วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
‘สนค.’กางสถิติส่งออก‘สินค้าเกษตรไทย’ปี68 ‘อุตสาหกรรมเกษตร’โตต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน เร่งปรับโครงสร้างสู่‘เกษตรมูลค่าสูง’รับมือความท้าทายตลาดโลก
25 กุมภาพันธ์ 2569 นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยสถิติการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรไทย ปี 2568 มีมูลค่ารวม 52,072.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,709,075 ล้านบาท) โดยในภาพรวมหดตัวเล็กน้อยที่ 0.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสินค้าเกษตรหดตัว 4.1% ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรขยายตัว 4.1% เติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนศักยภาพของไทยในการปรับตัวจากการขายวัตถุดิบสู่สินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่ม โดยมีสถิติสำคัญแบ่งเป็น 2 ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ 1: การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร ไทยส่งออกเป็นมูลค่า 24,381.0 ล้านเหรียญสหรัฐ (799,950 ล้านบาท) ขยายตัว 4.1%
- สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก คือ (1) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป มูลค่า 3,811.9 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 15.63% ของมูลค่าส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร (2) อาหารสัตว์เลี้ยง 3,276.3 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 13.44% (3) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ 3,155.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 12.94% (4) น้ำตาลทราย 2,680.8 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 11.00% และ (5) ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 2,455.0 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 10.07% รวม 5 อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 63.08% ของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรทั้งหมด
- ตลาดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก คือ (1) สหรัฐฯ มูลค่า 3,771.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 15.47% ของมูลค่าส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร (2) จีน 1,818.8 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 7.46% (3) ญี่ปุ่น 1,677.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.88% (4) อินเดีย 1,541.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.32% และ (5) เมียนมา 1,237.1 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 5.07% รวม 5 อันดับแรก คิดเป็นสัดส่วน 41.20% ของการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรทั้งหมด
- สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) (1) กากน้ำตาล ขยายตัว 48.0% (2) ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ 41.9% (3) โกโก้และของปรุงแต่ง 27.4% (4) ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ 17.9% และ (5) ผลไม้กระป๋องและแปรรูป 15.8%
- สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) (1) เนื้อสัตว์และของปรุงแต่งที่ทำจากเนื้อสัตว์ หดตัว 13.6% (2) เครื่องดื่ม 4.0% (3) ซุปและอาหารปรุงแต่ง 3.8% (4) นมและผลิตภัณฑ์นม 3.3% และ (5) อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป 0.9%
- ตลาดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรสูงสุด 20 อันดับแรก) (1) อินเดีย ขยายตัว 53.5% (2) ฟิลิปปินส์ 21.4% (3) อินโดนีเซีย 18.0% (4) เมียนมา 15.6% และ (5) เนเธอร์แลนด์ 12.8%
- ตลาดส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรสูงที่สุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) กัมพูชา หดตัว 30.6% (2) จีน 21.2% (3) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 11.3% (4) ญี่ปุ่น 2.4% และ (5) สิงคโปร์ 1.9%
ส่วนที่ 2: การส่งออกสินค้าเกษตร (สินค้ากสิกรรม สินค้าปศุสัตว์ และสินค้าประมง) ปี 2568 ไทยเผชิญความท้าทายแต่ยังมีโอกาสในสินค้าเฉพาะกลุ่ม โดยการส่งออกสินค้าเกษตรมีมูลค่า 27,691.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (909,125 ล้านบาท) หดตัว 4.1% หลังจากขยายตัวต่อเนื่อง 4 ปี (ตั้งแต่ปี 2564 - 2567)
- สินค้าเกษตรที่มีมูลค่าส่งออกสูงสุด 5 อันดับแรก คือ (1) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง มูลค่า 6,507.0 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 23.50% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตร (2) ยางพารา 5,013.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 18.10% (3) ไก่ (สดแช่เย็นแช่แข็ง และแปรรูป) 4,588.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 16.57% (4) ข้าว 4,516.2 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 16.31% และ (5) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 2,888.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 10.43% รวม 5 อันดับแรก มีสัดส่วน 84.91% ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด
- ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก คือ (1) จีน มูลค่า 10,535.4 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 38.05% ของมูลค่าส่งออกสินค้าเกษตร (2) ญี่ปุ่น 3,389.6 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 12.24% (3) สหรัฐฯ 1,779.7 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 6.43% (4) มาเลเซีย 1,280.8 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 4.63% และ (5) สหราชอาณาจักร 1,036.0 ล้านเหรียญสหรัฐ สัดส่วน 3.74% รวม 5 อันดับแรก มีสัดส่วน 65.08% ของการส่งออกสินค้าเกษตรทั้งหมด
- สินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) พืชน้ำมัน ขยายตัว 121.1% (2) ข้าวโพด 41.1% (3) เครื่องเทศและสมุนไพร 37.2% (4) เมล็ด ผลและสปอร์ ชนิดที่ใช้ในการเพาะปลูก 13.7% และ (5) กล้วยไม้ 12.9%
- สินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) ข้าว หดตัว 30.0% (2) ปลาสด แช่เย็นแช่แข็ง 8.6% (3) ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง 8.2% (4) เนื้อปลาสด แช่เย็น แช่แข็ง 6.2% และ (5) ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็งและแห้ง หดตัว 0.1%
- ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกขยายตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรสูงที่สุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) เมียนมา ขยายตัว 61.9% (2) เวียดนาม 53.9% (3) เนเธอร์แลนด์ 24.5% (4) สปป.ลาว 19.8% และ (5) แคนาดา 17.0%
- ตลาดส่งออกสินค้าเกษตรที่มูลค่าการส่งออกหดตัวสูงสุด 5 อันดับแรก (พิจารณาจากตลาดที่มีมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรสูงที่สุด 20 อันดับแรก) ได้แก่ (1) อินโดนีเซีย หดตัว 68.1% (2) ฟิลิปปินส์ 46.6% (3) อิรัก 29.5% (4) แอฟริกาใต้ 23.2% และ (5) ไต้หวัน 11.3%
#เจาะลึกประเด็นสำคัญและทิศทางการค้าเกษตรไทย ปี 2568 ดังนี้
(1) ภาพรวมปี 2568 แม้มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยจะหดตัวที่ 4.1% หลังจากขยายตัวต่อเนื่องตลอด 4 ปีที่ผ่านมา แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรกลับขยายตัวได้ถึง 4.1% ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนว่า สินค้าอุตสาหกรรมเกษตรได้ก้าวขึ้นมาเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ของภาคเกษตรไทยในปีนี้ โดยมีสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ อาทิ อาหารสัตว์เลี้ยง ผลิตภัณฑ์ข้าวสาลีและอาหารสำเร็จรูป น้ำตาลทราย ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ รวมถึงสิ่งปรุงรสอาหาร ทั้งนี้ สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนโอกาสของไทยในการเร่งส่งเสริมการผลิตและการส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่าสูง และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งปรับบทบาทจากการส่งออก “วัตถุดิบ” ไปสู่สินค้า “มูลค่าเพิ่ม” มากขึ้น
(2) ด้านตลาดส่งออก จีนยังคงเป็นตลาดส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรหลักของไทย คิดเป็นสัดส่วน 23.72% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มูลค่าการส่งออกไปจีนหดตัวที่ 0.2% ต่อเนื่อ’เป็นปีที่ 2 สะท้อนสัญญาณความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดหลักเพียงตลาดเดียว ขณะเดียวกัน ยังพบสัญญาณเชิงบวกจากตลาดดาวรุ่งอย่างอินเดีย ซึ่งการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรของไทยขยายตัวสูงถึง 53.5% และขยับอันดับขึ้นมาเป็นตลาดส่งออกสำคัญอันดับที่ 4 ของไทย (อยู่ในอันดับ 8 ในปี 2567) โดยมีสินค้าส่งออกหลัก ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ (ขยายตัว 68.3%) อาหารสัตว์เลี้ยง (ขยายตัว 11.5%) และสิ่งปรุงรสอาหาร (ขยายตัว 21.1%) นอกจากนี้ ยังพบภาพตลาดที่เติบโตสวนทางอย่างอินโดนีเซีย ซึ่งแม้การส่งออกสินค้าเกษตรจะหดตัวสูงจากสินค้าหลักหลายรายการ แต่การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรกลับขยายตัวได้ต่อเนื่อง จึงควรเร่งส่งเสริมศักยภาพในการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย
(3) โครงสร้างสินค้าเกษตรส่งออก พบว่า สินค้าเกษตรโภคภัณฑ์หลักของไทยเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยข้าว ซึ่งเคยเป็นสินค้าเกษตรส่งออกมูลค่าสูงอันดับที่ 2 ในช่วงปี 2566–2567 ลดอันดับลงมาอยู่ที่อันดับที่ 4 ในปีนี้ และมีมูลค่าการส่งออกหดตัวถึง 30.0% ขณะที่ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ซึ่งเคยอยู่อันดับที่ 5 ก็หดตัวเช่นกัน สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างของภาคเกษตรไทย และตอกย้ำความจำเป็นในการเร่งปรับโครงสร้างการส่งออก ยกระดับสินค้าเกษตรหลักให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะตลาดเฉพาะ (Niche Market) ควบคู่กับการลดการพึ่งพาการแข่งขันด้านปริมาณเป็นหลัก เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ผอ.สนค. กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ภาพรวมการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรของไทยจะหดตัวเล็กน้อยที่ 0.4% แต่พบสัญญาณบวกที่สำคัญจากการปรับตัวของสินค้าไทยสู่สินค้าที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงทิศทางการยกระดับโครงสร้างการส่งออกสินค้าของไทย ทั้งนี้ ควรเร่งผลักดันสินค้าเกษตรที่ตอบโจทย์เทรนด์ตลาดโลกควบคู่ไปกับการกระจายความเสี่ยงด้านสินค้าและตลาด (Diversification) เพื่อลดการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป และสร้างภูมิคุ้มกันให้ภาคเกษตรไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมั่นคงในเวทีการค้าโลก
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี