วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569
วิบากกรรรมทางการเมืองของพรรคส้ม จากพรรคอนาคตใหม่ มาเป็นพรรคก้าวไกล และพรรคประชาชนในปัจจุบัน ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค ไม่ใช่“นิติสงคราม”เหมือนที่บรรดานักการเมืองพรรคส้มยกขึ้นมากล่าวอ้าง เพื่อฟังให้ดูดีมีอุดมการณ์แต่อย่างใดหากแต่เป็นเพราะความผิดพลาดของตนเอง จากการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายและละเมิดรัฐธรรมนูญ
และถ้านักการเมืองพรรคส้มจะบอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นรัฐธรรมนูญที่มีที่มาจากการต่อท่ออำนาจของเผด็จการ “คสช.” ก็ต้องมีคำถามกลับว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ทำไมพรรคส้มจึงส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกตั้ง สส. เพราะกฎกติกาทั้งหลายก็มีที่มาจากรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ฉบับเดียวกันนี้
อย่างไรก็ตาม ทุกเรื่องราวบนโลกใบนี้ เมื่อได้มีการกระทำเกิดขึ้นแล้ว ก็ล้วนต้องมีผลลงเอยในบั้นปลาย ส่วนจะดีหรือร้ายย่อมขึ้นอยู่กับมูลเหตุ ซึ่งถ้าเป็นคดีความ ก็ขึ้นอยู่กับเจตนาหรือเหตุจูงใจของผู้กระทำ อันมีพฤติการณ์ประกอบพยานหลักฐาน ที่ศาลจะใช้ดุลพินิจในการวินิจฉัยหรือกำหนดโทษ
เมื่อวันที่ 31 มีนาคมวานนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติเห็นชอบให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย“อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล”ในข้อหา“ผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง” กรณีร่วมกันลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่31 มกราคม 2567 ว่า“เป็นการกระทำเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข” และเป็นเหตุให้พรรคก้าวไกลถูกยุบพรรคเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567
เรื่องนี้อยู่ในมือ ป.ป.ช.มาตั้งแต่ปี 2567 โดยนายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความอิสระ ผู้ซึ่งเป็นต้นเรื่องจากการยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งยุบพรรคก้าวไกล ได้ขยายผลต่อหลังจากศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากเห็นว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นเด็ดขาด มีผลผูกพันรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐทุกองค์กร จึงได้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 ขอให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและดำเนินคดีกับอดีต สส.พรรคก้าวไกล 44 คน ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง
เท่ากับว่าถึงวันนี้ ป.ป.ช.ใช้เวลาในการพิจารณาคดีนี้2 ปี 1 เดือน จึงได้มีมติส่งเรื่องให้ศาลฎีกา ซึ่งอันที่จริงแล้วเรื่องนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัย ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเห็นว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คนฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง เนื่องจากมีเจตนาลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติ เพื่อเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์
นอกจากนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังพิจารณาเห็นว่า การเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ของอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล มีความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 28 (1)
ประการที่สำคัญ ตามมติของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ได้สรุปว่า ข้อเท็จจริงดังกล่าวไม่อาจแบ่งแยกหรือชี้แจงการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนได้ว่า ไม่ได้ร่วมกันดำเนินการเสนอญัตติ โดยมิได้มีเจตนาร่วมกันแต่อย่างใด และผู้ถูกกล่าวหาแต่ละรายไม่ได้มีการชี้แจงให้เห็นถึงการกระทำที่แบ่งแยกโดยชัดเจน ว่าต่างคนต่างกระทำในการเสนอญัตติ ด้วยเหตุนี้การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 44 คน จึงเป็นการดำเนินการโดยมีเจตนาร่วมกัน ตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2567 ลงวันที่ 31 มกราคม 2567 และคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569
สรุป ก็คือ หากศาลฎีกามีคำสั่งประทับรับฟ้องคดีนี้และไม่มีคำสั่งอื่นใด อดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งขณะนี้ได้รับเลือกเป็น สส.พรรคประชาชน 10 คน จะต้องถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที คือ 8 คน เป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้แก่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค, นายรังสิมันต์ โรม, นายวาโย อัศวรุ่งเรือง, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, นายณัฐวุฒิ บัวประทุม, นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ และนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส่วนอีก 2 คน เป็น สส.แบบแบ่งเขต คือ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม.เขต 18 และนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. เขต 33
ในขั้นตอนสุดท้าย ถ้าศาลฎีกามีคำวินิจฉัยไม่เป็นอื่นจากที่ ป.ป.ช.ได้ตั้งเรื่องไว้ นอกจากพรรคประชาชนจะต้องถูกยุบพรรค สส.และนักการเมืองส้มรุ่นนี้ก็จะต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง คือถูกเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง อาจจะเป็นเวลา 10 ปี หรือตลอดชีวิตตามที่ศาลฯ จะวินิจฉัย ซึ่งนอกจากสส. 10 คนดังกล่าวแล้ว ตัวตึงตัวจี๊ดอย่างนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ปัจจุบันไม่ได้เป็น สส.ก็มีอันต้องจบที่รุ่นนี้ พร้อมกับอดีต สส.พรรคก้าวไกลอีก 25 คนด้วย โดยก่อนหน้านี้มี 8 คนรวมทั้งนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองไปแล้วเป็นเวลา 10 ปี จากการที่พรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567
หัวหน้าพรรคส้มรุ่นที่ 4 ที่จะสืบสานต่อจากพรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล และพรรคประชาชน มีความเป็นไปได้ว่า คือ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร วัย46 ปี สส.บัญชีรายชื่อ ของพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนที่สามของพรรคประชาชน เพราะบุคคลผู้นี้อยู่ในกลุ่ม“ชนชั้นนำของพรรคส้ม”และสำคัญที่สุดนายวีระยุทธ “เป็นสายตรง” ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายทุนพรรคตัวจริงของพรรคส้ม
ชื่อพรรคอาจจะเป็น“พรรคราษฎร”ตามที่ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณตัวพ่อรุ่นปู่ของพรรคส้มเสนอไว้ก่อนหน้านี้ก็เป็นได้ !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เจ้าของบ้าน ฝันเห็นแม่ผู้ล่วงลับ ตื่นมาเจอ มะพร้าวเศียรพญานาค โผล่หลังบ้าน
สีหศักดิ์ หารือทูตอิหร่าน ให้ช่วย ติดตาม 3 ลูกเรือไทยบนเรือ มยุรี นารี
ด้วยความหวังดี! ดร.เจิมศักดิ์ ร่อนจดหมายเปิดผนึก จี้ ครม.ใหม่ ฝ่าวิกฤตพลังงาน-เศรษฐกิจ
สะใจทั้งประเทศ! ไทยกดท้ายเกมโค่นเติร์กฯ 2-1 คว้าตั๋วเอเชียนคัพ
จีน ยืนยันเรือบรรทุกสินค้า 3 ลำ แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี