546.jpg
โอลิมปิก-ซามูไร Live from Japan : มุมมอง-มุมกล้อง-ความจริง

โอลิมปิก-ซามูไร Live from Japan : มุมมอง-มุมกล้อง-ความจริง

วันศุกร์ ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

คนเรามักจะมีคำถามอยู่เสมอ หากเมื่อไหร่สิ่งนั้น “ไม่ได้อย่างใจ”หรือ “ไม่ได้ดั่งใจ” ที่เราปรารถนา

กีฬามีให้รู้จักคำว่า รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และรู้เสมอ


สำคัญที่สุดนั่นก็คือ การรู้จักตัวเราเอง

ไม่อย่างนั้นคงไม่มีคำว่า “กีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กิเลส ทำคนให้เป็นคน”

การบ่น การผรุสวาท ไปจนถึงความไม่พอใจกับสิ่งที่นักกีฬาของไทยเราแพ้ ถือเป็นเรื่องที่ปกติอย่างมาก มนุษย์เราอยู่กันไม่กี่อย่าง แต่สองอย่างที่แน่นอนก็คือ สมหวัง และผิดหวังเป็นลุงจินต์

ยิ่งในเวทีการแข่งขันระดับโลก ยิ่งแล้วใหญ่ ทุกอย่าง “มันยากไปหมด”

ที่นี่ไม่ใช่กีฬาปฐมบทระดับชาติอย่าง “ซีเกมส์” ที่เดี๋ยวเฮเดี๋ยวฮา แต่พอแข่งคนเหล่าเดียวกันก็จะหล่นคำพูดที่ว่า มีแต่กีฬาพื้นบ้านโน่นนั่นนี่ เป็นกีฬาแบ่งเหรียญบ้างอะไรบ้าง

ที่สุดแล้ว ถ้าไม่พัฒนาในระดับภูมิภาค

การไปแข่งขันระดับทวีปอย่าง เอเชี่ยนเกมส์ มันก็คงไม่ไปถึงไหน

เอเชี่ยนเกมส์ ในยุคปัจจุบันก็ยากต่อการได้เหรียญ และแน่นอนที่สุดก็คือ “โอลิมปิกเกมส์” อันนี้ยากสุดหัวใจอยู่แล้ว

ประเด็นก็คือ ภาพที่ถูกเผยแพร่ออกไป และมันไวยิ่งกว่า “ไฟลามทุ่ง” ทั้งที่บางครั้งบางทีแล้ว ความจริงมันก็คือ“ผักบุ้งโหรงเหรง”

กระทั่งการพ่ายแพ้ของ ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี เรื่อยมาจนถึงชัยชนะของ เรียวเมอิ ทานากะ ที่ชนะแต่ต้องนั่งรถเข็นออกจากสนาม

ผมว่าน้อยคนเหมือนกันที่ได้ดูคู่นี้ แต่ได้ตัดสินด้วยภาพถ่ายละม้ายคล้ายกับแข่งกรีฑาไปแล้ว

มีการโกงกันแบบนั้นจริงหรือไม่ หรือเพียงแต่ “เค้าว่ามา”เท่านั้น

เมื่อเราเปิดดูเส้นทางการทำงานหลังจากที่ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี เข้ามาดูแลและจัดการการตัดสินแทนที่ สหพันธ์มวยสากลนานาชาติ หรือ ไอบา ที่มีปัญหากลิ่นโชยทุกครั้ง

การเข้ามาดูแลตรงนี้ของ ไอโอซี เริ่มต้นจากการจัดรอบคัดเลือก ทั้งหมดทุกทวีป พร้อมกับจัดอันดับหรือ แรงกิ้งของนักมวย

สำคัญที่สุดก็คือ เป็นผู้แต่งตั้งกรรมการตัดสิน กับ กรรมการประเมิน ขึ้นมาเพื่อโอลิมปิกเกมส์

มีการคัดเอากรรมการดีที่สุดทุกทวีปมาทำงานในโอลิมปิก ยกเว้น 26 คน ที่มีปัญหาในรีโอเกมส์ ไม่นำมาตัดสิน แต่.......

แต่ต้องไม่ลืมว่า…..กรรมการเหล่านี้ก็คือกรรมการไอบานี่แหละ!!!!!

ในการทำงานมี “กรรมการ 4 คน” คอยทำหน้าที่สอบสวน“กรรมการ” อีกที พร้อมกับมี”กล้องวงจรปิด”ซึ่งเปิดเอาไว้ที่โต๊ะตัดสิน เพื่อคอยสอดส่องดูพฤติกรรมของกรรมการ เพื่อให้ทุกอย่างออกมารอบคอบที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีการตั้ง “กรรมการอีก 1 ชุด” เพื่อประเมินการทำงานของกรรมการ 4 คนนี้อีกด้วย

เท่ากับว่ามี “กรรมการ” ดูแล “กรรมการ” ชุดที่ดูแล“กรรมการ” อีกทีนึงแบบ 3 ชั้นกันไปเลย

อย่างไรก็ดี ประธานที่คุมทั้งหมดคือ ญี่ปุ่น

มีการจับพิรุธสอบสวนไปแล้ว 4 ราย ส่งกลับบ้านแล้ว 1 ราย เพราะ “ดีแตก” นี่คือสิ่งที่ควบคุมแล้ว แต่ยังหลุดมายิ่งกว่าปลาไหลใส่สเก็ต

ทุกที่ในโลก ไม่เคยเปิดพื้นที่ให้ใครได้ชัยอยู่ฝ่ายเดียวและทุกที่ในโลกไม่มีใครหรอกที่จะสมหวังอยู่ข้างเดียว เช่นเดียวกันกับมนุษย์ที่มีความผิดพลาดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ดังนั้นการตัดตอน “ผู้จงใจกระทำผิด” ก็ยังคงมีอยู่ต่อไป แม้จะรัดกุมแค่ไหนก็โผล่มาทุกสถานการณ์

อย่างคำพูดของหลายต่อหลายคนที่ “ดูกีฬาแบบไม่เอาใจตัวเอง” จะเห็นได้ว่า เมื่อการตัดสินมันสามารถ “ออกได้ทุกหน้า”แบบนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ “ดุลพินิจ” ของผู้ตัดสิน

เช่นเดียวกับเกมที่ สุดาพร สีสอนดี แพ้ให้กับ เคลลี่ แอนเน่ แฮร์ริงตัน

เราควรจะได้นำในยกแรก และควรจะได้สกอร์ 4-1 ในยกสุดท้าย แต่มันก้ำกึ่งสุดๆ และด้วยโอลิมปิกสไตล์ พร้อมกับจังหวะการชกที่ “น้อยกว่า” แต่ “ถึงเป้ากว่า” ของ แฮร์ริงตันทำให้เธอชนะไป

เราไม่ได้ดูแค่ “เทปซ้ำ” แต่ดูกันถึง “ช็อตต่อช็อต” ภาพนิ่งของช่างภาพ ก็เห็นว่า เราชกเยอะกว่า แต่หมัดจะถากมากกว่า

เพียงแต่ว่า ถ้าหากสกอร์ออกมา 4-1 ในยกสุดท้ายนั่นแหละ

เราจะชนะด้วยคะแนนดิบทันที

ไม่เพียงแต่มวยสากล เอาแค่ “วีเออาร์” หรือ วีดีโอช่วยการตัดสินของกีฬาฟุตบอล สุดท้ายมันก็อยู่ใน “ดุลพินิจ” อยู่ดี

เมื่อทุกอย่างคลายตัว ก็จะยิ่งชัดเจน เราก็จะเห็นเองว่าในขณะที่ตีโพยตีพายเสียใจหรืออะไรต่างๆ นานา เราจะเห็นได้ว่านักกีฬาเขาไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย

เข้าใจทุกคนตอนที่เชียร์ เราอยากให้ได้อะไรมาปลอบใจในยามที่เราพึ่งใครอะไรแทบจะไม่ได้เลย กับช่วงโรคร้ายลุกลามระบาดทุกหย่อมหญ้า

สุดท้ายเรากลับมาพิจารณาทำใจให้เป็นกลางกับชัยชนะ และความพ่ายแพ้ เพื่อให้กีฬาเป็นสักหนึ่งอย่างของชีวิตที่ช่วยจรรโลงจิตใจ

ผิดก็ว่าไปตามผิด จัดการลงโทษเพื่อให้ทุกอย่างมันขาวสะอาดยิ่งขึ้น

แพ้ก็ว่าไปตามแพ้ จัดการกับโชคชะตาแล้วเดินหน้าสู้กันต่อ

ชนะก็ว่าไปตามนั้น ฉลองให้เต็มคราบ แล้วก็เดินหน้าสู้กันต่อ

แล้วมันก็จะผ่านไป

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top