วันจันทร์ ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2569
ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเมื่อวันที่ 15 มีนาคมวานนี้ กว่าจะลงมติเลือกประธานสภาผู้แทนฯ และรองประธานสภาผู้แทนฯได้ เสียเวลาไปพอสมควร กว่าจะได้ลงคะแนน
และในที่สุดใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง จากจำนวน สส.ที่เข้าประชุมทั้งหมด 497 คน นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ 7 สมัย จากพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นบ้านใหญ่และสายตรงของ “เนวิน ชิดชอบ” ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยชนะนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ ของพรรคประชาชน ด้วยคะแนนเสียง 289 ต่อ 123 เสียง โดยมี สส.งดออกเสียง 80 เสียงที่ส่วนใหญ่เป็น สส.ของพรรคกล้าธรรม และมีบัตรเสีย 5 ใบ
ส่วนรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 คน ที่ได้รับความเห็นชอบในวาระเดียวกันนี้ คือนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ได้รับเลือกเป็นรองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 1 และนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย เป็นรองประธานสภาผู้แทนฯ คนที่ 2
อย่างไรก็ตาม การประชุมครั้งนี้ที่ได้สาระจากการเสียเวลาไม่ถึงอึดใจและเป็นประโยชน์กับประชาชนมากที่สุดก็คือการลุกขึ้นอภิปรายนอกวาระของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ซึ่งเป็นสส.แบบบัญชีรายชื่อหนึ่งเดียวของพรรคไทยภักดี โดย นพ.วรงค์ ได้เสนอต่อที่ประชุมไว้เป็นการบ้านเพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่พิจารณา มี 3 เรื่องด้วยกัน คือ ยกเลิกอาหารกลางวันสส., ลดผู้ช่วยสส.จาก8 คน เหลือ 3 คน และยกเลิกบำนาญ สส.
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ได้อภิปรายฝ่าด่าน สส.ที่พยายามลุกขึ้นมาคัดค้านว่าเรื่องที่ นพ.วรงค์อภิปรายไม่ได้อยู่ในวาระการประชุม จนสำเร็จ โดยฝากไปยังประธานสภาผู้แทนราษฎรคนใหม่ ผ่านนายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร สส.บัญชีรายชื่อจากพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีอาวุโสสูงสุดวัย 90 ปี ทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในที่ประชุม-ว่า
“ประชาชนไม่สบายใจว่า พวกเรา สส.มีเงินเดือนกิน ทุกคนเงินเดือนประมาณหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยหกสิบบาท (113,560 บาท) ทำไมต้องเอาภาษีประชาชนมาเลี้ยงอาหารกลางวัน หรือมาเลี้ยงอาหารให้กับ สส. ทำไม สส.ไม่ซื้ออาหารกินเอง ผมไปสืบข้อมูลของสภาฯประเทศต่างๆ ปรากฏว่าหลายประเทศ สส.ต้องซื้ออาหารกินเองนี่คือประเด็นที่หนึ่งประเด็นที่สอง วันนี้เรามีผู้ช่วย สส. 8 คนผมดูหลายประเทศ ผู้ช่วย สส.เขาจะมีแค่ 1 คน 2 คน หรือ 3 คน ประชาชนมองว่าเราใช้จ่ายงบประมาณฟุ่มเฟือยมากเกินไป และยิ่งทราบว่ามีการเพิ่มเงินเดือนจาก 15,000 บาทเป็น 18,000 บาท ถ้าเราลดผู้ช่วย สส.เหลือ 3 คน เราจะประหยัดงบประมาณปีละ 540 ล้านบาท และประเด็นที่สาม เรื่องของกองทุนบำนาญ สส. ซึ่งอยากจะฝากท่านประธานสภาฯคนใหม่ ได้โปรดพิจารณา เพราะมันกินภาษีของพี่น้องประชาชน”
3 เรื่องของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่มีสาระ เพราะ สส.ประเทศนี้ชอบอ้างประชาชน แต่อะไรที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองกลับละเลยเพราะ สส.ส่วนใหญ่เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองเป็นที่ตั้ง ชาวบ้านจึงได้บอกว่าเลือกนักการเมืองเข้าไปเป็นผู้แทนราษฎรแล้ว“เปลืองข้าวสุก” ถ้าเปลี่ยนเป็นเอาเงินงบประมาณไป“เลี้ยงสุนัขจรจัด”ยังจะเกิดประโยชน์และได้บุญมากกว่า
จากนี้ไป เมื่อเสร็จสิ้นพิธีกรรมการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในวันที่ 19 มีนาคมนี้ตามไทม์ไลน์ก็จะมีการประชุมสภาผู้แทนฯเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย จะได้รับความเห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรี จากเสียง สส.ที่มีอยู่ในมือเวลานี้ 291 เสียง โดยอาจจะได้เพิ่มเกินกว่า 300 เสียงจากพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะ“งูเขียว”จากพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่คาดกันว่าน่าจะมีแตกแถวมาโหวตให้นายอนุทิน
ขั้นตอนหลังจากนั้น เมื่อได้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นที่เรียบร้อยก็จัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในชั้นนี้ได้มีการแบ่งสรรปันส่วนเสร็จสิ้นเรียบร้อยแแล้วเช่นกันโดยพรรคภูมิใจไทยซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล ได้ 14 กระทรวง 26 ตำแหน่ง ส่วนพรรคเพื่อไทย ได้ 5 รัฐมนตรีว่าการ 1 รองนายกฯ และ 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการ
14 กระทรวงของพรรคภูมิใจไทย ก็มี กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการคลัง, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงการต่างประเทศ,กระทรวงพลังงาน, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงสาธารณสุข,กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
5 กระทรวงของพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงแรงงาน
เบ็ดเสร็ดเด็ดขาด ก็ประมาณไม่เกินสงกรานต์ปีใหม่ไทย “รัฐบาลอนุทิน 2” ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูลเป็นนายกรัฐมนตรี จะเข้าไปบริหารประเทศได้อย่างเป็นทางการหลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น
แต่ถึงกระนั้น แม้ว่ารัฐบาลยังไม่เป็นรูปเป็นร่างอย่างเป็นทางการ แต่ “นิด้าโพล”ก็ได้มีผลสำรวจออกมาเมื่อวันที่ 15 มีนาคมวานนี้ เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลชุดใหม่จากจำนวน 1,310 ตัวอย่างที่สำรวจทั่วประเทศระหว่างวันที่ 10-11 มีนาคม 2569 พบว่า ร้อยละ 42.82 ระบุว่า ค่อนข้างมีเสถียรภาพทางการเมือง, รองลงมา ร้อยละ 25.34 ระบุว่า ไม่ค่อยมีเสถียรภาพทางการเมือง, ร้อยละ21.07 ระบุว่า มีเสถียรภาพทางการเมืองมาก, ร้อยละ 10.08 ระบุว่า ไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองเลย และร้อยละ 0.69 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
นอกจากนั้นเมื่อถามถึงการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลของพรรคฝ่ายค้าน พบว่า ร้อยละ 17.71 ระบุว่า ทั้งสามพรรคจะสร้างความกังวลให้รัฐบาล, ร้อยละ 17.40 ระบุว่า พรรคประชาชนจะสร้างความกังวลให้รัฐบาลมากที่สุด, ร้อยละ 14.66 ระบุว่า ทั้งสามพรรคจะไม่สร้างความกังวลให้รัฐบาลเลย, ร้อยละ 6.18 ระบุว่า พรรคกล้าธรรมจะสร้างความกังวลให้รัฐบาลมากที่สุด, ร้อยละ5.11 ระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์จะสร้างความกังวลให้รัฐบาลมากที่สุด และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
สรุปบรรทัดนี้ สำคัญมั่นคงคือชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทย ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลหรือใครเป็นฝ่ายค้าน ปัญหาพลังงานคือวิกฤตใหญ่ของประเทศที่รออยู่ ตราบที่สงครามรุกรานอิหร่านโดยสหรัฐอเมริกากับอิสราเอลยังไม่ยุติ!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ฮอร์มุซ เงินหยวน และเรือรบสหรัฐฯ เมื่ออิหร่านกำลังเขย่าระเบียบโลก ไทยควรเตรียมตัวอย่างไร
ปลัดมท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วประเทศเข้ม 3 มาตรการเพิ่มเติม รับมือสถานการณ์พลังงาน
หวานชื่น! เปอร์ สุวิกรม-ยิหวา ลั่นระฆังวิวาห์หลังคบหาดูใจ 9 ปี
เขมรเอาจริง! ไฟเขียว กม.ปราบสแกมออนไลน์ โทษหนักทั้งจำทั้งปรับ
นพดล ปิ๊งไอเดีย เสนอ 5 แนวทางพลิกวิกฤตตะวันออกกลางเป็นโอกาสไทยเข้มแข็ง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี