วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ก.อุตสาหกรรม…อัดเม็ดเงิน 1.5 พันล้านบาท พาSMEsฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง...ผ่าน” “เสือติดปีก2”- “คงกระพัน2”
** วิกฤตตะวันออกกลางครั้งนี้ดูเหมือนจะลากยาวเกินกว่าที่ใครๆจะคาดคิด ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลก รวมทั้งเศรษฐกิจไทย โดยเฉาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ( SMEs) ซึ่งเปราะบางต่อแรงเสียดทานจากทุกอุปสรรคมากอยู่แล้ว ในภาวะเช่นนี้ต้องซ้ำเติมด้วยต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจนอยากที่จะแข่งขัน อย่างไรก็ตามก็ใช่ว่า SMEs จะไม่มีทางออก เนื่องจากมีหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงานที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ หนึ่งในนั้นคือ กระทรวงอุตสาหกรรม โดยดำเนินการผ่าน” "กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ" ซึ่งขณะนี้กำลังเปิดรับโครงการสินเชื่อ “เสือติดปีก” รอบ 2 และ โครงการสินเชื่อ “คงกระพัน” รอบ 2 อัดฉีดเม็ดเงินรวม 1,500 ล้านบาท มุ่งประคองสภาพคล่องและติดอาวุธนวัตกรรมให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจภูมิภาค
.jpg)
ทั้งนี้นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อภาคการผลิต การค้า และการส่งออกของไทย
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ตามนโยบาย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลและช่วยเหลือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของประเทศ ให้ได้รับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและรักษาคุณภาพมาตรฐานไว้ได้ภายใต้สภาวะวิกฤต โดยเน้นการสร้างความยั่งยืนและการเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก โดยเฉพาะการดำเนินงานผ่านกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ใน 2 โครงการสำคัญ คือ โครงการ “เสือติดปีก” รอบ 2 และ โครงการ “คงกระพัน” รอบ 2
“ในการกลับมาเปิดฉากลุยต่อใน รอบที่ 2 นี้ เรามุ่งเน้นแก้ปัญหาที่ตรงจุด โดยโครงการ ‘เสือติดปีก’ รอบ 2 จะทำหน้าที่อัดฉีดทุนเพื่อการปรับตัว เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ลดต้นทุน ขณะที่โครงการ ‘คงกระพัน’ รอบ 2 จะทำหน้าที่เป็นเกราะคุ้มกันทางธุรกิจ เสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการมีกำลังเพียงพอในการรักษาประคองกิจการ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยสามารถเปลี่ยนผ่านสู่อุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่และเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดโลก” นายณัฐพล กล่าว
กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลังในการขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือครั้งนี้ มีวงเงินรวมกว่า 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มขีดความสามารถธุรกิจ (เสือติดปีก) รอบ 2 กรอบวงเงิน 1,000 ล้านบาท มุ่งเน้นการให้กู้ยืมเพื่อลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้วยวงเงินสูงสุดไม่เกิน 15 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% - 5% ต่อปี และโครงการสินเชื่อเสริมสภาพคล่องธุรกิจ (คงกระพัน) รอบ 2 กรอบวงเงิน 500 ล้านบาท ที่เน้นการรักษาสภาพคล่องเป็นเกราะป้องกันธุรกิจด้วยวงเงินสูงสุดไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5% - 7% ต่อปี
โครงการ “เสือติดปีก” รอบ 2 และ “คงกระพัน” รอบ 2 จะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน – 30 มิถุนายน 2569 หรือจนกว่าวงเงินจะเต็ม ทั้งนี้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถยื่นความประสงค์ขอรับสินเชื่อผ่านระบบออนไลน์ได้ที่ https://i-next.industry.go.th หรือ www.thaismefund.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ หรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด หรือธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ทั่วประเทศ
** กระบองเพชร**
.jpg)
.jpg)

แซมบ้าหืด!ไล่ตีเจ๊าโมร็อคโกชวดชัยบอลโลก
ยิปซี 12 นักษัตร : พยากรณ์ระหว่างวันที่ 14-20 มิถุนายน พ.ศ.2569
สันติภาพคู่ความยุติธรรม ‘อ.ปริญญา’เปิดผลงานของ ‘พระองค์ภา’ ที่คนไทยไม่รู้
หมอลักษณ์ ฟันธง 12 ราศี หลังดาวพฤหัส ใครปัง ใครพัง ดวงเมืองอาจจะมี รอบสาม แต่ครั้งนี้คือจบจริง
เครื่องบิน โป๊ปเลโอ ขัดข้องกลางสนามบิน กษัตริย์สเปน ส่งเครื่องบินส่วนพระองค์รับกลับวาติกัน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี