วันพฤหัสบดี ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2569
สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง ยังไม่มีอะไรแน่นอน
ข่าวลือจะจบใน 1-2 สัปดาห์ แต่ยังไม่มีอะไรการันตี
และหากแม้นสงครามยุติลง หยุดยิงแล้ว แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะไม่หายไปในทันที
รายได้ของประชาชนที่สูญเสียไปในช่วงวิกฤต กิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายเรื่องที่ชะงักงัน หนี้สินที่เพิ่มพูนขึ้น ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะยังคงเป็นปัญหาต่อไปอีกระยะหนึ่ง
1. ข่าวใหญ่ในสหรัฐ ราคาขายปลีกน้ำมันในสหรัฐ พุ่งกระฉูด
ทั้งๆ ที่ น้ำมันที่ใช้ในสหรัฐนั้น ไม่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เอาน้ำมันในสต๊อกเก่านั่นแหละออกมาขาย แถมเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่
ดีเซล 5-6 ดอลลาร์ต่อแกลลอน (ประมาณ 43 บาทต่อลิตร)
เบนซิน แตะ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอน (ประมาณ 33 บาทต่อลิตร)
เท่ากับว่า ราคาขายดีเซลในสหรัฐพุ่งขึ้นมากกว่า 50% (นับจากเริ่มสงคราม)
ในไทยล่าสุด ดีเซล ขายลิตรละ 40.47 บาท (ก่อนสงครามลิตรละ 30 บาท)
เท่ากับว่า ในไทย ขึ้นราคาขายดีเซลรวม 10.47 บาทต่อลิตร หรือประมาณ 35%
ราคาขายในไทย ขยับขึ้นน้อยกว่าในสหรัฐเสียอีก
นั่นเพราะ ตอนนี้ เงินกองทุนน้ำมันฯ ยังช่วยอุ้มดีเซลอยู่ลิตรละ 21.89 บาท
ขณะที่กองทุนน้ำมันฯ ปัจจุบัน ขาดทุนเกือบ 5 หมื่นล้านบาทแล้ว
2. ล่าสุด กระทรวงการคลัง แถลงว่า จะต้องออกเป็น พ.ร.ก. เพื่อขยายเพดานกู้จากเดิม 40,000 ล้านบาท เป็น 150,000 ล้านบาท (เคยทำแล้วเมื่อสมัยสงครามรัสเซีย-ยูเครน)
ขณะนี้ กองทุนน้ำมันฯ ได้ทำและส่งเรื่องมาที่กระทรวงการคลังแล้ว
ขณะเดียวกัน เพดานหนี้สาธารณะในขณะนี้ ยังมีช่องว่างอยู่ราว 300,000 ล้านบาท (ก่อนจะชนเพดานหนี้สาธารณะที่ 70% ของ GDP)
3. โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส”
เป็นการนำโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มาผนวกรวมเข้ากับโครงการคนละครึ่ง พลัส
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้เตรียมความพร้อมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ไว้
จากความตั้งใจที่จะช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ โดยจะเปิดทางให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งได้ด้วย เพิ่มเติมจากการใช้จ่ายเฉพาะร้านค้าธงฟ้า
“สมัยก่อน มันเคยมี 2 ระบบ พอหมดโครงการคนละครึ่งแล้ว ร้านค้าจะรู้สึกว่าลูกค้าเงียบหายไป วันนี้เลยจะเอาบัตรสวัสดิการมาใช้จ่ายกับร้านค้าคนละครึ่งได้ด้วย” ดร.เอกนิติกล่าว
นอกจากนี้ ยังเตรียม AI ช่วยวิเคราะห์ยอดขาย ให้ผู้ประกอบการร้านค้าสามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
4. ตรวจสอบค่าการกลั่น ติดตามโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่การกลั่น การขนส่ง จนถึงการจำหน่าย
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ย้ำว่า ภาครัฐได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวนและผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยมุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความมั่นใจในช่วงสถานการณ์ที่ยังมีความไม่แน่นอน
ทั้งสามกระทรวง (พาณิชย์-พลังงาน-คลัง) จึงร่วมกันกำหนดแนวทางกำกับดูแล โดยให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบางและผู้มีรายได้น้อยควบคู่กับการประคองภาคธุรกิจไม่ให้ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผ่านไปยังผู้บริโภค
ระบุว่า ที่ประชุมได้ติดตามโครงสร้างราคาน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่การกลั่น การขนส่ง จนถึงการจำหน่าย เพื่อให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โปร่งใสและเป็นธรรม
พร้อมพิจารณากำหนดกรอบค่าการกลั่น ในลักษณะช่วงอัตราสูง-ต่ำเพื่อสร้างสมดุลระหว่างผู้ประกอบการและผู้บริโภค และไม่ให้เกิดการซ้ำเติมความเดือดร้อนของสังคม
นอกจากนี้ ยังมีการหารือแนวทางเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงาน โดยการสำรวจแหล่งพลังงานเพิ่มเติมและเพิ่มทางเลือกในการจัดหา เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดโลกขณะเดียวกัน จะเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแล หากพบการกักตุนหรือเอาเปรียบผู้บริโภค จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ภาครัฐเตรียมมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม อาทิ ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบการขนส่ง เกษตรกร และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ เพื่อประคองเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
5. หากรัฐบาลสามารถดำเนินการเก็บค่าธรรมเนียมลาภลอยจากโรงกลั่นจะด้วยเจรจา หรือใดๆ ก็ตามแต่ ย่อมจะได้เป็นผลงานโดดเด่น เพราะเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
ที่ผ่านมา ต้องยอมรับความจริงว่า มีกำไรพิเศษในสถานการณ์สงครามที่มีผลลบต่อประเทศ
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันรวมทั้งสิ้น 6 แห่ง
กำลังการผลิตรวมของทั้ง 6 โรงกลั่นอยู่ที่ประมาณ 175 ล้านลิตรต่อวัน
โรงกลั่นส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยองและชลบุรี ซึ่งเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเลียมของประเทศ
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในโรงกลั่นหลายแห่ง
กำลังการผลิตและผู้ถือหุ้นหลัก ดังนี้
Thai Oil Public Company Limited (TOP) 275,000 บาร์เรลต่อวันบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่
IRPC Public Company Limited (IRPC) 215,000 บาร์เรลต่อวันบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นใหญ่
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC)
Bangchak Sriracha Public Company Limited (BSRC) 174,000 บาร์เรลต่อวัน บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่
Star Petroleum Refining Public Company Limited (SPRC) 175,000 บาร์เรลต่อวัน บริษัท Chevron ถือหุ้นใหญ่
ค่าการกลั่น (Gross Refining Margin - GRM) (ไม่กำไรสุทธิของโรงกลั่น) คือ ส่วนต่างระหว่างราคาขายผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป (เช่น เบนซิน ดีเซล) กับราคาน้ำมันดิบ ที่โรงกลั่นแห่งหนึ่งทำได้
ค่าการกลั่นที่สูง เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้น
ที่ผ่านมา ค่าการกลั่นที่เกิดขึ้นจริง (Market GRM) ปี 2568
ข้อมูลจากบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ที่สุดของไทย ระบุว่า ค่าการกลั่น (Market GRM) ไตรมาส 4/2568ค่าการกลั่น 9.4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
เฉลี่ยทั้งปี 2568 5.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงขึ้นจากปี 2567 ที่อยู่ที่ 5.3 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
แนวโน้มค่าการกลั่นปี 2569 น่าจะอยู่ในช่วง 5.8–6.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
ส่วนไตรมาสล่าสุด ไตรมาสแรกของปี 2569 ที่มีสงคราม คาดว่าค่าการกลั่นจะสูงเป็นประวัติการณ์ และกำไรของธุรกิจค้าน้ำมันก็น่าจะมหาศาลด้วย
6. ค่าการกลั่น กับกำไรเกินควร
คุณกรณ์ จาติกวณิช - Korn Chatikavanij ระบุว่า ค่าการกลั่นพุ่งเป็น17 บาท/ลิตร
“...ในวันที่มีการขึ้นราคานํ้ามันอีก 1.80 บาท ผมเห็นตัวเลขค่าการกลั่นเฉลี่ยเดือนมีนาคม ณ วันที่ 30 มี.ค.กระโดดขึ้นมาเป็น 6.99 จาก 6.46 บาท/ลิตร เทียบกับสามวันก่อนหน้า (27 มี.ค.)
ลองกดเครื่องคิดเลขดู จะพบว่า นั่นหมายความว่าค่าการกลั่นเมื่อวานนี้(30 มี.ค.) สูงถึง 17.06 บาทต่อลิตร!!
ส่วนวันนี้ วันที่ 31 มี.ค.ค่าการกลั่นเฉลี่ยทั้งเดือนมีนาคมกระโดดขึ้นเป็น 7.23 บาทต่อลิตร ซึ่งหมายความว่าค่าการกลั่นในวันที่ 31 นั้นสูงถึง 12.03 บาทต่อลิตร
ที่ค่าการกลั่นสูงขึ้นมาก ก็เพราะแม้ราคานํ้ามันดิบจะเพิ่มขึ้นจริง แต่ราคานํ้ามันสำเร็จรูปของสิงคโปร์ที่เราใช้อ้างอิงมีการปรับเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ามาก ส่วนต่างก็คือ “ค่าการกลั่น” ที่ใช้ในการกำหนดราคาขายให้เรานั่นเอง ช่วงนี้มีทางโรงกลั่นออกมาชี้แจงว่า ค่าการกลั่นไม่ได้ร่วม crude premium ที่ช่วงนี้บางวันแพงมากถึง 4-6 บาทต่อลิตร ตรงนี้ผมเข้าใจ แต่แม้หักตรงนี้ออกไป ก็จะยังเห็นว่าค่าการกลั่นอยู่ในระดับที่สูงมาก
และนี่คือคำถามที่ผมมีต่อรัฐบาลมาตลอด ในขณะที่ค่าการกลั่นเฉลี่ยอยู่ที่2 บาทก่อนวิกฤต
ค่าการกลั่นลิตรละ 17 บาท มันยังไม่ใช่ ‘กำไรเกินควร’ อีกหรือครับ!!?”
7. แนวทางช่วยชาติที่เป็นไปได้จริง ถ้ารัฐบาลเอาจริง
นายสันติสุข มะโรงศรี พิธีกรข่าว Top News โพสต์เฟซบุ๊กเสนอว่า
“ผมเคยให้ความเห็นไว้ว่า ทางรอดที่ช่วยชาวไทยเราได้จริง บนพื้นฐานความเป็นจริงในปัจจุบัน
อัพเดทแนวทาง... เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขในประเทศ ยามน้ำมันแพง
- ลดภาษีสรรพสามิต (ครม. เห็นชอบให้ลดละ รอดำเนินการ)
- เก็บค่าธรรมเนียมลาภลอยจากโรงกลั่น (มีคณะทำงานตรวจสอบค่าการกลั่นละ จะเอาข้อมูลมาดำเนินการต่อ)
- ปตท. ยอมลดกำไร แบ่งมาช่วยดูแลประชาชน รูปแบบใดๆ (คลังถือหุ้นอยู่เกินครึ่ง) (ยังเงียบ บทบาทยังเหมือนบริษัทค้าน้ำมันรายอื่นๆ)
- เช็คบิล เอาผิดผู้ลักลอบกักตุน ผิดกฎหมาย (ยธ แถลงข่าววันนี้ หลังตรวจสอบ / นายกฯ ให้ผู้ค้า โรงกลั่น ปั๊ม รายงานสถานะน้ำมันทุกวัน)
- ลดการอุดหนุนของกองทุนน้ำมันฯ (เลิกเพดานตรึงราคาแล้ว แต่ยังต้องให้กองทุนช่วยพยุ่ง ล่าสุดยังช่วยดีเซลลิตรละ 21 บาท)
- รัฐช่วยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย (ครม เห็นชอบ ช่วยตรงกลุ่มเกษตรกร ประมง คนจน ไรเดอร์ วิน แท้กซี่ รถขนส่งสาธารณะ ฯลฯ)
- เพิ่มการใช้ไบโอดีเซล/เอทานอล เพิ่มรายได้เกษตรกร กระตุ้น ศก.ในประเทศ (เริ่มขาย b20 ให้ภาคการผลิตแล้ว เพิ่มสักส่วนการใช้พืชพลังงานใน ปท) อัพเดท 1 เม ย 69”
สารส้ม

สภาฯเดือด! ณัฐพงษ์ ซัด รัฐบาล ละเลยฝุ่น PM 2.5 ดักคออย่าสองมาตรฐาน
คืนนี้ยาวแน่! พังงาแห่ออกมาเติมดีเซล หลังประกาศขึ้นพรุ่งนี้รวดเดียว 3.50 บาท
ราชกิจจาฯ แพร่ประกาศ ก.ต.ชุดใหม่ ชั้นศาลฎีกา-อุทธรณ์-ชั้นต้น รวม 12 ราย
ทรัมป์ เตรียมพิจารณาถอนสหรัฐฯจากนาโต ลั่นองค์กรนี้เป็นเพียงเสือกระดาษ
ทุบสถิติประวัติศาสตร์ น้ำมันดีเซลสิงคโปร์พุ่งทำนิวไฮ 192 ดอลลาร์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี