบโต นอกจากความผันผวนของพลังงานโลก ก็คือการสนับสนุนของภาครัฐ
ประชาชนที่ลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านพักอาศัย สามารถลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดถึง 200,000 บาท
นอกจากนี้ ธนาคารของรัฐยังสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติให้การไฟฟ้า รับซื้อไฟฟ้าส่วนเกินจากประชาชนที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคาที่พักอาศัย รูปแบบ Net Billing มีเป้าหมายรับซื้อรวมทั้งประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ โดยกำหนดปริมาณไฟฟ้าเสนอขายต่อมิเตอร์ไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ โดยจะรับซื้อไฟฟ้าในอัตรา 2.20 บาท/หน่วย มีเวลารับซื้อ 10 ปี
ยิ่งเพิ่มความคุ้มค่า และแรงจูงใจอีกมาก
5. สินเชื่อติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof)
ตัวอย่างสินเชื่อติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) เช่น
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) : โครงการสินเชื่อสำหรับลูกค้าปัจจุบันผ่อนสบายเริ่มต้นประมาณ 2,900 บาท/เดือน ดอกเบี้ยเริ่ม 1%
ธนาคารกรุงศรีอยุธยา : สินเชื่อกรุงศรีโฮมฟอร์แคช สำหรับติดตั้งโซลาร์เซลล์ โดยใช้บ้านเป็นหลักประกัน ผ่อนนานสูงสุด 30 ปี
ธนาคารกสิกรไทย : สินเชื่อรับประกันการประหยัดพลังงาน (Solar Rooftop) ดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผู้ประกอบการ
ธนาคารออมสิน (GSB): โครงการสินเชื่อ Soft Loan สำหรับธุรกิจหรือประชาชนที่ต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ฯลฯ
รายละเอียด กรณีธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้กู้เพิ่มสำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการติดตั้ง Solar Roof
อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.00% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวด 2,900 บาท สามารถยื่นคำขอกู้ได้แล้วที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ
ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. เดินหน้าสนับสนุนนโยบายรัฐบาลตามมาตรการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ให้กู้เพิ่มสำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการติดตั้ง Solar Roof หรือปรับปรุงที่อยู่อาศัย เพื่อประหยัดพลังงาน ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าและค่าครองชีพในระยะยาว
วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย
โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก อัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี ผ่อนชำระเงินงวดเพียง 2,900 บาท
วงเงิน 200,000 บาทถัดมา อัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี ระยะเวลากู้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี ผ่อนชำระเงินงวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 3,600 บาท (หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการให้สินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนดในผลิตภัณฑ์สินเชื่อซ่อม-แต่งและสินเชื่อซ่อม - แต่ง Plus)
“ธอส. มุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน สนับสนุนให้ประชาชนติดตั้ง Solar Roof ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้กับประชาชนในระยะยาว พร้อมสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด อย่างเป็นรูปธรรม โดยออกแบบผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำและเงินงวด ผ่อนชำระต่ำ สอดรับกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมของประเทศ” ดร.มหัทธนะ กล่าว
จับตา... “หลังคาบ้าน” กำลังกลายเป็น “สินทรัพย์ที่สร้างรายได้” (Income Generating Asset)
การติดตั้งโซลาร์เซลล์ กำลังจะ“เปลี่ยนหลังคาบ้านให้เป็นธนาคารดอกเบี้ยสูง”สร้างรายได้ หรือผลตอบแทนคืนให้ผู้ลงทุนจากมาตรการที่เปิดโอกาสของภาครัฐ
สารส้ม

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศข้าราชการในพระองค์ฝ่ายทหารชั้นสัญญาบัตร และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
เงินเข้าวันนี้ 20,000 บาท แบงก์กรุงเทพจ่ายพิเศษช่วยค่าครองชีพพนักงาน
คาเฟ่ดังสไตล์ทุ่งนา เมืองกาญจน์ ประกาศปิดถาวร 5 พ.ค.นี้
เลขาฯยูเอ็น ส่งสัญญาณอันตราย วิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ บีบคั้นเศรษฐกิจโลก
สวยสับไม่พัก เซย่า ณิชฎา ลูกสาวพ่อพีท ทองเจือ สลัดลุคหวานเดินรันเวย์ไฟลุก ชมคลิป

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี