วันพุธ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2569
.jpg)
** ใครเห็นแจ็คเก็ตใหม่ของ...บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กันหรือยังครับ...เนื้อผ้าเลือกมาอย่างดี ตัดเย็บอย่างประณีต รูปทรงก็เท่ห์ เรียบๆแต่ดูแพง...คนรูปร่างธรรมดาใส่แล้วดูเท่ห์ขึ้นมาทันที ส่วนใครที่รูปร่างเฟิร์มใส่แล้เหมือนร็อคเกอร์...และขอบอกว่าที่มาของความเฉียบนี้ไม่ต้องจ้างดีไซน์เนอร์มาออกแบบให้เปลืองงบประมาณ...เพราะผลงานชั้นเยี่ยมนี้ออกมาจากฝีมือของ ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ BAM นั่นเอง...!! แซวๆกันว่าฝีมือขนาดนี้คงจะเป็นดีไซน์เนอร์ที่เป็นผู้บริหารแบงก์และบริหารสินทรัพย์ได้นิดหน่อย...555...** ช่วง 15 วันแรกที่รัฐบาลตรึงราคาน้ำมัน..แล้วก็บอกว่าน้ำมันมีเพียงพอ...แต่มันคนละเรื่องกับภาพที่ปรากฏในสื่อต่างๆที่เห็นคนตระเวนขับรถไปหาน้ำมันเติมใส่รถ....ภาพที่ปั๊มน้ำมันขึ้นป้ายว่าน้ำมันหมด...ภาพที่คนหอบเสื่อหอบหมอนไปนอนเฝ้าหน้าปั๊มเพื่อรอเติมน้ำมันหรือแม้แต่ที่เจ้าของปั๊มออกมาบอกว่าโดนตัดโควตาน้ำมันลงเหลือแค่ 30 %...และล่าสุดเมื่อกลางดึกวันที่ 23 มีนาคม 2569...ราคามันก็อั้นไม่ไหว...จากที่รัฐบาลบอกว่าจะทยอยขึ้นราคาครั้งละ 90 สตางค์...แต่ของจริงคือ น้ำมันเบนซิน ขยับขึ้น 2 บาท/ลิตร ดีเซล 1.80 บาท/ลิตร...!! แวดวงการเงิน...ขอนำบางช่วงบางตอนที่....คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...กล่าวในรายการ "กรรมกรข่าวคุยนอกจอ”...ว่า “ ตอนแรกที่รัฐบาลสั่งตรึงราคาดีเซล 15 วัน ก็เพื่อรอดูสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางจะจบเร็วหรือไม่ แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าเป็นเรื่องยืดเยื้อ ไม่จบเร็วแน่ และโลกเข้าสู่วิกฤตพลังงานอย่างแท้จริง ตอนนี้รู้แล้วว่าถ้าตรึงต่อไป ก็จะเจอปัญหากักตุนแน่นอน จึงต้องปล่อยตามกลไกตลาด และใช้กองทุนนำมันฯช่วยประคองเพื่อไม่ให้ราคาขึ้นเร็วเกินไป" พิธีกร ถามว่าแนวทางกลไกราคาต้องทำงาน แสดงว่าดีเซลจะเกิน 33 บาท ...คุณเอกนิติบอก ตอบว่า..."แน่นอน ตลาดโลกเป็นอย่างนี้ เราจะตรึงได้ยังไง ก็ต้องปล่อยไป"....!! เป็นอันว่าจบข่าวครับพ่อแม่พี่น้อง...ที่รัฐบาลบอกก่อนหน้าว่าจะตึงราคาดีเซลไม่ให้เกินลิตรละ 33 บาท...รัฐบาลทำไม่ได้แล้วครับ...เตรียมรับแรงกระแทกกันได้แล้วพี่น้องประชาชน....สำหรับ..แวดวงการเงิน..อยากบอกว่านี่เป็นคำสารภาพว่า "มีการกักตุนน้ำมัน”กันจริงๆ...ช่วง 15 วันแรกที่รัฐบาลประกาศตรึงราคา...ผู้ค้ำน้ำมันจ่ายน้ำมันให้สถานีบริการ(ปั๊มน้ำมัน) เพียง 30%...คำถามคือ ใครเก็บน้ำมันอีก 70 % เอาไว้...แล้วไอ้ 70 % ที่ว่านี้ก็จะเอามาขายในราคาที่ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกลใช่ไหม???... !! น่าเจ็บใจคือ ผู้ค้าน้ำมัน (มาตรา7)เบอร์ 3 ของประเทศและมีจำนวนปั๊มมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศ... คือน้องชายของรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้เสียด้วยสิ..**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์**


เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี