วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2569
เมื่อวันที่ 10 มีนาคมวานนี้ “โดนัลด์ ทรัมป์”ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางช่องทาง“ทรูธ โซเชียล” ส่วนตัว“@RealDonaldTrump” สื่อสารไปยังอิหร่านศัตรูคู่สงครามว่า “หากอิหร่านทำสิ่งใดก็ตามที่หยุดการเดินทางของน้ำมันภายในช่องแคบฮอร์มุซ พวกเขาจะถูกสหรัฐฯโจมตีรุนแรงกว่าเดิม 20 เท่า จากที่พวกเขาได้เคยถูกโจมตีมาแล้ว”
“โดนัลด์ ทรัมป์” ซึ่งมีฉายาว่า“ทรัมป์บ้า” ยังพูดจาโอหังแบบคุยเขื่องตามนิสัยถาวรของกุ๊ยอเมริกันว่า “นอกจากนี้ เราจะกำจัดเป้าหมายที่สามารถถูกทำลายได้ง่าย ซึ่งจะทำให้แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่อิหร่านจะสร้างประเทศของตนเองขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง ความตาย ไฟ และความโกรธแค้นจะถาโถมใส่พวกเขา”
และ“ทรัมป์”ได้ทิ้งท้ายแสดงตนราวกับเป็นนักบุญและเป็นผู้กุมชะตากรรมของประเทศต่างๆ บนโลกใบนี้ว่า “แต่ผมหวังและอธิษฐานว่า มันจะไม่เกิดขึ้น นี่เป็นของขวัญจากสหรัฐฯสำหรับจีน และทุกประเทศที่ใช้ทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หวังว่าจะเป็นท่าทีที่ได้รับการชื่นชมอย่างยิ่ง ขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้”
วันนี้ 11 มีนาคม 2569 ล่วงเข้าวันที่ 12 ของสงครามรุกรานอิหร่านโดยสหรัฐฯร่วมมือกับอิสราเอล และ“ช่องแคบฮอร์มุซ”เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งน้ำมันทางทะเล ถูกอิหร่านโดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ประกาศปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ก็ยังได้ยินแต่เสียงขู่ว่าสหรัฐฯจะไม่ยอมอิหร่าน
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันแรกที่อิหร่านประกาศปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”และส่งเสียงเตือนว่าจะ“โจมตี”และ“เผาเรือทุกลำ” “โดนัลด์ ทรัมป์”ก็ได้ออกมาสวนกลับ เพื่อค้ำประกันความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคการเดินเรือของทุกประเทศว่า สหรัฐฯจะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันทุกลำที่ผ่านช่องแคบแห่งนี้ โดยเรือรบของกองทัพเรือสหรัฐฯ
นอกจากนั้น “ทรัมป์”ก็ยังสั่งให้บรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ (DFC) จัดทำ “โครงการประกันภัยสำรอง” เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับบริษัทขนส่งน้ำมันและขนส่งก๊าซที่เดินเรือผ่าน“ช่องแคบฮอร์มุซ” โดยตั้งวงเงินประกันภัยสำรองสูงสุด 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.34 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ดี หลังการประกาศปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”ของอิหร่าน ปรากฏว่าจนนาทีนี้ก็ยังไม่มีเรือลำไหนกล้าแล่นผ่าน“ช่องแคบฮอร์มุซ” จะมีก็เพียงบางลำที่อิหร่านอนุญาต จากจำนวนเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 300 ลำ ที่ค้างอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งเรือที่ได้รับการอนุญาตให้ผ่าน ส่วนใหญ่เป็นเรือที่มีเจ้าของเป็นอิหร่านและจีน
จากตัวเลขในช่วงเดือนมกราคมก่อนสหรัฐฯกับอิสราเอลจะเปิดฉากสงครามรุกรานอิหร่าน และก่อนอิหร่านประกาศปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ” มีเรือบรรทุกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ แล่นผ่านช่องแคบแห่งนี้ โดยเฉลี่ยวันละประมาณ 15 ลำ ซึ่งเฉพาะน้ำมันดิบนั้นประมาณ 16.5-17 ล้านบาร์เรลต่อวัน คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 40 ของการขนส่งน้ำมันทางเรือทั่วโลก และประมาณร้อยละ 20 ของการบริโภคน้ำมันทั้งโลก
แต่หลังจากอิหร่านประกาศปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”เวลานี้นิ่งสนิทไม่มีประเทศไหนกล้าผ่าน เพราะมีความเสี่ยงสูงจากขีปนาวุธและโดรน แม้สหรัฐฯจะอ้าปีกประกาศว่าจะส่งเรือรบคุ้มกันให้ก็ตาม และด้วยเหตุนี้จึงส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงอย่างรวดเร็ว โดยล่าสุดตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ถึง 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
สำหรับบ้านเราซึ่งแม้ว่าจะอยู่ห่างไกลสมรภูมิสงคราม แต่เมื่อเจอกับ“ราคาปัญหาน้ำมัน”ที่มีผลกระทบเหมือนกันทั้งโลก ก็ต้องถือว่าหนักหนาสาหัส เพราะทำให้ต้นทุนน้ำมันในประเทศมีราคาเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย และก็จะกระทบต่อค่าครองชีพและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด
อีกทั้งถึงแม้ว่ารัฐบาล โดยนายอรรถพลฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะยืนยันว่าไทยมีน้ำมันใช้ไม่ขาดแคลน แต่ขณะนี้ภาครัฐต้องใช้กลไกของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) เข้ามาช่วยพยุงราคาขายปลีก โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักของภาคขนส่งและเศรษฐกิจฐานราก ที่รัฐบาลตรึงราคาลิตรละ 29.94 บาททำให้ต้องใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันฯ เฉลี่ยถึงลิตรละ 9.57 บาท เท่ากับว่าต้องควักเงินจากกองทุนน้ำมันฯออกไปโปะวันละประมาณ 700 ล้านบาท
มิหนำซ้ำฟังจากนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่บอกว่าประเทศไทยจะไม่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันอย่างแน่นอน เนื่องจากมีระบบบริหารจัดการด้านพลังงานที่เข้มแข็ง และมีการกระจายแหล่งนำเข้าจากภูมิภาคต่างๆ ของโลก ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้แต่ฟังเท่านั้น เพราะยังมั่นใจอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น เนื่องจากสงครามจะยืดเยื้อบานปลายหรือยุติลงได้หรือไม่อย่างไร ณ เวลานี้ไม่มีใครตอบได้
ขนาดว่ายังถล่มกันโครมๆ ด้วยขีปนาวุธและโดรนสาดใส่กันแบบเรือหายวายป่วงทั้งสองฝ่ายอยู่ในเวลานี้ “ทรัมป์บ้า” ก็ยังโกหกหน้าตาเฉยจากที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 10 มีนาคมวานนี้ โดย“ทรัมป์”บอกกับผู้สื่อข่าวว่า
“สงครามใกล้จะเสร็จสมบูรณ์มากแล้ว และมันจะยุติลงในไม่ช้า ถ้ามันเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง อิหร่านจะได้รับผลกระทบหนักกว่าเดิม และสหรัฐฯ กำลังบรรลุ ความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายทางทหาร เราได้กำจัดกองกำลังทั้งหมดในอิหร่านไปอย่างสิ้นเชิง อิหร่านไม่เหลือกองทัพเรือ ไม่มีการสื่อสาร และไม่มีกองทัพอากาศอีกต่อไป”
ถ้าใครเชื่อที่“ทรัมป์บ้า”พูด ก็คงต้องบ้าตามไปด้วย !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

‘ปิโตรเลียม-ยานยนต์-ส่งออก’หนุนดัชนีอุตฯ มี.ค.ขยายตัว 0.75% จับตาปัจจัยลบกดดันต้นทุน
นายกฯเรียกถกทีมเศรษฐกิจ เคาะไทยช่วยไทยพลัส ก่อนเริ่มใช้ 1 มิ.ย.นี้
ทรัมป์ กร้าว! ขู่ลดทหารในเยอรมนี หลังเปิดศึกวิวาทะเดือด
‘โบลท์’ร่อนจดหมายยัน‘ความปลอดภัย’สำคัญที่สุด ระงับ‘ไรเดอร์’ผิดกฎไปแล้ว 40,000 ราย
ภาพหาดูยาก หมวย สุภาภรณ์ ย้อนอดีตความลำบากเบื้องหลังกอง ปอบผีฟ้ ถึงขั้นต้องให้น้ำเกลือคาชุดแสดง

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี