วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569
วันนี้วันที่ 19 มีนาคม จะมีการโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับหนึ่งของพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกรัฐมนตรี และเมื่อวานวันที่ 18 มีนาคม ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีการจัดการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และ 85 หรือไม่ จากการจัดพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ของ กกต.
เรื่องแรกเกี่ยวการโหวตนายกรัฐมนตรี มีกรณีเดียวที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี คือ เกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างขานชื่อลงคะแนน ณ ห้องประชุมพระสุริยัน ในสัปปายะสภาสถาน ซึ่งใช้เป็นที่ประกอบพิธีกรรม โดยมีขีปนาวุธจากอ่าวเปอร์เซียพลัดหลงมาลงกลางที่ประชุมพอดิบพอดี
ถ้าเกิดเหตุการณ์อันเหลือเชื่อเช่นนั้น ก็ต้องถือว่าจบข่าว เท่ากับ“เซ็ตซีโร่” ทั้งเรื่องการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เรื่องค่าอาหารที่ต้องใช้เงินงบประมาณแผ่นดินมาเลี้ยง สส.ผู้ทรงเกียรติ ซึ่งมีเงินเดือนประจำคนละเป็นแสนบาทต่อเดือนกินฟรี และกำลังเป็นประเด็นร้อนจากการเสนอให้ยกเลิกของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยภักดี พร้อมกับการเติมเชื้อจากปากที่ไม่มีหูรูดของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาคนใหม่ และอีกเรื่องหนึ่ง ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ กรณี“บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด”บนบัตรเลือกตั้ง
ดังนั้น เมื่อเหตุการณ์ชนิดที่“ไม่เชื่ออย่าลบหลู่”ดังที่กล่าวไม่มีทางจะเกิดเป็นจริงได้ การโหวตเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี จึงไม่น่าจะมีอะไรพลิกโผ นายอนุทินจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย ซึ่งตามที่ปฏิบัติกันมาบุคคลที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมาแล้ว จะไม่นับลำดับเพิ่ม ด้วยเหตุนนี้นายอนุทินจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของ“รัฐบาลอนุทิน 2”
ทั้งนี้ จำนวน สส.ที่จะโหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี จากพรรคร่วมรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในเวลานี้ มีต้นทุนทั้งหมด 291 เสียง ถือว่า“นอนมา”อยู่แล้ว และเมื่อถึงเวลาขานชื่อลงคะแนน จะมี สส.“งูเขียว”จากพรรคกล้าธรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มายกมือโหวตเพิ่มให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เกิน 300 เสียงหรือไม่
เพราะการเป็นฝ่ายค้านของพรรคกล้าธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ หาใช่ว่าพรรคกล้าธรรมจะต้องเป็นฝ่ายค้านอย่างถาวร โดยพิจารณาได้จากคำพูดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ว่า“เพื่อนกันไม่มีวันหมดอายุ” ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประสานรับว่า“เพื่อนกันไม่มีวันตาย” ซึ่งในวันหน้าและก็มีความเป็นไปได้สูงว่า พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทย ไม่น่าจะ“ร่วมหอลงโลง”กันได้นาน และเมื่อถึงเวลานั้น พรรคกล้าธรรมก็จะเป็นตัวเลือกใหม่ในการเข้าร่วมรัฐบาลแทนพรรคเพื่อไทย
อย่างไรก็ตาม การโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ที่น่าจับตาก็คือ “เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหนึ่งเดียวของพรรคประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนจะเสนอชื่อขึ้นมา“ชิงดำ”กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล
ด้วยเป้าหมายหลักของพรรคส้มที่เสนอ“เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ”ขึ้นมาเป็นคู่แข่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็เพื่อใช้โอกาสการแสดงวิสัยทัศน์โฆษณาชวนเชื่อให้มวลชน“ด้อมส้ม”ได้ส่งเสียงชื่นชมยินดีกับ“หัวหน้าเท้ง” ผู้ซึ่งปล่อยให้มิจฉาชีพทางไซเบอร์”ล้วงตับ”เจาะข้อมูล“หมายเลข Laser ID”หลังบัตรประชาชนของสมาชิกพรรคประชาชนไปได้ ทั้งที่จบวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และเคยทำธุรกิจ “Cloud Service” เกี่ยวกับเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลและบริการซอฟต์แวร์มาก่อน รวมทั้งยังคุยโม้โอ้อวดว่าสามารถเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมฯ 2
ที่น่าจับตาก็คือ ถึงแม้พรรคส้มจะรู้กันตั้งแต่ในมุ้งว่า“เท้ง-ณัฐพงษ์”จะเป็น“นายกฯว่าว”เหมือน“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เพราะเสียงสนับสนุนไม่พอ แต่เพียงแค่ต้องการจะแสดงวิสัยทัศน์โฆษณาชวนเชื่อจากที่ประชุมสภาฯ และเพื่อที่จะได้ใช้เป็น“โพรไฟล์”อ้างอิงให้ดูขลังว่า หน้าพรรคประชาชนคนนี้เคยได้รับการเสนอชื่อโหวตเป็นนายกรัฐมนตรี นั้น จากเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้งหมด 209 เสียง อันประกอบด้วยพรรคประชาชน 120 เสียง, กล้าธรรม 58 เสียง, ประชาธิปัตย์ 21 เสียง, ไทยรวมพลัง 6 เสียง, รวมไทยสร้างชาติ 2 เสียง, ไทยภักดี 1 เสียง และเสรีรวมไทย 1 เสียง เมื่อโหวตกันแล้ว“เท้ง”จะได้ครบ 209 เสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่
เมื่อย้อนกลับไปดูในวันเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ“ไอติม” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถูกเสนอชื่อแข่งกับนายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย และพ่ายแพ้นายโสภณ ด้วยคะแนน 289 ต่อ 123 เสียง โดยที่คะแนนเสียงของฝ่ายค้านหายไปถึง 76 เสียง และที่เป็นเช่นนี้ก็ไม่แปลก เพราะใครก็รู้ว่าพรรคประชาชนเล่นการเมืองแบบ“ข้าเก่งอยู่คนเดียว” ไม่เอาเพื่อนไม่มีพวกพ้อง พรรคกล้าธรรมกับพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงโหวตงดออกเสียง
การโหวตนายกรัฐมนตรีในวันนี้ 19 มีนาคม ระหว่าง“เท้ง” ที่มีโอกาสสูงว่าจะต้องพ้นสภาพจากการเป็น สส.และถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมืองในคดี“อดีต44 สส.ก้าวไกลเสนอแก้ไขมาตรา 112”ในอนาคตอันใกล้นี้ กับ“ไอติม”ที่อาจจะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาชนคนต่อไป ใครจะมีบารมีมากกว่ากัน โดย“เท้ง”จะสามารถรักษาคะแนนโหวตเห็นชอบให้เป็น“นายกฯว่าว”จำนวน 123 เสียงเท่ากับ“ไอติม”ได้หรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตาดูอีกเช่นกัน
สำหรับคดี“บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด”บนบัตรเลือกตั้งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องเรียกว่า“ระทึก” เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากถึง 6 ต่อ 3 เสียงให้รับเรื่องไว้พิจารณา โดยที่ผู้ตรวจการแผ่นดินในฐานะผู้ร้องชงเรื่องเป็นสารตั้งต้นว่า “มีเหตุอันน่าเชื่อได้ว่าสามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ ซึ่งขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 83 และมาตรา 85 อันมีลักษณะเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้”
สุดท้าย ซึ่งนับจากวันนี้ก็ไม่น่าจะนาน ถ้าศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออมาว่า“ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ” นั่นก็หมายความว่าต้องมีการเลือกตั้ง สส.กันใหม่ท่ามกลางศึก“สงครามตะวันออกกลาง” ที่โลกทั้งใบต้องประสบภาวะ“ทุพภิกขภัย” หรือตกอยู่ในภาวะ“ข้าวยากหมากแพง”เพราะ“วิกฤตพลังงาน”
เลือกตั้งใหม่น่ะเลือกได้ แต่ที่น่าคิดก็คือ เงินงบประมาณแผ่นดินของชาติเกือบ 1 หมื่นล้านบาทที่จะต้องใช้เพื่อการเลือกตั้ง“สส. 500 จำพวก” ซึ่งแม้แต่ข้าวปลาอาหารก็ยังต้องใช้เงินภาษีของชาวบ้านที่มีฐานะยากจนกว่าไปเลี้ยงดูหัวละ 1 พันบาทต่อวันนั้น-คุ้มกันหรือไม่ ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

จับตา! ‘งูเห่าสีส้ม’ แผลงฤทธิ์สวนมติพรรคประชาชนโหวต ‘อนุทิน’ ด้าน ‘ศิริกัญญา’ ย้ำส่ง ‘เท้ง’ชิงนายกฯ
ป.ป.ส. บุกจับ ข้าราชการเทศบาล เอี่ยวแก๊งค้ายา-ฟอกเงิน ยึดทรัพย์ 8 ล้าน
ชูศักดิ์ ยก 4 ข้อฝาก ปธ.สภาฯ งดประชุมกมธ. พุธ-พฤหัสบดี หวั่นซ้ำซ้อน-มาแค่เซ็นชื่อ
แฉวินาทีระทึก ชายไทยโดดลงบ่อ หมูเด้ง ถ่ายคลิประยะประชิด สวนสัตว์สั่งดำเนินคดีถึงที่สุด
ประกาศให้ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี