วันศุกร์ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์โลกธุรกิจ / โลกการค้า
โลกการค้า

โลกการค้า

วันพฤหัสบดี ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.
‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ต่อลมหายใจ เมืองท่องเที่ยวที่ไม่อิงตลาดต่างชาติ

ดูทั้งหมด

  •  

nn ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารกรุงไทยหรือ (Krungthai COMPASS) ได้ออกบทวิเคราะห์ เรื่อง “ เราเที่ยวด้วยกัน” กระตุ้นท่องเที่ยวได้ 3.6-6.2หมื่นล้านบาท โดยระบุว่า รายได้จากการท่องเที่ยวถือเป็นรายได้หลักของเศรษฐกิจไทย โดยในปี 2562 มีสัดส่วนถึง 16% ของ GDP โดยเป็นรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ 10% ของ GDP ซึ่งคิดเป็น 61% จากรายได้ท่องเที่ยวทั้งหมด ขณะที่ในปี 2563นักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถมาเที่ยวไทยได้ เนื่องจาก สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทำให้ KrungthaiCOMPASS ประเมินว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะหดตัวถึง 80% หรือมีจำนวน 8.1 ล้านคน ซึ่งลดลงจากปี 2562 ที่มีจำนวน 39.8 ล้านคน

ภาครัฐมักกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อชดเชยการหดตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อย่างเช่น ในปี 2559 ที่ไทยมีมาตรการปราบทัวร์ศูนย์เหรียญจากจีน หรือเมื่อปี 2561 ที่เกิดเหตุเรือล่มที่ภูเก็ตทำให้นักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บขณะที่ในเหตุการณ์ที่ใกล้เคียงกับการระบาดของโควิด-19 คือ เมื่อมีการระบาดของโรค SARs ในปี 2546 ที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติหดตัว 7.4% ภาครัฐได้มีการสนับสนุนการท่องเที่ยว ผ่านการใช้งบประมาณ 82 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ และอนุญาตให้ข้าราชการกลุ่มเป้าหมายสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามแนวทางส่งเสริมโดยไม่ถือเป็นวันลา รวมถึงส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดต่อเนื่องระหว่างการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปก ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยเที่ยวในประเทศในปีดังกล่าวสามารถเติบโตได้ที่ 12% ส่งผลให้รายได้ท่องเที่ยวโดยรวมในปีดังกล่าว ยังเติบโตที่ 7%


ในปี 2563 ก็เช่นกัน เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาไทยได้ ภาครัฐจึงสนับสนุนการท่องเที่ยวในประเทศ ด้วยงบฯ กว่า 22,400 ล้านบาทซึ่งโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เป็นโครงการที่มีมูลค่าเป็นสัดส่วนกว่า 89% ของแพ็กเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งหมด โดยในบทความนี้ได้ทำการวิเคราะห์ว่ามาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะสามารถกระตุ้นการท่องเที่ยวได้เพียงใด

ภาวะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเช่นนี้ทางการไทยมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศโดยเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2563 ครม. มีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจำนวน 2 โครงการ คือ โครงการ “กำลังใจ” และ “เราเที่ยวด้วยกัน”

Krungthai COMPASS ได้ประเมินเม็ดเงินท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายใต้โครงการ“เราเที่ยวด้วยกัน” โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ กรณีที่ 1 - BaseCaseคนใช้จ่ายค่าที่พักตามปกติ : Krungthai COMPASS ประเมินว่า หากไม่รวมค่าใช้จ่ายของการเดินทางด้วยเครื่องบิน ผลของมาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จะก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดไปยังธุรกิจบริการท่องเที่ยวมูลค่าประมาณ 3.55 หมื่นล้านบาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านที่พักที่มูลค่า 1.13 หมื่นล้านบาท

กรณีที่ 2-BestCase คนจ่ายค่าที่พักแพงสุดเท่าที่จะได้รับส่วนลดจากมาตรการ (ต้องจ่ายค่าห้องพัก 7,500 บาทต่อคืน จึงจะได้ส่วนลดเต็มอัตราที่ 3,000 บาทต่อคืน) : ในกรณีนี้ KrungthaiCOMPASS ประเมินว่า หากไม่รวมค่าใช้จ่ายของการเดินทางด้วยเครื่องบิน ผลของมาตรการ “เราเที่ยวด้วยกัน” จะก่อให้เกิดเม็ดเงินสะพัดไปยังธุรกิจบริการท่องเที่ยวมูลค่าประมาณ 6.17 หมื่นล้านบาท โดยเป็นค่าใช้จ่ายด้านที่พักที่มูลค่า 3.75 หมื่นล้านบาท

แม้เราจะประเมินว่ามาตรการอุดหนุนการท่องเที่ยวในประเทศของภาครัฐจะทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 3.6-6.2 หมื่นล้านบาท แต่หากเทียบกับรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะหายไปกว่า 9.5 แสนล้านบาท ในช่วงครึ่งปีหลัง ก็จะเห็นได้ว่ามาตรการของรัฐสามารถชดเชยรายได้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปได้เพียง 3.7-6.4%เท่านั้น และแม้ว่าเป็นจังหวัดที่คนไทยจะนิยมไป แต่หากมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก“เราเที่ยวด้วยกัน” ก็สามารถทดแทนรายได้ที่หายไปได้เพียงเล็กน้อย จากผลสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยปี 2562 แสดงถึงจังหวัดท่องเที่ยวที่คนไทยไปพักแรม 10 อันดับแรก ซึ่งน่าจะเป็นจังหวัดที่คนไปเที่ยวโดยใช้สิทธิจาก “เราเที่ยวด้วยกัน” เช่นกันอย่างไรก็ดี แม้ว่าคนไทยจะไปเที่ยวจังหวัดดังกล่าวเพิ่มขึ้น แต่หากรายได้หลักของการท่องเที่ยวจังหวัดนั้นคือชาวต่างชาติ ทั้ง ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ เป็นต้น รายได้จากคนไทยก็ทดแทนรายได้จากต่างชาติที่หายไปได้ไม่มากนัก ตัวอย่างจังหวัดในกลุ่มดังกล่าวได้แก่ กรุงเทพฯ ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ ซึ่งมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในสัดส่วนที่สูงถึง 40-89% แม้คนไทยที่ได้รับสิทธิจาก “เราเที่ยวด้วยกัน”จะไปเที่ยวจังหวัดเหล่านี้ตามผลสำรวจ แต่ก็ชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปได้เพียง 0.5-9%เท่านั้น ส่วนกลุ่มจังหวัดที่พึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยไม่ได้นิยมไป อย่างเช่น กระบี่ พังงา “เราเที่ยวด้วยกัน” ก็ไม่น่าจะชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปจำนวนมากได้เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม “เราเที่ยวด้วยกัน” สามารถชดเชยรายได้จากต่างชาติที่หายไปได้ ในจังหวัดท่องเที่ยวที่คนไทยนิยมไป เช่น กาญจนบุรี นครราชสีมา เพชรบุรี เป็นต้น โดยจังหวัดดังกล่าวเป็นจังหวัดที่คนไทยนิยมไปท่องเที่ยว และมีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพียง 3-15% เท่านั้น Krungthai COMPASS ประเมินว่าผู้ที่ไปเที่ยวจังหวัดดังกล่าวจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน”จะสามารถชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปได้กว่า 30% หรือทดแทนได้ทั้งหมด อย่างในกรณีของจังหวัดนครราชสีมา และเพชรบุรี ในขณะที่จังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ ที่มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 14-33% ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ประจวบคีรีขันธ์ ระยอง นักท่องเที่ยวจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน น่าจะชดเชยรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หายไปได้ราว 11.5-64.0%

สรุปก็คือแม้ว่า “เราเที่ยวด้วยกัน” จะไม่สามารถชดเชยรายได้ท่องเที่ยวจากต่างชาติที่หายไปได้ แต่ก็ทำให้ภาคท่องเที่ยวมีรายรับเพิ่มขึ้นบ้าง และทำให้บางจังหวัดกลับมาคึกคักเหมือนเดิมได้ ซึ่งรายรับที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่มีมาตรการ อาจพอทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวสามารถอยู่รอดได้นานขึ้น จนถึงเวลาที่ต่างชาติสามารถกลับมาเที่ยวไทยได้ ซึ่งหลังจากนี้ก็ต้องติดตามต่อไปว่าในช่วงที่มีมาตรการ กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจังหวัดไหนจะกลับมาเร็วเป็นพิเศษ ซึ่งการใช้ High-Frequency Indicators ต่างๆ เช่น Mobility Trends Report จาก Appleก็สามารถช่วยให้เราติดตามสถานการณ์ได้ทันเหตุการณ์มากยิ่งขึ้น

Krungthai COMPASS

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
22:04 น. 'องคมนตรี'แนะใช้กลไก'บวร' แก้ปัญหายาเสพติด เสริมความเข้มแข็งชุมชน
21:53 น. จับได้แล้วโจ๋อุดรฯ ห้าวเคาท์ดาวน์ปีใหม่ไล่แทงเจ็บ 3
21:42 น. 'เท้ง ณัฐพงษ์'ย้ำอยากได้การเมืองไม่เทา ไม่เอาคอร์รัปชัน เชื่อมือพรรคประชาชน
21:42 น. 'กรมอนามัย'ห่วงใยประชาชนฉลองปีใหม่ 'ล้อมวงหมูกระทะ'อย่างปลอดภัย
21:33 น. ระทึกแผ่นดินไหวเมียนมา ขนาด 5.9 ความลึก 10 กม. ห่าง อ.ปางมะผ้า 423 กม.
ดูทั้งหมด
บอย ภิษณุ โพสต์ข้อความสุดเจ็บปวด ลูกสาวปฏิเสธไม่อยากมาหา หัวอกพ่อแทบใจสลาย
ฮุนเซน เล่นใหญ่ โพสต์เฉลิมฉลองวันหยุด วันสันติภาพกัมพูชา
ปิดด่านชายแดนพ่นพิษ กัมพูชาเผยยอดนำเข้าจากไทยวูบ ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว
สื่อเขมร อ้าง ‘ไทยโกหก’ โจมตีทางอากาศเพราะประเทศมีอาชญากรรมทางไซเบอร์
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2568 – 3 มกราคม พ.ศ.2569
ดูทั้งหมด
ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่
‘พรรคส้ม’อุ้มผู้กระทำผิด ข่มขู่อาฆาตมาดร้ายในหลวง ขึ้นบัญชี สส.ปาร์ตี้ลิสต์
KRAC Recap 2025: What We Built, What Changed and Why It Matters
บุคคลแนวหน้า : 31 ธันวาคม 2568
เส้นใต้บรรทัด : ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ กับนิยาม ‘คุกคามทางเพศ’
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

'เท้ง ณัฐพงษ์'ย้ำอยากได้การเมืองไม่เทา ไม่เอาคอร์รัปชัน เชื่อมือพรรคประชาชน

ระทึกแผ่นดินไหวเมียนมา ขนาด 5.9 ความลึก 10 กม. ห่าง อ.ปางมะผ้า 423 กม.

ขอชายแดนสงบสุข! ปชช.แห่กราบไหว้ขอพร'พระสุภัทรบพิตร'บนยอดเขากระโดง

ลาจอช่อง 7! รายการ ถกไม่เถียง เตรียมย้ายไปสู่บ้านหลังใหม่

ปทุมฯเดือด!!! มือมืดกรีดป้าย'สุทิน นพขำ' เจ้าตัวลั่น'เห็นต่างได้แต่อย่าทำลายกัน'

ชาวบ้านบ้านบางสักจัดพิธีทำบุญลอยเรือ สะเดาะเคราะห์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569

  • Breaking News
  • \'องคมนตรี\'แนะใช้กลไก\'บวร\' แก้ปัญหายาเสพติด เสริมความเข้มแข็งชุมชน 'องคมนตรี'แนะใช้กลไก'บวร' แก้ปัญหายาเสพติด เสริมความเข้มแข็งชุมชน
  • จับได้แล้วโจ๋อุดรฯ ห้าวเคาท์ดาวน์ปีใหม่ไล่แทงเจ็บ 3 จับได้แล้วโจ๋อุดรฯ ห้าวเคาท์ดาวน์ปีใหม่ไล่แทงเจ็บ 3
  • \'เท้ง ณัฐพงษ์\'ย้ำอยากได้การเมืองไม่เทา ไม่เอาคอร์รัปชัน เชื่อมือพรรคประชาชน 'เท้ง ณัฐพงษ์'ย้ำอยากได้การเมืองไม่เทา ไม่เอาคอร์รัปชัน เชื่อมือพรรคประชาชน
  • \'กรมอนามัย\'ห่วงใยประชาชนฉลองปีใหม่ \'ล้อมวงหมูกระทะ\'อย่างปลอดภัย 'กรมอนามัย'ห่วงใยประชาชนฉลองปีใหม่ 'ล้อมวงหมูกระทะ'อย่างปลอดภัย
  • ระทึกแผ่นดินไหวเมียนมา ขนาด 5.9 ความลึก 10 กม. ห่าง อ.ปางมะผ้า 423 กม. ระทึกแผ่นดินไหวเมียนมา ขนาด 5.9 ความลึก 10 กม. ห่าง อ.ปางมะผ้า 423 กม.
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

โลกการค้า : 25 ธันวาคม 2568

โลกการค้า : 25 ธันวาคม 2568

25 ธ.ค. 2568

โลกการค้า : 18 ธันวาคม 2568

โลกการค้า : 18 ธันวาคม 2568

18 ธ.ค. 2568

โลกการค้า : 11 ธันวาคม 2566

โลกการค้า : 11 ธันวาคม 2566

11 ธ.ค. 2568

โลกการค้า : 3 ธันวาคม 2566

โลกการค้า : 3 ธันวาคม 2566

4 ธ.ค. 2568

โลกการค้า : 27 พฤศจิกายน 2568

โลกการค้า : 27 พฤศจิกายน 2568

27 พ.ย. 2568

โลกการค้า : 20 พฤศจิกายน 2568

โลกการค้า : 20 พฤศจิกายน 2568

20 พ.ย. 2568

โลกการค้า : 13 พฤศจิกายน 2568

โลกการค้า : 13 พฤศจิกายน 2568

13 พ.ย. 2568

โลกการค้า : 6 พฤศจิกายน 2568

โลกการค้า : 6 พฤศจิกายน 2568

6 พ.ย. 2568

Back to Top

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2025 Naewna.com All right reserved