วันพุธ ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
nn แม้รัฐบาล “อนุทิน ชาญวีรกูล” จะชักฟืนออกจากกองไฟที่ส่อเค้าลุกลาม ด้วยการตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร โดยให้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯและรมว.คลัง เป็นประธาน ให้เวลาศึกษา 90 วัน แต่สามารถลดอุณหภูมิลงได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะสแกนไปที่กลุ่มคัดค้าน โดยเฉพาะกลุ่มเอ็นจีโอ และนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในภาคใต้ โจทย์ใหญ่ใจความจะมุ่งไปที่ SEC หรือ “ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้” ซึ่งเป็นภาพรวมที่ใหญ่กว่า “แลนด์บริดจ์”
..nn พูดง่ายๆ ว่า “แลนด์บริดจ์” คือ “เรือธง” ของ SEC แต่ไม่ใช่ทั้งหมดของ SEC จะมีแค่แลนด์บริดจ์ หรือมีแค่ ท่าเรือ 2 ฝั่ง ถนน รางรถไฟ และท่อส่งน้ำมันเท่านั้น
..nn ในทางปฏิบัติถ้าจะทำโครงการแลนด์บริดจ์ รัฐบาลก็จะต้องเสนอสภาออกพระราชบัญญัติระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า “พ.ร.บ. SEC” โดยระเบียงเศรษกิจพิเศษภาคใต้ (Southern EconomicCorridor) จะกินพื้นที่ใน 4 จังหวัด คือ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร และระนอง
..nn หัวใจของ SEC คือการสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษขนาดใหญ่ โดยมี “แลนด์บริดจ์” เป็นเรือธง ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศมาลงที่ SEC
..nnรู้แบบนี้แล้วก็จะเห็นภาพว่าการดึง “แลนด์บริดจ์” ออกมาถกเถียงกันโดยตัดขาดจาก “ภาพใหญ่” คือ SEC จะเป็นการตัดยอดภูเขาน้ำแข็งออกจากราก เถียงกันอย่างไรก็ไม่มีวันจบ ดังนั้น คณะกรรมการชุด “เอกนิติ” ที่จะประสานความเห็นจากทุกฝ่าย น่าจะต้องขยายพื้นที่ไปสู่เรื่องของ ระเบียงเศรษฐกิจทั้งหมด มากกว่าจะเจาะไปที่เดียว เพราะหากทำเช่นนั้น อย่างดีก็ได้แค่ซื้อเวลา เพื่อรอมาทะเลาะกันใหม่เท่านั้นเอง
..nn เช้าวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 “อนุทิน ชาญวีรกูล” นำคณะบินไปประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ มีกำหนดการ 3 วัน
..nn เวทีสุดยอดอาเซียนรอบนี้จะเป็นครั้งแรกที่ “นายกฯอนุทิน” จะได้พบกับ “นายกฯฮุน มาเนต” ของกัมพูชา หลังคณะรัฐมนตรีของไทยมีมติเห็นชอบยกเลิกเอ็มโอยู 2544 ไปเมื่อวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม
..nn ทบทวนกันหน่อยว่า เอ็มโอยู 2544 คือบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐไทยกับรัฐบาลกัมพูชาว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน เมื่อล้างไพ่กันเรียบร้อยเพราะผ่านมา 25 ปี ไม่มีอะไรคืบหน้า ก็ต้องมีกลไกอื่นๆ มาดำเนินการซึ่งทางฝ่ายไทยชัดเจนผ่านการสัมภาษณ์ของ “นายกฯอนุทิน” ว่า จะไปใช้กติกาสากล คืออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล หรือ UNCLOS มาเป็นตัวอ้างอิง เพราะทั้งไทยและกัมพูชาล้วนเป็นภาคีของ UNCLOS
..nn ขณะที่กัมพูชาเริ่มแย้มไพ่ใบสุดท้าย ว่าจะเล่นเกมถึงไทยเข้าสู่การเจรจาแบบมีประเทศที่ 3เข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยกลไกภายใต้ UNCLOS ที่ชื่อว่า Compulsory
Conciliation หรือที่ผู้เชี่ยวชาญเขาแปลเป็นภาษาไทยว่า“กระบวนการประนอมภาคบังคับ”
..nn สำหรับกลไก “กระบวนการประนอมภาคบังคับ” มีอยู่ในภาคผนวกที่ 5 หมวด 2 ของ UNCLOS โดยเมื่อมีรัฐผู้ร้องจะใช้กลไกนี้ก็จะทำให้รัฐที่ถูกร้อง “มีพันธกรณีที่จะต้องยอมรับกระบวนการ”จากนั้นก็จะตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา 5 คน เสนอจากรัฐคู่กรณีฝ่ายละ 2 คน แล้วให้ทั้ง 4 คน ไปเลือกกรรมาธิการคนที่ 5จากประเทศที่สาม มาเป็นประธาน
..nn ถามว่าผลการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการ เป็นข้อผูกมัดที่ภาคี 2 ฝ่ายต้องดำเนินการตามหรือไม่ คำตอบคือไม่ใช่เสียทีเดียว โดยขั้นตอนเมื่อได้ข้อสรุป คณะกรรมาธิการก็จะต้องทำรายงานต่อเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อให้คู่ภาคีไปเจรจากันภายใต้กรอบรายงาน
..nn แม้รายงานของคณะกรรมาธิการจะไม่มีข้อผูกมัดต่อรัฐภาคีในแง่กฎหมาย แต่ก็จะถูกใช้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงให้ต้องทำตาม ซึ่งเคยได้ผลมาแล้วในอดีตกรณีของติมอร์เลสเต กับออสเตรเลีย ดังนั้น เรื่องนี้จึงต้องดำเนินการอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ และยึดหลักตามที่ “นายกฯอนุทิน” บอกไว้คือ“ไทยแลนด์เฟิร์ส”
..nn รักษ์ ปฐวี ออกตัวไว้ก่อนว่าไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่างประเทศหรือกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ การนำเรื่องกลไก “กระบวนการประนอมภาคบังคับ” มาเล่าตรงนี้ก็เพื่อปูพื้นให้เห็นภาพ หากในอนาคตไทยอาจต้องเผชิญกับกระบวนการดังกล่าว
..nn ส่วนรายละเอียดว่าไทยจะได้เปรียบเสียเปรียบอย่างไรหรือยังมีกลไกอื่นนอกเหนือจากนี้หรือไม่ คงต้องติดตามเก็บข้อมูลมารายงานกันต่อไป ไม่ให้ตกหล่น..nn
รักษ์ ปฐวี

บุกค้นบ้านหรูกลางเมืองพัทยา รวบ 3 จีนเทา ลักลอบผลิต บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้
ในหลวง-พระราชินี พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ทูตต่างประเทศ เฝ้าฯ กราบบังคมทูลลา
ทูตอิหร่าน ดัน จีน เป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยหยุดสงคราม ก่อน ทรัมป์ เหยียบแผ่นดินมังกร
ต๊ะ นารากร เผยเหตุผลไม่ทำช่องข่าวตัวเอง เพราะไม่อยากขโมยงานใคร
ในหลวง โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯนราธิวาส เชิญสิ่งของพระราชทาน มอบกำลังพลบาดเจ็บเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี