วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2569
สถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่ยังคงน่าวิตก โดยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา นายสุทธิโรจน์ กองแก้วผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ยังคงมีปริมาณลดต่ำอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำล่าสุดอยู่ที่ 86.197 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็น 27.41% ของความจุ ทำให้ต้องมีการประกาศแจ้งเตือนไปการประปาในพื้นที่ที่ต้องใช้น้ำจากเขื่อนลำตะคอง ประกอบด้วย อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ อ.เฉลิมพระเกียรติ และอ.เมืองนครราชสีมา ให้วางมาตรการจ่ายน้ำอย่างประหยัด พร้อมทั้งตรวจสอบและซ่อมแซมท่อจ่ายน้ำที่ชำรุดไม่ให้มีน้ำรั่วไหล และขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อรักษาน้ำที่เหลืออยู่ให้พอใช้จนกว่าจะถึงฤดูฝน
ส่วนสถานการณ์น้ำของเขื่อนหลักอีก 4 แห่งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ยังคงมีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยเขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย มีปริมาณน้ำเหลือใช้การได้ 71.690 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลือใช้การ 37.543 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำเหลือใช้การ 78.550 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนลำปลายมาศ อ.เสิงสาง มีปริมาณน้ำเหลือใช้การ 44.845 ล้าน ลบ.ม.
ขณะที่ จ.หนองคาย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระดับน้ำโขงวัดที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำ อยู่ที่ 1.32 เมตร ลดลงจากเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 10 ซ.ม. และมีระดับต่ำกว่าตลิ่งถึง 10.88 เมตร โดยยังคงแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุดังกล่าวทำให้พระธาตุกลางน้ำซึ่งอยู่บริเวณชุมชนวัดธาตุ เขตเทศบาลเมืองหนองคาย โผล่พ้นน้ำขึ้นมามากกว่า 5 เมตร ชาวบ้านในพื้นที่จึงได้ร่วมกันจัดงานนมัสการพระธาตุขึ้น เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ร่วมทำบุญ
ส่วนที่บ้านเขวาเหนือ หมู่ 16 ต.กระแชง อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ องค์การบริหารส่วนตำบลกระชง พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านในพื้นที่ ได้ช่วยกันเจาะบ่อเพื่อหาน้ำบาดาล หลังจากบ่อน้ำบาดาลที่เคยใช้อยู่ต้องตกอยู่ในสภาพน้ำเหือดแห้งจนสูบไม่ขึ้น ชาวบ้านกว่า 140 ครัวเรือน 600 คน ต้องได้รับความเดือดร้อนกันอย่างถ้วนหน้า
นายอลงกร คูณทรัพย์ อายุ 55 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเขวาเหนือ กล่าวว่า ทุกปีที่ผ่านมาถึงแม้น้ำจะขาดแคลน แต่ก็ยังพอใช้ได้ แต่ปีนี้น้ำไม่พอใช้เลย บ่อบาดาลที่เคยมีก็แห้งจนสุบน้ำไม่ขึ้น ต้องแก้ปัญหาด้วยการผลัดกันใช้น้ำ โดยสูบน้ำจากบ่อขึ้นไปบนแท๊งค์แล้วปล่อยให้ 70 ครัวเรือนแรก จากนั้นก็รอจนน้ำผุดขึ้นมาใหม่ จึงค่อยสูบปล่อยให้กับอีก 70 ครัวเรือน ซึ่งหากสถานการณ์ยังเลวร้ายเช่นนี้ต่อไป ก็อาจทำให้ในอนาคตอันใกล้นี้อาจไม่มีน้ำเหลือใช้ จึงต้องขอให้ อบต. มาเร่งเจาะหาน้ำ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาไปก่อน แต่เบื้องต้นจากที่มีการเจาะบ่อไปแล้ว 1 แห่ง ปรากฏว่า ชาวบ้านได้ช่วยกันขุดลึกลงไป 70 เมตรแล้วก็ยังไม่เจอ จึงต้องเดินหน้าเจาะบ่อที่ 2 เพื่อหาน้ำต่อไป
ด้านสถานการณ์ใน จ.บุรีรัมย์ นายพรเชษฐ์ แสงทอง ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ยังขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติจากภาวะภัยแล้งแล้ว 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.ห้วยราช อ.พลับพลาชัย และ อ.เมือง มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 7 ตำบล 34 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 1,405 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหาย 9,336 ไร่ นอกจากนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 23 อำเภอ ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตรวจสอบประเมินแหล่งน้ำต้นทุนในพื้นที่ว่า มีเพียงพอตลอดหน้าแล้งหรือไม่ หากพื้นที่ไหนอยู่ในภาวะเสี่ยงให้รายงานมายังจังหวัด เพื่อที่จะได้หาแนวทางแก้ไขปัญหาและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ส่วนที่ จ.พะเยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากสถานการณ์ภัยแล้งที่โถมกระหน่ำอย่างหนักในพื้นที่แล้ว ยังต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์หมอกควันซึ่งเกิดจากการเกิดไฟป่าและเผาในที่โลก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย จึงได้ร่วมกับจังหวัดพะเยาและศูนย์อำนวยการป้องกันแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า นำรถยนต์ต่อต้านวินาศกรรมและอุปกรณ์ดับเพลิงระบบควบคุมระยะไกล 2 คัน เจ้าหน้าที่ 7 คน ออกปฏิบัติการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ โดยฉีดพ่นละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นและลดปริมาณฝุ่นละอองหมอกควันในอากาศ
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี