วันจันทร์ ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2569
.jpg)
** ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในระดับกว่า 230-240 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลไปอีกระยะ...แล้วก็ต้องลุ้นว่าจะสูงกว่านั้นอีกไหมด้วย...และถ้าราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงก็จะอยู่ในระดับ 70 บาท/ลิตร...แต่แน่นอนว่ารัฐบาลไม่ปล่อยให้ไปถึงขั้นนั้นแน่นอน (ไม่เช่นนั้นรัฐบาลพัง)...ก็ต้องหาวิธีบริหารจัดการผ่านกองทุนน้ำมันฯก่อนเป็นอันดับแรก...ซึ่งว่ากันตามจริงตอนนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบในระดับ 3 หมื่นล้านบาท...เทียบกับสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ...กองทุนน้ำมันฯ เคยติดลบถึง 1.2 แสนล้านบาท...แต่ที่รัฐปล่อยให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นพรวดๆ 2 วันขึ้น 8 บาท/ลิตร...อาจจะช่วยให้กองทุนน้ำมันฯเก็บกระสุนไว้รับแรกระแทกที่จะหนักขึ้นกว่านี้...ส่วน มาตรการภาษี...เช่นยกเว้นภาษีสรรพสามิตนั้น...คนในกระทรวงการคลังหวังว่า คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...คงจะพยายามบอกกับรัฐบาลว่าขอให้หยิบเอามาใช้เป็นทางเลือกสุดท้าย...และเอาเข้าจริงเชื่อว่า คุณพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต...ก็คงจะเตรียมใจไว้แล้วล่ะ “ยังไงก็ไม่รอด”แล้วก็ไม่รอดจริงๆ...แวดวงการเงิน...อยากบอกแบบนี้นะว่าภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันนั้นเป็นอัตราที่เรียกเก็บคงที่...ไม่ว่าราคาขายจะเท่าไหร่...น้ำมันดีเซล ก็จะอยู่ที่ 6.44 บาท/ลิตร น้ำเบนซิน 6.50 บาท/ลิตร...แต่ในโครงสร้างราคาน้ำมันจริงๆแล้วไปหั่นเอาจากตรงอื่นได้อีกนะ...เช่น ภาษีเทศบาล...ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ( คิดจากราคาน้ำมันและค่าการตลาด ) รวมทั้ง ที่ต้องส่งเข้า กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน...ซึ่งตรงนี้..แวดวงการเงิน..สนับสนุนอย่างมาก...เพราะมันไม่ค่อยจะแฟร์เท่าไหร่เลย....ที่เอาเงินจากคนใช้น้ำมันไปให้กองทุนฯนี้ใช้ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไปสนับสนุนองค์กรรัฐและเอกชนที่มีโครงการเรื่องการประหยัดไฟฟ้า...รวมทั้งไปทำสื่อประชาสัมพันธ์เรื่องประหยัดไฟ ฯลฯ...มันคนละส่วนกับน้ำมันเลย...ทำไมคนเติมน้ำมันต้องมาแบกภาระนี้ด้วย...ไม่ใช่ว่าเรื่องประหยัดไฟไม่ดี...แต่ที่ถูกก็ต้องไปใช้เงินของผู้ผลิตและขายไฟฟ้าไหมล่ะหรือแม้แต่กับผู้ใช้ไฟเอง...!!ที่ว่ามายืดยาวไม่ใช่อะไรก็แค่เห็นใจกรมสรรพสามิตที่จะโนล้วงกระเป๋าอีกแล้ว...เพราะสินค้าในพิกัดตัวอื่นๆก็ใช่ว่าจะเก็บได้มากเท่าไหร่นักในตอนนี้...จะเหลือก็แค่ภาษีเบียร์ และสุรา ที่ยังพอได้อยู่...ที่เบียร์บางยี่ห้อจะขึ้นราคาอีกขวดละ 2 บาท...ภาษีที่ได้เพิ่มก็แค่ 44 สตางค์/ขวด...แต่ก็ใช่ว่ามันได้เพิ่มมากมายนักหรอกเพราะเมื่อของแพงขึ้นคนจะบริโภคน้อยลงหรือหันไปบริโภคแบรนด์อื่นที่ไม่ได้ขึ้นราคา...ซึ่งมันได้ภาษีต่อขวดเท่าเดิม...**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **

มาดูโร อดีตผู้นำเวเนฯ โพสต์ X ครั้งแรก จากในเรือนจำสหรัฐฯ
เฉลยแล้วที่ไหน! บุ๋ม ปนัดดา ตื่นเต้น เขียนใบสมัครงานในรอบ 30 ปี
ไทยคู่ฟ้า แจงยิบ เปิดความจริง ราคาน้ำมันไทย ทำไมต้องอิงสิงคโปร์
สุรเดช ฟันธง วิกฤตพลังงานประเทศ พีระพันธุ์ ช่วยได้ แนะ นายกฯ เชิญมาร่วมรัฐบาลคุม ก.พลังงาน
ศศิกานต์ โต้ สิริพงศ์ ป้อง พีระพันธุ์ ชี้ช่วยประเทศหาทางออกวิกฤตน้ำมัน ทำไมรัฐบาลไม่รับฟัง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี