วันพุธ ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 10 มีนาคมวานนี้ “โดนัลด์ ทรัมป์”ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางช่องทาง“ทรูธ โซเชียล” ส่วนตัว“@RealDonaldTrump” สื่อสารไปยังอิหร่านศัตรูคู่สงครามว่า “หากอิหร่านทำสิ่งใดก็ตามที่หยุดการเดินทางของน้ำมันภายในช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาจะถูกสหรัฐฯโจมตีรุนแรงกว่าเดิม 20 เท่า จากที่พวกเขาได้เคยถูกโจมตีมาแล้ว”
“โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งมีฉายาว่า“ทรัมป์บ้า” ยังพูดจาโอหังแบบคุยเขื่องตามนิสัยถาวรของกุ๊ยอเมริกันว่า “นอกจากนี้ เราจะกำจัดเป้าหมายที่สามารถถูกทำลายได้ง่าย ซึ่งจะทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่อิหร่านจะสร้างประเทศของตนเองขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง ความตาย ไฟ และความโกรธแค้นจะถาโถมใส่พวกเขา”
และ“ทรัมป์”ได้ทิ้งท้ายแสดงตนราวกับเป็นนักบุญและเป็นผู้กุมชะตากรรมของประเทศต่างๆ บนโลกใบนี้ว่า “แต่ผมหวังและอธิษฐานว่า มันจะไม่เกิดขึ้น นี่เป็นของขวัญจากสหรัฐฯสำหรับจีน และทุกประเทศที่ใช้ทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หวังว่าจะเป็นท่าทีที่ได้รับการชื่นชมอย่างยิ่ง ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้”
วันนี้ 11 มีนาคม 2569 ล่วงเข้าวันที่ 12 ของสงครามรุกรานอิหร่านโดยสหรัฐฯร่วมมือกับอิสราเอล และ“ช่องแคบฮอร์มุซ”เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งน้ำมันทางทะเล ถูกอิหร่านโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ประกาศปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ก็ยังได้ยินแต่เสียงขู่ว่าสหรัฐฯจะไม่ยอมอิหร่าน
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันแรกที่อิหร่านประกาศปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”และส่งเสียงเตือนว่าจะ“โจมตี”และ“เผาเรือทุกลำ” “โดนัลด์ ทรัมป์”ก็ได้ออกมาสวนกลับ เพื่อค้ำประกันความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการเดินเรือของทุกประเทศว่า สหรัฐฯจะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่ผ่านช่องแคบแห่งนี้ โดยเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ
นอกจากนั้น “ทรัมป์”ก็ยังสั่งให้บรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ (DFC) จัดทำ “โครงการประกันภัยสำรอง” เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบริษัทขนส่งน้ำมันและขนส่งก๊าซที่เดินเรือผ่าน“ช่องแคบฮอร์มุซ” โดยตั้งวงเงินประกันภัยสำรองสูงสุด 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.34 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ดี หลังการประกาศปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”ของอิหร่าน ปรากฏว่าจนนาทีนี้ก็ยังไม่มีเรือลำไหนกล้าแล่นผ่าน“ช่องแคบฮอร์มุซ” จะมีก็เพียงบางลำที่อิหร่านอนุญาต จากจำนวนเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 300 ลำ ที่ค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเรือที่ได้รับการอนุญาตให้ผ่าน ส่วนใหญ่เป็นเรือที่มีเจ้าของเป็นอิหร่านและจีน
จากตัวเลขในช่วงเดือนมกราคมก่อนสหรัฐฯกับอิสราเอลจะเปิดฉากสงครามรุกรานอิหร่าน และก่อนอิหร่านประกาศปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ” มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ แล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้ โดยเฉลี่ยวันละประมาณ 15 ลำ ซึ่งเฉพาะน้ำมันดิบนั้นประมาณ 16.5-17 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 ของการขนส่งน้ำมันทางเรือทั่วโลก และประมาณร้อยละ 20 ของการบริโภคน้ำมันทั้งโลก
แต่หลังจากอิหร่านประกาศปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”เวลานี้นิ่งสนิทไม่มีประเทศไหนกล้าผ่าน เพราะมีความเสี่ยงสูงจากขีปนาวุธและโดรน แม้สหรัฐฯจะอ้าปีกประกาศว่าจะส่งเรือรบคุ้มกันให้ก็ตาม และด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถึง 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับบ้านเราซึ่งแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลสมรภูมิสงคราม แต่เมื่อเจอกับ“ราคาปัญหาน้ำมัน”ที่มีผลกระทบเหมือนกันทั้งโลก ก็ต้องถือว่าหนักหนาสาหัส เพราะทำให้ต้นทุนน้ำมันในประเทศมีราคาเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และก็จะกระทบต่อค่าครองชีพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด
อีกทั้งถึงแม้ว่ารัฐบาล โดยนายอรรถพลฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะยืนยันว่าไทยมีน้ำมันใช้ไม่ขาดแคลน แต่ขณะนี้ภาครัฐต้องใช้กลไกของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เข้ามาช่วยพยุงราคาขายปลีก โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคขนส่งและเศรษฐกิจฐานราก ที่รัฐบาลตรึงราคาลิตรละ 29.94 บาททำให้ต้องใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันฯ เฉลี่ยถึงลิตรละ 9.57 บาท เท่ากับว่าต้องควักเงินจากกองทุนน้ำมันฯออกไปโปะวันละประมาณ 700 ล้านบาท
มิหนำซ้ำฟังจากนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่บอกว่าประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างแน่นอน เนื่องจากมีระบบบริหารจัดการด้านพลังงานที่เข้มแข็ง และมีการกระจายแหล่งนำเข้าจากภูมิภาคต่างๆ ของโลก ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้แต่ฟังเท่านั้น เพราะยังมั่นใจอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น เนื่องจากสงครามจะยืดเยื้อบานปลายหรือยุติลงได้หรือไม่อย่างไร ณ เวลานี้ไม่มีใครตอบได้
ขนาดว่ายังถล่มกันโครมๆ ด้วยขีปนาวุธและโดรนสาดใส่กันแบบเรือหายวายป่วงทั้งสองฝ่ายอยู่ในเวลานี้ “ทรัมป์บ้า” ก็ยังโกหกหน้าตาเฉยจากที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 มีนาคมวานนี้ โดย“ทรัมป์”บอกกับผู้สื่อข่าวว่า
“สงครามใกล้จะเสร็จสมบูรณ์มากแล้ว และมันจะยุติลงในไม่ช้า ถ้ามันเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง อิหร่านจะได้รับผลกระทบหนักกว่าเดิม และสหรัฐฯ กำลังบรรลุ ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายทางทหาร เราได้กำจัดกองกำลังทั้งหมดในอิหร่านไปอย่างสิ้นเชิง อิหร่านไม่เหลือกองทัพเรือ ไม่มีการสื่อสาร และไม่มีกองทัพอากาศอีกต่อไป”
ถ้าใครเชื่อที่“ทรัมป์บ้า”พูด ก็คงต้องบ้าตามไปด้วย !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เสียงจากบุรีรัมย์ ขอรัฐช่วยตรึงดีเซล ค้านปิดปั๊ม 4 ทุ่ม
หนุ่มขับกระบะตกคลอง ร้องขอพลเมืองดีอย่าเรียกตำรวจ เจอยาบ้าตกข้างรถ
ซัมเมอร์เดือด พลอยชมพู เสิร์ฟบิกินี่ตัวจี๊ดโชว์หุ่นฟิตเป๊ะ
เจ้าเดียวกับตึก สตง.! ผู้รับเหมาทิ้งงานศูนย์ราชการแพร่ 539 ล้าน จ่อขึ้นแบล็กลิสต์
ฟ้า พรหมศร อดอาหารในคุก หลังศาลไม่ให้ประกันตัวคดี ม.112

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี