วันพฤหัสบดี ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2569
สินค้าจาก”บ้านทองหยอด”บนเชลฟ์7-11...เป็นมากกว่าขนมไทย
** หมวดขนมไทยบนเชลฟ์ “เซเว่น อีเลฟเว่น” กลายเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เมื่อ “บ้านทองหยอด” รับไข่สดจากฟาร์มเกษตรกรวันละกว่า 200,000 ฟอง มาเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบการเกษตรผ่านการพัฒนาขนมไทยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ชุดรวมขนมไทย, ขนมเทียนแก้ว, เปี๊ยะส้มถั่วไข่เค็ม และ “ลูกชุบไข่เค็ม” ตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์กลายเป็นขนมไฮไลท์ในแคมเปญ “เติมความอร่อยขนมไทย SME” ด้วยยอดการตอบรับที่ดีจากกลุ่มคนรุ่นใหม่
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การบริหารของ ซีพี ออลล์ ผู้บริหารเซเว่น อีเลฟเว่น และเซเว่น เดลิเวอรี่ ที่เดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ไทยอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้สินค้าเข้าสู่ช่องทางจำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมช่วยสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ให้ชุมชน และต่อยอดวัตถุดิบการเกษตรไทยอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “SME โตไกลไปด้วยกันอย่างยั่งยืน”
การพัฒนา “ลูกชุบไข่เค็ม” เกิดจากความตั้งใจของ คุณภาณุวัฒก์ เงินศรีสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีทีวาย ฟู้ด จำกัด หรือ “คุณเป๊ก” เจ้าของอาณาจักรขนมหวาน “บ้านทองหยอด” ที่มุ่งมั่นให้เป็นมากกว่าลูกชุบแบบดั้งเดิม จึงคิดค้นสูตรลับ “ไส้ไข่เค็มกวนกับถั่ว” สร้างรสชาติหวานนัวกำลังดี ขณะเดียวกันยังคงรูปลักษณ์ สีสัน และกรรมวิธีการผลิตแบบขนมไทยแท้ไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งสินค้านี้เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ภายใต้แคมเปญ “เติมความอร่อยขนมไทย” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SME ไทยนำสินค้าเข้าจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ ทั่วประเทศ ช่วยให้สินค้าเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง
เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าวมาจากกระบวนการพัฒนาสินค้าที่ใช้เวลาทดลอง และปรับสูตรอย่างจริงจัง โดยทีมงานเริ่มจากการตั้งโจทย์ว่า จะทำอย่างไรให้ขนมไทยที่คุ้นเคยสามารถสร้างประสบการณ์ใหม่โดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์เดิม จึงมีการทดลองปรับสูตรต่างๆ เพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม นอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงความคงตัวของไส้ และอายุการเก็บรักษาให้เหมาะสมกับการจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ ความมั่นใจของสินค้าชิ้นนี้เกิดจากการทำงานร่วมกันกับทีมเซเว่นฯ จนได้ “ลูกชุบไข่เค็ม” ที่แปลกใหม่ ทำให้หลายคนเห็นแล้วอยากลิ้มลองในทันที
เส้นทางการพัฒนาธุรกิจขนมไทยของภาณุวัฒก์ไม่ง่ายเลย แม้ว่าจะเติบโตมากับการเห็นคุณพ่อคุณแม่ทำขนมตั้งแต่เด็ก แต่สิ่งที่ท้าทายคือ การนำสินค้าเข้าสู่ร้านเซเว่นฯ จากเดิมที่ผลิตในลักษณะครัวเรือน จำเป็นต้องยกระดับสู่การผลิตในโรงงานที่ได้มาตรฐาน จึงตัดสินใจย้ายฐานการผลิตไปยังจังหวัดนครปฐม พร้อมลงทุนสร้างโรงงานใหม่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร และข้อกำหนดด้านคุณภาพ ตั้งแต่การออกแบบสถานที่ผลิต การควบคุมสุขอนามัย ไปจนถึงระบบตรวจสอบคุณภาพในทุกขั้นตอน เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าในปริมาณมากได้อย่างต่อเนื่อง และปลอดภัยต่อผู้บริโภค
“ความฝันของคุณแม่เมื่อ 10 ปีก่อน คืออยากเห็นขนมไทยของครอบครัวได้เข้าไปอยู่ในร้านเซเว่นฯ เพราะในเวลานั้นมีสาขากว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ แค่ขายได้วันละ 1 ชิ้นต่อสาขา ก็สร้างรายได้ที่มั่นคงให้ครอบครัวแล้ว เราจึงส่งโปรไฟล์บริษัทไปนำเสนอ และในที่สุดโอกาสครั้งสำคัญก็เกิดขึ้นโดยสินค้าแรกคือ ‘ชุดรวมขนมไทย’ ที่รวมขนมมงคลอย่างทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และเม็ดขนุนไว้ในกล่องเดียว ซึ่งขนมชุดนี้ไม่เพียงเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตในช่องทางโมเดิร์นเทรด แต่ยังเป็นสินค้าที่สร้างรายได้หลักให้ครอบครัวมาจนถึงวันนี้ และแม้เวลาจะผ่านไปกว่า 8 ปี ก็ยังคงวางจำหน่ายอยู่บนเซลฟ์ของร้านเซเว่นฯ อย่างต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าเสมอมา”ภานุวัฒก์ กล่าว
การเติบโตของธุรกิจ SME ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของเครือข่ายเกษตรกรและชุมชนที่เป็นต้นน้ำของวัตถุดิบสำคัญ โดยขนมทุกตัว ใช้ไข่เป็นวัตถุดิบหลักในกระบวนการผลิตสูงถึงวันละกว่า 200,000 ฟอง แบ่งเป็น “ไข่ไก่” จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฉะเชิงเทรา นครปฐม และนครนายก และ “ไข่เป็ด” จากจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และราชบุรี พร้อมการันตีรับซื้ออย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อสร้างความมั่นใจเรื่องรายได้ให้เกษตรกรรายย่อยอีกด้วย ขณะเดียวกันการพัฒนาสินค้าใหม่ให้กับเซเว่นฯ ยังส่งผลให้เกิดการจ้างงาน และยกระดับทักษะแรงงานในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สะท้อนบทบาทของธุรกิจที่ไม่เพียงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังสร้างโอกาสและความมั่นคงให้กับผู้คนในพื้นที่
ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับเซเว่นฯ ตั้งแต่การพัฒนาแพ็กเกจจิ้ง การให้คำแนะนำด้านมาตรฐานคุณภาพ ไปจนถึงการวางแผนสินค้าให้เหมาะกับผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลา ความร่วมมือนี้ทำให้ธุรกิจสามารถปรับตัวได้อย่างเป็นระบบ และขยายกำลังการผลิตได้อย่างมั่นคง ซึ่งเมื่อยอดขายเติบโตขึ้น ความต้องการวัตถุดิบจากเกษตรกรและการจ้างงานในชุมชนก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ทั้งหมดนี้จึงไม่ใช่เพียงการเติบโตของบริษัทฯ เท่านั้น แต่เป็นการเติบโตของห่วงโซ่ธุรกิจทั้งระบบ สะท้อนแนวคิดการพัฒนา SME ไทยที่เดินหน้าไปพร้อมกับพันธมิตรทางธุรกิจ และชุมชนอย่างยั่งยืน
ปัจจุบัน “บ้านทองหยอด” มีผลิตภัณฑ์วางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ 5 รายการ ได้แก่ ชุดรวมขนมไทย, ขนมเทียนแก้ว, เปี๊ยะส้มถั่วไข่เค็ม, ถั่วกวนเผือกกวนลายคุโรมิ, และลูกชุบไข่เค็ม ตัวใหม่ล่าสุดที่เพิ่งวางจำหน่ายในเดือนกุมภาพันธ์ โดยในปี 2568 บริษัทฯ มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 20% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 190 ล้านบาท
** กระบองเพชร**

อธิบดี สกร.ชูบทบาทเทคโนโลยีดิจิทัล-AI ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
ระทึกช่วงค่ำ! ไฟไหม้ รพ.พังงา จนท.เร่งเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ล่าสุดเพลิงสงบแล้ว
วิกฤตพลังงานเดือด IEA อนุมัติปล่อยน้ำมันสำรองมากสุดที่ในประวัติศาสตร์
'อิหร่าน' ยอมรับ ยิงเรือขนส่งสินค้า 'มยุรี นารี' เหตุเรือเพิกเฉยต่อคำสั่ง
ปากีสถานประกาศรัดเข็มขัดขั้นสูงสุด นายกฯแสดงสปิริตงดรับเงินเดือน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี