วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
nn ปิดหีบเรียบร้อย....กรมสรรพสามิต...ในปีงบประมาณ 2567 เดือนตุลาคม 2566 – กันยายน 2567 จัดเก็บภาษีจากสินค้าและบริการอยู่ที่ราว 5 แสนล้านบาท...เพิ่มขึ้นจากที่เก็บได้จริงในปีงบประมาณ 2566 ราว 4.6 หมื่นล้านบาท หรือ 9.5%...แม้ว่าของสินค้า 4 ใน 5 รายการที่เป็นรายได้ภาษีหลักของกรมสรรพสามิต...จะเก็บได้ต่ำกว่าเป้าตามเอกสารงบประมาณ….เมื่อย้อนกลับไปดูผลงานครึ่งปีแรก (ปีงบ’67)ของกรมสรรพสามิต ขณะนั้นได้มีการตั้งข้อสังเกตไว้ว่ายังเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าถึง 12.7% จนเป็นเหตุให้ คุณลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ต้องออกมาแถลงเหตุผลว่าเกิดจากการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตของสินค้าต่างๆ เพื่อช่วยภาคธุรกิจและผู้บริโภค....และกรมสรรพสามิตได้แก้ปัญหานี้ด้วยการเร่งเก็บภาษีสินค้าและบริการอื่นๆ ที่คิดเป็นสัดส่วนรายได้สรรพสามิตที่ไม่มากนักเพื่อเพิ่มรายได้ภาษี โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายใดๆ ที่จะเข้าช่วยเหลือสินค้าที่เป็นรายได้หลักของกรมในครึ่งปีหลัง...และเมื่อปิดหีบปีงบ’67....การจัดเก็บภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันอยู่ในระดับต่ำกว่าที่เป้าราว 2.8 หมื่นล้านบาท ภาษีรถยนต์ต่ำกว่าเป้าราว 3.8 พันล้านบาท ภาษียาสูบที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าราว 8.6 พันล้านบาท และภาษีสุราที่น้อยกว่าเป้ามาเพียง 1.8 พันล้านบาทเท่านั้น รวมเก็บได้น้อยกว่าที่ประมาณการตามเอกสารงบประมาณไว้ 7.3 หมื่นล้านบาท...อันนี้โทษกรมสรรพสามิตไม่ได้...ภาษีน้ำมัน...ที่จัดเก็บรายได้แบบติดตัวแดงนี้เป็นผลพวงจากนโยบายรัฐที่ลดอัตราภาษีน้ำมัน…เพื่อบรรเทาเสียงบ่นของประชาชนว่าน้ำมันโคตรแพงทั้งที่ไม่ควรจะแพงขนาดนี้(เพราะปัญหาในเชิงโครงสร้าง)...รวมทั้งภาษีรถยนต์ที่หดลงเพราะเพื่อเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีสะอาด...จึงต้องส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า...ซึ่งมีภาษีถูกกว่ารถยนต์แบบสันดาปทั่วไป…ส่วนภาษีสุราที่เพิ่มมานิดหน่อย (ไม่พอพยุงรายได้ที่หดหายจากตัวอื่น)...เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ....ถึงตรงนี้ก็ต้องบอกว่าสรรพสามิตต้องยอมแบกภาระนี้ไว้เยอะมากๆ....อย่างไรก็ตามสินค้าประเภทยาสูบไม่ได้อยู่ในโครงการช่วยภาคธุรกิจและผู้บริโภคเหมือนสินค้าชนิดอื่น แต่กลับมีผลงานจัดเก็บรายได้ที่ตกต่ำจนน่าตกใจ ไม่ใช่เพียงปีงบฯ’67 แต่ภาษียาสูบมีแนวโน้มที่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 ที่มีการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นแบบ 2 อัตรา...เป็นเหตุผลที่ทำให้บุหรี่ถูกกฎหมายแพงเกินไป...จนเปิดช่องให้“บุหรี่เถื่อน”และบุหรี่ไฟฟ้า...เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดไป...ถึงวันนี้ก็นำจะกว่า 30% ได้แล้ว....ภาษียาสูบ จากที่เคยจัดเก็บรายได้แตะหลัก 6.8 หมื่นล้านบาท กลับเหลือเพียง 5.1 หมื่นล้านบาทในปีงบฯ’67 เก็บได้น้อยลงกว่า 1.7 หมื่นล้านบาทต่อปี…เรื่องนี้..คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต...รู้และเข้าใจต้นตอของปัญหาเป็นอย่างดี...จึงเร่งผลักดันเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่เป็นแบบอัตราเดียว...!! เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับรายงานของคณะอนุกรรมาธิการ ภายใต้คณะกรรมการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ที่ศึกษาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่ยาสูบที่ได้รับผลกระทบจากราคายาสูบและยาเส้นตกต่ำสส. หลายท่านในสภาฯ ได้เปรียบเทียบการปรับภาษีเมื่อปี’60 ว่าเป็นนโยบายที่ล้มเหลว สอดคล้องกับข้อแนะนำของรายงานฉบับนี้ว่ากรมสรรพสามิต และกระทรวงการคลัง ควรเร่งปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่อีกครั้งเพื่อพลิกสถานการณ์รายได้ภาษีหาย ผู้สูบบุหรี่ไม่ลดและบุหรี่เถื่อนแพร่กระจายทั่วประเทศ...ถึงเวลาแล้วที่...ต้องมีใครสักคนที่กล้าพอที่จะยอมขยับ ปรับโครงสร้างภาษีเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง...ก็ได้แต่หวังว่า...ดร.กุลยา ตันติเตมิท ว่าที่อธิบดีกรมสรรพสามิต และ คุณเผ่าภูมิโรจนสกุล รมช.คลัง...จะสวมบทผู้กล้า...และคงไม่ใจแข็งอยู่กับนโยบายภาษีที่ถูกวิจารณ์ว่าล้มเหลว เรื้อรัง ไม่ได้รับการแก้ไข จนปล่อยให้รายได้ภาษีสรรพสามิตลดลงเรื่อยๆ อย่างนี้....nn
อนันตเดช พงษ์พันธุ์

น้องมันร้าย'รุ่นพี่ที่เคารพ'เพลงใหม่จาก'ก้ำ ศุภเชษฐ์'หยอดไม่พัก โหมดอ้อนขั้นสุด
มาแล้ว!!! กรมอุตุฯคาดหมายอากาศ 7 วันข้างหน้า ตั้งแต่ 1-7 เม.ย.69
จากหน้าจอสู่หน้ากระดาษ'ตั๊ก นภัสรัญชน์'พลิกบทบาทครั้งสำคัญ เปิดตัวหนังสือ 'ท้องอิ่ม ถิ่นไทย'
ปิดทองหลังพระฯชู! 10 หมู่บ้านต้นแบบพึ่งพาตนเอง-ย้ำ!เศรษฐกิจพอเพียงคือทางรอด
อนุทิน จี้ PT แก้ด่วน พบข้อมูลปั๊มปิดกว่าร้อยแห่ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี