วิบากกรรรมทางการเมืองของพรรคส้ม จากพรรคอนาคตใหม่ มาเป็นพรรคก้าวไกล ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ก่อนจะมาเป็นพรรคประชาชนในปัจจุบัน ใม่ใช่เป็นผลเพราะ“นิติสงคราม”เหมือนที่บรรดานักการเมืองพรรคส้มยกขึ้นมากล่าวอ้าง เพื่อฟังให้ดูดีมีอุดมการณ์แต่อย่างใด หากแต่เป็นเพราะความผิดพลาดของตนเอง จากการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายและละเมิดรัฐธรรมนูญ
และถ้านักการเมืองพรรคส้มจะบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นรัฐธรรมนูญที่มีที่มาจากการต่อท่ออำนาจของเผด็จการ“คสช.” ก็ต้องมีคำถามกลับว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ทำไมพรรคส้มจึงส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เพราะกฎกติกาทั้งหลายก็มีที่มาจากรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับเดียวกันนี้
อย่างไรก็ตาม ทุกเรื่องราวบนโลกใบนี้ เมื่อได้มีการกระทำเกิดขึ้นแล้ว ก็ล้วนต้องมีผลลงเอยในบั้นปลาย ส่วนจะดีหรือร้ายย่อมขึ้นอยู่กับมูลเหตุ ซึ่งถ้าเป็นคดีความ ก็ขึ้นอยู่กับเจตนาหรือเหตุจูงใจของผู้กระทำ อันมีพฤติการณ์ประกอบพยานหลักฐาน ที่ศาลจะใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยหรือกำหนดโทษ
เมื่อวันที่ 31 มีนาคมวานนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย“อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล”ในข้อหา“ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง” กรณีร่วมกันลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ว่า“เป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” และเป็นเหตุให้พรรคก้าวไกลถูกยุบพรรคเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567
เรื่องนี้อยู่ในมือ ป.ป.ช.มาตั้งแต่ปี 2567 โดยนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ ผู้ซึ่งเป็นต้นเรื่องจากการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกล ได้ขยายผลต่อหลังจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากเห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐทุกองค์กร จึงได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและดำเนินคดีกับอดีต สส.พรรคก้าวไกล 44 คน ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
เท่ากับว่าถึงวันนี้ ป.ป.ช.ใช้เวลาในการพิจารณาดคีนี้ 2 ปี 1 เดือนจึงได้มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ซึ่งอันที่จริงแล้วเรื่องนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัย ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เนื่องจากมีเจตนาลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติ เพื่อเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
นอกจากนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังพิจารณาเห็นว่า การเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล มีความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (1)
ประการที่สำคัญ ตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ได้สรุปว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่อาจแบ่งแยกหรือชี้แจงการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนได้ว่า ไม่ได้ร่วมกันดำเนินการเสนอญัตติ โดยมิได้มีเจตนาร่วมกันแต่อย่างใด และผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายไม่ได้มีการชี้แจงให้เห็นถึงการกระทำที่แบ่งแยกโดยชัดเจน ว่าต่างคนต่างกระทำในการเสนอญัตติ ด้วยเหตุนี้การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงเป็นการดำเนินการโดยมีเจตนาร่วมกัน ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ลงวันที่ 31 มกราคม 2567 และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569
สรุป ก็คือ หากศาลฎีกามีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีนี้และไม่มีคำสั่งอื่นใด อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งขณะนี้ได้รับเลือกเป็น สส.พรรคประชาชน 10 คน จะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที คือ 8 คนเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, นายรังสิมันต์ โรม, นายวาโย อัศวรุ่งเรือง, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม, นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส่วนอีก 2 คน เป็น สส.แบบแบ่งเขต คือ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.เขต 18 และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. เขต 33
ในขั้นตอนสุดท้าย ถ้าศาลฎีกามีคำวินิจฉัยไม่เป็นอื่นจากที่ ป.ป.ช.ได้ตั้งเรื่องไว้ สส.และนักการเมืองส้มรุ่นนี้ก็จะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง คือถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง อาจจะเป็นเวลา 10 ปี หรือตลอดชีวิตตามที่ศาลฯจะวินิจฉัย ซึ่งนอกจากสส. 10 คนดังกล่าวแล้ว ตัวตึงตัวจี๊ดอย่างนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ปัจจุบันไม่ได้เป็น สส.ก็มีอันต้องจบที่รุ่นนี้พร้อมกับอดีต สส.พรรคก้าวไกลอีก 25 คนด้วย โดยก่อนหน้านี้มี 8 คนรวมทั้งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้วเป็นเวลา 10 ปี จากการที่พรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567
หัวหน้าพรรคส้มคนต่อไป ก็น่าจะเป็นนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร วัย 46 ปี สส.บัญชีรายชื่อของพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่สามของพรรคประชาชน เพราะบุคคลผู้นี้อยู่ในกลุ่ม“ชนชั้นนำของพรรคส้ม” และสำคัญที่สุดนายวีระยุทธ “เป็นสายตรง”ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายทุนพรรคตัวจริงของพรรคส้ม
วันข้างหน้าถ้าพรรคประชาชนถูกยุบพรรคอีก ชื่อพรรคอาจจะใช้ชื่อว่า“พรรคราษฎร”ตามที่ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณตัวพ่อรุ่นปู่ของพรรคส้มเสนอไว้ก่อนหน้านี้ก็ดูจะเหมาะดี !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี