วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
จับตา... วันคล้ายวันเกิดพระธัมมชโย 22 เม.ย. 2569 ปีนี้ ธัมมชโยจะกลับมาปรากฏกาย สยายปีกธรรมกาย อีกครั้ง หรือไม่?
1. มีโอกาสเป็นไปได้มาก
เมื่อคดีอาญาขาดอายุความแล้ว ไม่มีคดีอาญาอื่นติดตัว ก็สามารถไปไหน-มาไหน ได้อย่างคนทั่วไป
ก่อนหน้านี้ ธัมมชโยตกเป็นผู้ต้องหา หนีหมายจับคดีร่วมกันฟอกเงินรับของโจร จากการรับเช็คหลายฉบับจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร
คดีฟอกเงิน อายุความ 15 ปี อัยการชี้ว่าขาดอายุความแล้ว ยุติคดี
ก่อนหน้านี้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรียุติธรรมยุครัฐบาลลุงตู่ในฐานะประธานมูลนิธิพุทธอุทยานนานาชาติ พาคณะรัฐบาลเศรษฐา คนเดินทางไปเยี่ยมชมบั้งไฟพญานาคที่พุทธอุทยานนานาชาติของชาวธรรมกาย
ครั้งนั้น รองนายกฯสมศักดิ์ ถึงขนาดประกาศชัดถ้อยชัดคำถึงความเป็นศิษย์ธรรมกาย และชื่นชมบารมีของพระเดชพระคุณหลวงพ่อธัมมชโย
ยืนยันว่า โครงการนี้ สำเร็จได้เพราะบารมีพระธัมมชโย
แถมรองนายกฯ สมศักดิ์ ยังได้ประกาศส่งสัญญาณให้ชาวธรรมกายได้ทราบทำนองว่า บัดนี้ บ้านเมืองปลอดโปร่งแล้ว ปัญหาที่เคยมีกับธรรมกายจะคลี่คลายไปทั้งหมดในเร็ววันนี้
หลังจากนั้น กิจกรรมต่างๆ ของธรรมกายก็กลับมาคึกคัก เกือบๆ จะเต็มสูบ
เพียงแต่ยังหาตัวธัมมชโยไม่เจอ ตอนนั้นคดียังไม่ขาดอายุความ
มาวันนี้ คดีอาญาขาดอายุความแล้ว ธัมมชโยจะกลับมาปรากฏกาย เป็นผู้นำของมหาอาณาจักรธรรมกายอย่างเต็มรูปแบบ หรือไม่?
2. ธัมมชโย อยู่ไหน?
ดีเอสไอชี้แจงว่า ที่ผ่านมาได้ติดตามสืบข่าว ประสานงาน ตามจับกุมตัวตามหมายจับของศาลอย่างเต็มที่
อ้างว่า ประสานตำรวจสากลด้วย
แต่ไม่พบผู้ต้องหา จนคดีขาดอายุความล่าสุด
คำถามว่า ธัมมชโย อยู่ไหน? จึงเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบแน่ชัด
ช่วงที่ผ่านมา ธัมมชโย หลหนีไปอยู่ที่ไหน?
ถ้าไปต่างประเทศ ก็ต้องไปทางช่องทางธรรมชาติ เพราะมีหมายจับติดตัวจะไปไหนไกลๆ ก็คงลำบาก
แล้วไปอยู่ประเทศอะไร? ตำรวจสากลก็ไม่รู้ไม่เห็นอย่างนั้นหรือ?
หรือว่าหลบหนีอยู่ในประเทศ เพราะมีลูกศิษย์ลูกหาที่มีอิทธิพลอยู่มากมาย?
หรือว่าจริงๆ แล้ว หลบอยู่ในมหาอาณาจักรธรรมกาย นั่นเอง?
เพราะกว้างใหญ่ หรูหรา และสะดวกสบาย
ลองถาม AI ได้ความว่า
“...พระธัมมชโย (พระไชยบูลย์ ธมฺมชโย) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้หายตัวไปจากวัดพระธรรมกายในช่วงปี พ.ศ. 2560 ระหว่างการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ โดยดีเอสไอ (DSI) เคยเปิดเผยข้อมูลว่าหลบหนีออกนอกประเทศทางช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศแถบยุโรป ก่อนที่ล่าสุดคดีฟอกเงินจะหมดอายุความลงในเดือนมีนาคม 2569
รายละเอียดเพิ่มเติม
ช่วงเวลาที่หายตัวไป : หลังจากเหตุการณ์บุกตรวจค้นวัดพระธรรมกายช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2560
แนวทางการหลบหนี : เบาะแสชี้ว่าลูกศิษย์พาหลบหนีผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะเดินทางต่อไปยังยุโรป
สถานะล่าสุด : คดีทุจริตฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้ยุติลง เนื่องจากคดีหมดอายุความแล้ว (ณ เดือนมีนาคม 2569)
ที่อยู่ปัจจุบัน : ไม่มีการระบุตำแหน่งที่แน่ชัดอย่างเป็นทางการจากการเปิดเผยของดีเอสไอหรือทนายความในภายหลัง...”
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมด เป็นการสันนิษฐาน คาดการณ์ วิเคราะห์
.png)
.png)
.png)
.png)
คงต้องรอธัมมชโยปรากฏกาย แล้วเปิดใจว่าที่ผ่านมา หนีไปอยู่ไหน อย่างไรกันแน่
3. ปปง.แจง คดีโกงสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โยงยึดทรัพย์เครือข่ายธรรมกาย
เมื่วันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานปปง. ได้แถลงการณ์ชี้แจงถึงการดำเนินการในส่วนของ ปปง. ที่เกี่ยวกับยึดและอายัดทรัพย์สินของธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ
ปปง.ระบุว่า
“...เป็นกรณีที่สืบเนื่องจากการดำเนินการกับทรัพย์สินรายคดี นายศุภชัยศรีศุภอักษร กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับ การฉ้อโกงประชาชน และการยักยอกทรัพย์ฯ ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด และเป็นความผิดฐานฟอกเงิน
โดยสำนักงาน ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์สินในกรณีดังกล่าวมาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 - พ.ศ. 2563
มีการแยกสำนวนการดำเนินการเป็นหลายรายคดี เนื่องจากตรวจสอบข้อมูลพบการจำหน่าย จ่าย โอน ทรัพย์สินไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก
มีเส้นทางการทำธุรกรรม ที่แยกจากกันหลายกรณี
ซึ่งปัจจุบันคดีทั้งหมดอยู่ในกระบวนการชั้นศาล
มีทั้งคดีที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ให้นำทรัพย์สินที่ยึดและอายัดไปคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย โดยนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเพื่อคืนเงินให้แก่ผู้เสียหาย (สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด)
และคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
สำหรับเส้นทางการเงิน เฉพาะในส่วนที่เชื่อมโยงไปยังพระธัมมชโยและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ พบข้อมูลตามเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด จำนวน 27 ฉบับที่สั่งจ่ายให้พระธัมมชโย และผู้เกี่ยวข้อง รวมมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท ซึ่งสำนักงาน ปปง. ยึดและอายัดทรัพย์สินของพระธัมมชโยและผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์
โดยศาลมีคำสั่งในคดีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. รายคดีนายศุภชัยฯ กับพวก (กรณีนำเช็คสหกรณ์ฯ ไปมอบให้บุคคลอื่นฯ) ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 58 ล้านบาท (ย.170/2559) ผลการดำเนินการชั้นศาล คดีถึงที่สุด โดยศาลมีคำสั่งให้คืนเงินให้กับสหกรณ์ฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย(คดีหมายเลขแดง ฟ.5/2561)
2. รายคดีนายศุภชัยฯ กับพวก (กรณีบริษัท เอ็ม-โฮม เอสพีวี 2 เกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างอาคารบุญรักษาฯ) ดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 395 ล้านบาท(ย.67/2560) คดีถึงที่สุด ศาลสั่งคืนเงินให้กับสหกรณ์ฯ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย(คดีหมายเลขแดง ฟ.14/2561)
3. รายคดีนายศุภชัยฯ กับพวก (กรณีนำเช็คสหกรณ์ฯ ไปมอบให้บุคคลอื่นฯ) ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 1,585 ล้านบาท (ทรัพย์สินของมูลนิธิมหาอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในโครงการ WORLD PEACE VALLEY) (ย.217/2559) คดีถึงที่สุด ศาลสั่งให้นำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเพื่อคืนเงินแก่สหกรณ์ฯ และให้นำส่วนที่เกินจำนวนความเสียหาย ตกเป็นของแผ่นดิน (คดีหมายเลขแดง ฟ.22/2561)
4. รายคดีนายศุภชัยฯ กับพวก (กรณีนำเงินที่รับโอนจากวัดพระธรรมกายไปซื้อที่ดินฯ) ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 298 ล้านบาท (ย.57/2560) คดีถึงที่สุด ศาลสั่งให้นำทรัพย์สินออกขายทอดตลาดเพื่อคืนเงินแก่สหกรณ์ฯ และให้นำส่วนที่เกินจำนวนความเสียหาย ตกเป็นของแผ่นดิน (คดีหมายเลขแดง ฟ.160/2561)
5. รายคดีนายศุภชัยฯ กับพวก (กรณีวัดพระธรรมกายรับเงินจากสหกรณ์ฯ เกี่ยวกับโครงการอาคารมหารัตนวิหารคด) ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 778 ล้านบาท (ย.206/2561) ศาลให้รอการพิจารณาคดีไว้ เพื่อฟังคำวินิจฉัยในคดีอาญา (คดีที่นายศุภชัยฯเป็นจำเลยในคดีอาญา ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และยักยอกทรัพย์ฯ)สั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว ซึ่งหากมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายศุภชัยฯ แล้ว ศาลจะได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป (คดีหมายเลขแดง ฟ.25/2563)
6. รายคดีนายศุภชัยฯ กับพวก (กรณีมูลนิธิมหาอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง อาคารโครงการ 100 ปีฯ) ยึดและอายัดทรัพย์สินกว่า 663 ล้านบาท (ย.87/2561) ศาลเห็นสมควรให้รอการพิจารณาคดีไว้ เพื่อฟังคำวินิจฉัยในคดีอาญา (คดีที่นายศุภชัยฯเป็นจำเลยในคดีอาญา ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และยักยอกทรัพย์ฯ) สั่งให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบชั่วคราว ซึ่งหากมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีที่เกี่ยวข้องกับนายศุภชัยฯ แล้ว ศาลจะได้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป (คดีหมายเลขแดงฟ.26/2563)
สำนักงาน ปปง. ขอเรียนย้ำว่า การดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นมาตรการทางแพ่ง
โดยมุ่งเน้นขยายผลไปยังทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในทุกมิติ
หากปรากฏหลักฐานเชื่อมโยงไปยังทรัพย์สินของบุคคลใด สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดให้ตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย หรือดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย เพื่อตัดวงจรการประกอบอาชญากรรมให้สมตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย...”
ปัจจุบัน เมื่อคดีหลัก ศาลฎีกาพิพากษา คดีถึงที่สุดแล้ว ว่านายศุภชัยมีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนจริงๆ บรรดาคดีที่จำหน่ายชั่วคราว ก็ต้องกลับมาเดินหน้าต่อไป
น่าสนใจติดตาม ทั้งการดำเนินการเอาทรัพย์สินคืนไปให้ผู้เสียหายและตกเป็นของแผ่นดินตามแต่ละกรณี อย่างไร?
และมหาอาณาจักรธรรมกาย จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ภายใต้การนำของธัมมชโย หรือไม่?
สารส้ม

เจ้าของบ้าน ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับ ตื่นมาเจอ มะพร้าวเศียรพญานาค โผล่หลังบ้าน
สีหศักดิ์ หารือทูตอิหร่าน ให้ช่วย ติดตาม 3 ลูกเรือไทยบนเรือ มยุรี นารี
ด้วยความหวังดี! ดร.เจิมศักดิ์ ร่อนจดหมายเปิดผนึก จี้ ครม.ใหม่ ฝ่าวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ
สะใจทั้งประเทศ! ไทยกดท้ายเกมโค่นเติร์กฯ 2-1 คว้าตั๋วเอเชียนคัพ
จีน ยืนยันเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี