วันอังคาร ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวานนี้ 23 มีนาคมมีข่าวว่า โผคณะรัฐมนตรีของ“รัฐบาลอนุทิน 2”ลงตัวแล้วทั้ง 35 คน และก็เป็นไปตามกระแสข่าวที่มีการรายงานก่อนหน้านี้จะมีที่ใหม่ล่าสุดก็คือนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาฯกฤษฎีกา ได้รับแต่งตั้งเป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย แทนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ บุคคลผู้ซึ่งถูกนายอนุทิน ชาญวีรกูล “ทิ้งไว้ข้างหลัง” ไม่ได้รับการเชื้อเชิญให้ไปต่อ
แต่ถึงอย่างไร สถานการณ์สงคราม“หมาหมู่”ที่สหรัฐฯร่วมมือกับอิสราเอลรุกรานอิหร่าน ณ เวลานี้ก็ยังมีความสำคัญที่จะต้องติดตาม ซึ่งมีเสียงบอกว่า สหรัฐฯนั้นอยู่ดีไม่ว่าดี ไปก่อสงครามรุกรานอิหร่านแล้วก็ยังชี้หน้ากล่าวโทษว่าอิหร่านเป็นผู้ก่อการร้าย ทั้งที่ตนเองเป็นผู้ก่อการร้ายและเป็นประเทศที่คุกคามสันติภาพของโลกตัวจริง ประกอบกับยังได้สร้างความเดือดร้อนทางด้านพลังงานให้แก่ประเทศต่างๆ จากสงครามครั้งนี้ซ้ำเติมอีกด้วย จึงทำให้เวลานี้ดาบนั้นกำลังจะคืนสนองสหรัฐฯ
โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 23 มีนาคมวานนี้ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกประกาศเตือนภัยฉบับปรับปรุงแก่ชาวอเมริกันทั่วโลก จากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเคยสั่งการให้สถานทูตและสถานกงสุลทั้งหมดทบทวนมาตรการรักษาความปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง โดยเตือนชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจมีการปิดน่านฟ้าเป็นระยะ และจะส่งผลกระทบต่อการเดินทาง ดังนั้น จึงขอให้ชาวอเมริกันในต่างประเทศควรปฏิบัติตามคำแนะนำในประกาศเตือนด้านความปลอดภัยที่ออกโดยสถานทูต หรือสถานกงสุลสหรัฐฯ ที่ใกล้ที่สุด
เฉพาะอย่างยิ่ง อาคารทางการทูตของสหรัฐฯ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะสถานที่ซึ่งตั้งอยู่ในตะวันออกกลางที่เคยตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเท่านั้น ที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯวิตก หากแต่ทุกประเทศที่มีอาคารสถานทูตของสหรัฐฯ ตลอดจนทรัพย์สินที่เป็นของสหรัฐฯ ก็ขอให้ชาวอเมริกันควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษด้วย เนื่องจากทางการสหรัฐฯเห็นว่า กลุ่มที่สนับสนุนอิหร่านอาจมุ่งเป้าโจมตีผลประโยชน์ของสหรัฐฯในต่างประเทศ หรือสถานที่ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ หรือชาวอเมริกันทั่วโลก
ที่น่าจับตานับจากวินาทีนี้เป็นต้นไปก็คือ หลังครบกำหนด 48 ชั่วโมงตามเวลาที่“โดนัลด์ ทรัมป์”ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขีดเส้นตายในเวลา 06.44 น.วันที่ 24 มีนาคมวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย โดยล่าสุดเมื่อเย็นวานนี้ "ทรัม" ได้ประกาศเลื่อนออกไปอีก 5 วันว่าจะปฎิบัติการโจมตีเพื่อทำลายโรงผลิตไฟฟ้าทั่วประเทศอิหร่าน โดยจะเริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับแรก หากอิหร่านไม่เปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นเลือดใหญ่การขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกในอ่าวเปอร์เซียให้กลับมาเป็นปกติ
ระหว่าง“โดนัลด์ ทรัมป์”กับอิหร่านผู้ถูกกระทำจนไม่มีทางถอยอีกแล้วนั้น ต้องติดตามดูชนิดที่มิอาจกะพริบตาได้ ว่าใครคือ“ของจริง” ซึ่งถ้าหากสหรัฐฯปฏิบัติตามเสียงขู่ของ“ทรัมป์” ด้วยเหตุที่ถึงอย่างไรอิหร่านก็ไม่ยอมเปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”ให้อยู่แล้ว ยกเว้นเฉพาะประเทศที่ไม่ได้เป็นประเทศพันธมิตรกับสหรัฐฯ รวมทั้งประเทศที่ไม่ได้เป็นปรปักษ์กับอิหร่าน ที่อิหร่านจะยอมเปิดให้นั้น สหรัฐฯกับอิสราเอลต้องเจอการตอบโต้จากอิหร่านแบบ“ตาต่อตา-ฟันต่อฟัน”อย่างสาสมแน่นอน
เพราะจับสัญญาณได้จากเสียงของ“โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ” (mohammad bagher ghalibaf) ประธานรัฐสภาอิหร่าน ผู้นำระดับสูงของอิหร่าน ที่ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเอ็กซ์ส่วนตัวเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา โดยประกาศเตือนสหรัฐฯว่า หากโจมตีทำลายโรงงานพลังงานในอิหร่านตามที่ประกาศไว้ โครงสร้างสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ ในภูมิภาค รวมถึงเครือข่ายด้านพลังงาน จะเป็นเป้าหมายที่มีความชอบธรรมในการโจมตีตอบโต้อย่างรุนแรงจากอิหร่านเช่นกัน
“โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ” กล่าวในข้อความผ่านทางเอ็กซ์ส่วนตัวว่า “โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในตะวันออกกลางอาจถูกทำลายอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้ หากโรงไฟฟ้าของอิหร่านตกเป็นเป้าหมาย และจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นเวลานาน”
และไม่เพียงแต่คำประกาศของ“โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ”เท่านั้น สำนักข่าว“เมห์ร” (Mehr) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน ก็ยังได้เผยแพร่ภาพแผนที่โรงไฟฟ้าในอ่าวเปอร์เซียต่อสาธารณะพร้อมคำเตือนว่า “เตรียมบอกลาไฟฟ้าได้เลย หากทรัมป์ปฏิบัติตามคำขู่”
นอกเหนือจากนั้น “กาลิบาฟ”ก็ยังบอกเตือนผ่านข้อความทางเอ็กซ์ส่วนตัวอีกด้วยว่า สถาบันทางการเงินทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับเงินทุนสนับสนุนกองทัพสหรัฐฯ ล้วนเป็นเป้าหมายโดยชอบธรรมของอิหร่านเช่นกัน โดยระบุว่าพันธบัตรของรัฐบาลสหรัฐฯ“เปียกโชกไปด้วยเลือดของชาวอิหร่าน” ก่อนจะสำทับตบท้ายว่า “เราจะจับตาพอร์ตการลงทุุนของคุณ นี่คือการแจ้งเตือนครั้งสุดท้าย”
บรรทัดนี้ตามไปดูกันว่า “โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ” วัย 64 ปี เป็นใคร เสียงขู่กลับของเขาต่อศัตรูอย่างสหรัฐฯจะมีน้ำหนักแก่การเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับ“ทรัมป์บ้า”จอมเจ้าเล่ห์ผู้กลับกลอก
ว่ากันว่า “โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ” ไม่เพียงแต่จะเป็นประธานรัฐสภาอิหร่านเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในทางการเมืองของอิหร่านภายหลัง“อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนก่อนถูกลอบสังหาร จากการถล่มทางอากาศของสหรัฐฯและอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และต้องจบชีวิตพร้อมกับครอบครัว รวมทั้งผู้นำด้านกลาโหมและข่าวกรองนับสิบคน ซึ่ง“กาลิบาฟ”ได้เปิดตัวออกมาอยู่หน้าฉากและสื่อสารต่อสาธารณะผ่านโซเชียลมีเดียบ่อยครั้ง ก่อนที่“โมจตาบา คาเมเนอี”จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่
ปูมหลังของ“กาลิบาฟ”มีประสบการณ์ทั้งด้านการทหาร และพลเรือนอย่างกว้างขวาง เคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพอากาศของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติ ผู้บัญชาการตำรวจกรุงเตหะราน และนายกเทศมนตรีกรุงเตหะราน ก่อนจะดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภาอิหร่าน อีกทั้ง“กาลิบาฟ”ยังเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีอิหร่านหลายครั้งแต่ไม่ประสบความสำเร็จ
ประการสำคัญ หลังการเสียชีวิตของ“อาลี ลาริจานี” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน “กาลิบาฟ”ได้กลายเป็นบุคคลที่เปรียบเสมือน“สมอง”ของอิหร่านในการ“กำหนดการยุทธ์” เพื่อวางแผนเชิงรุกให้ได้เปรียบสูงสุดต่อการต่อกรกับสหรัฐฯและอิสราเอลศัตรูผู้รุกราน ทั้งด้วยประสบการณ์ และความสัมพันธ์ที่กว้างขวางกับกลุ่มต่างๆ จากอดีตที่มีส่วนร่วมใน“สงคราม 8 ปีอิหร่านกับอิรัก” ระหว่างปี พ.ศ.2523-2531 จนกระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการกองทัพอากาศของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ในปี พ.ศ.2540-2543”
“อาราช อาซิซี” (Arash Azizi) อาจารย์จากมหาวิทยาลัยเยล ของสหรัฐฯ ผู้เขียนหนังสือ“What Iranians Want” เคยกล่าวถึง“กาลิบาฟ”ว่า เป็นบุคคลที่มีอำนาจที่สุดในอิหร่านในปัจจุบัน และเป็นบุคคลหายากที่ดำรงตำแหน่งทั้งสามบทบาท ได้แก่ ด้านการทหาร ความมั่นคง และ การเมือง
สำคัญเหนืออื่นใด “โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ” คือ “มือขวา”ของ“โมจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ป.ป.ช.-สวทช.เดินหน้าพัฒนาเครื่องมือประเมิน ITA และ PIT เสริมความโปร่งใสภาครัฐ
รวบ บูม เซียนพระดัง! คดีอนาจารเด็ก 4 ขวบ ตร.แจ้ง 3 ข้อหาหนัก
กระทรวงเกษตรฯ เตรียมความพร้อมพระราชพิธีพืชมงคลฯปี 69 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวงฝั่งเหนือ
สส. 1 ปี บำนาญตลอดชีพ? หมอวรงค์ ลั่นต้องยกเลิก อย่าเบียดเบียนภาษี
CIB รวบหนุ่มบัญชีม้า หลอกโอนเงินเพื่อหารายได้เสริม สูญเงินกว่า 2 ล้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี