533.jpg
วิทยาศาสตร์ สำหรับเยาวชน : รู้หรือไม่?‘สมองหรือหัวใจ’ที่สั่งให้รัก ไขความลับสมองมนุษย์

วิทยาศาสตร์ สำหรับเยาวชน : รู้หรือไม่?‘สมองหรือหัวใจ’ที่สั่งให้รัก ไขความลับสมองมนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สมองเป็นอวัยวะที่ซับซ้อนที่สุดของร่างกายมนุษย์ ประกอบด้วยเซลล์ประสาทนับแสนล้านเซลล์ ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายทั้งหมด ทั้งการเคลื่อนไหว การคิด การรับรู้ อารมณ์ และความรู้สึก ในปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบความลับของสมองมากมาย แต่ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่เป็นที่เข้าใจ จึงมีการศึกษาเกี่ยวกับสมองมาอย่างต่อเนื่อง

ในบริบทของ “ความรัก” สมองมีส่วนสำคัญในการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก และการแสดงออกทางความรัก ตัวอย่างเช่น


O สมองส่วนไฮโปทาลามัส (hypothalamus) ทำหน้าที่ควบคุมฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ เช่น ฮอร์โมนโดพามีน (dopamine) และฮอร์โมนออกซิโทซิน (oxytocin)

O สมองส่วนลิมบิก (limbic system) ทำหน้าที่ควบคุมอารมณ์พื้นฐาน เช่น ความสุข ความเศร้า ความโกรธ และความกลัว

O สมองส่วนหน้าผาก (frontal cortex) ทำหน้าที่ควบคุมความคิด ความจำ และการตัดสินใจ

เมื่อเรารู้สึกรักใครสักคน สมองจะหลั่งฮอร์โมนโดพามีนออกมาซึ่งฮอร์โมนนี้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกสุขใจ ความพึงพอใจ และแรงจูงใจ ฮอร์โมนออกซิโทซินก็จะถูกหลั่งออกมาเช่นกัน ซึ่งฮอร์โมนนี้เกี่ยวข้องกับความรู้สึกผูกพัน ความไว้วางใจ และความรัก นอกจากนี้สมองส่วนลิมบิกยังทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับใบหน้าและการแสดงออกทางสีหน้า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการรับรู้ถึงอารมณ์ของผู้อื่น ดังนั้น สมองจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยให้เรารู้สึกรักใครสักคน และแสดงออกถึงความรักต่อคนที่เรารักได้

สำหรับ การทำงานของสมองที่มีผลต่อการแสดงออกถึงความรู้สึกสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: การรับรู้ความรู้สึก

ขั้นแรก สมองจะรับข้อมูลจากประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น การมองเห็น การได้ยิน การดมกลิ่น การสัมผัส และการลิ้มรสข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปยังสมองส่วนต่างๆ เพื่อประมวลผลและแปลความหมาย ส่วนความรู้สึกพื้นฐาน เช่น ความสุข เศร้าโกรธ กลัว สมองจะประมวลผลข้อมูลจากประสาทสัมผัสต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น การมองเห็นสีสันและใบหน้า การได้ยินเสียง การรับรู้กลิ่น การสัมผัส และรสสัมผัสของอาหาร ตัวอย่างเช่น เมื่อเราเห็นใบหน้าคนที่รักยิ้มให้เรา สมองจะประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ร่วมกันและทำให้เรารู้สึกมีความสุข

ขั้นตอนที่ 2: การแสดงออกถึงความรู้สึก

เมื่อสมองประมวลผลและแปลความหมายข้อมูลแล้ว สมองจะส่งสัญญาณไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกนั้นๆ การแสดงออกถึงความรู้สึกสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

O การแสดงออกทางกาย เช่น การแสดงสีหน้า ท่าทาง การเคลื่อนไหว น้ำเสียง อัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ฯลฯ

O การแสดงออกทางพฤติกรรม เช่น การกระทำ คำพูด การตัดสินใจ ฯลฯ

ตัวอย่างเช่น เมื่อเรารู้สึกมีความสุข เราจะแสดงรอยยิ้มบนใบหน้า พูดจาไพเราะ และตัดสินใจทำสิ่งต่างๆ ด้วยความกระตือรือร้น

นอกจากนี้ สมองยังมีส่วนควบคุมการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะภายใน เช่น หัวใจ ปอดตับ ลำไส้ ฯลฯ เมื่อเรารู้สึกถึงอารมณ์ต่างๆ ระบบประสาทอัตโนมัติก็จะทำงานเปลี่ยนแปลงการทำงานของอวัยวะภายในตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อเรารู้สึกกลัว หัวใจจะเต้นเร็วขึ้น เหงื่อจะออก และมือไม้จะสั่น

การศึกษาด้านประสาทวิทยาพบว่า สมองส่วนต่างๆ มีบทบาทสำคัญต่อการแสดงออกถึงความรู้สึก ดังนี้

O สมองส่วนหน้า (Frontal lobe) มีหน้าที่ควบคุมความคิด การตัดสินใจ พฤติกรรม และการแสดงออกทางอารมณ์ เช่น การควบคุมอารมณ์ การยับยั้งอารมณ์ การวางแผน ฯลฯ

O สมองส่วนลิมบิก (Limbic system) มีหน้าที่ควบคุมอารมณ์พื้นฐาน เช่น ความสุข เศร้า โกรธ กลัว ฯลฯ

O สมองส่วนท้ายทอย (Occipital lobe) มีหน้าที่ควบคุมการมองเห็น

O สมองส่วนขมับ (Temporal lobe) มีหน้าที่ควบคุมการได้ยิน การดมกลิ่น และการลิ้มรส

O สมองส่วนท้ายทอย (Parietal lobe) มีหน้าที่ควบคุมการสัมผัส

ทั้งนี้ การทำงานของสมองที่มีผลต่อการแสดงออกถึงความรู้สึกนั้นมีความซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ประสบการณ์ การเรียนรู้สภาพแวดล้อม ฯลฯ

สรุปได้ว่า สมองมีความสำคัญต่อการแสดงออกถึงความรัก ในขณะที่หัวใจก็เป็นอวัยวะที่แสดงออกถึงความรักทางกายภาพเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หัวใจจะไม่สามารถแสดงออกถึงความรักได้หากไม่มีสมองที่ทำหน้าที่ควบคุม ในทางกลับกัน สมองก็ไม่สามารถแสดงออกถึงความรักได้หากไม่มีหัวใจที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลาง

“ดังนั้น สมองและหัวใจจึงมีความสำคัญในการส่งเสริมความรัก”

แหล่งที่มาอ้างอิง

O Gazzaniga, M. S., Ivry, R. B., & Mangun, G. R. (2009). Cognitive neuroscience: The biology of the mind (4th ed.). New York, NY: W. W. Norton & Company.

O LeDoux, J. E. (2000). Emotion circuits in the brain. Annual Review of Neuroscience, 23, 155-184.

O Panksepp, J. (1998). Affective neuroscience: The foundations of human and animal emotions. Oxford, UK: Oxford University Press.

สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)

 

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

494.gif

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Back to Top