วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569
พรรคส้มกับการเมืองใน พ.ศ.นี้ คงยังต้องล้มลุกคลุกคลานไปอีกไม่รู้ว่าจะลงหลักปักฐานได้จริงๆ เมื่อใด โดยเฉพาะการเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ
หรืออาจจะเป็นไปตามที่ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณตัวพ่อของพรรคส้ม ตั้งธงไว้ โดยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก“Charnvit Kasetsiri”เมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมาว่า “ถ้า(พรรคประชาชน)ถูกยุบพรรค ก็ตั้งชื่อใหม่‘พรรคราษฎร’ดีไหม ตั้งเป้าเป็นรัฐบาลปี 2575/2032 ครบรอบ 100 ปีพอดี”
“ครบรอบ 100 ปีพอดี” ที่ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อ้างถึง ก็คือครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ที่“คณะราษฎร” ปล้นพระราชอำนาจพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 จนบัดนี้อำนาจนั้นก็ยังไม่ถึงมือประชาชน และหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองคณะราษฎรได้ไม่นาน สายทหารโดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม กับสายพลเรือน โดยนายปรีดี พนมยงค์ ก็แย่งชิงอำนาจแตกแยกกันเอง และสุดท้ายบั้นปลายชีวิตของบุคคลทั้งสองก็ต้องลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในต่างแดนจนสิ้นชีวิต
หากย้อนไปดูก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ถึงกับมั่นอกมั่นใจ จากที่โพสต์ข้อความผ่านในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ว่า “เชื่อว่าถ้าสีส้มชนะถล่มทลาย landslide จัดตั้งรัฐบาลได้สะดวก สันติประชาธรรมจะบังเกิด แต่ถ้าออกมาแบบเดิมก้อบ่มิไก๊”
แต่ปรากฏว่าเมื่อผลการเลือกตั้งออกมาไม่เป็นไปตามความคาดหวังของพลพรรคสีส้ม เสียง“การโกงการเลือกตั้ง”โดยการจัดการเลือกตั้งที่ไม่โปร่งใสของ กกต.ก็ดังกระหึ่ม และนำไปเทียบเคียงกับการเลือกตั้งสกปรกในปี 2500 สมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม และต้องการจะให้การเลือกตั้ง“เป็นโมฆะ” ถึงขนาดว่าเมื่อวันที่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของประชาชน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ประเด็นสำคัญที่เตรียมเสนอเป็นเรื่องแรกในสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชน คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับที่มาและกระบวนการถอดถอนองค์กรอิสระ
โดยมีเป้าหมายไปที่ กกต.ซึ่งนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ชี้ว่า ภายหลังการเลือกเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กกต.ถูกตั้งคำถามจากสังคมเกี่ยวกับความโปร่งใส และความเป็นธรรมของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง และเชื่อว่าการแก้ไขประเด็นดังกล่าวเกี่ยวกับที่มาและกระบวนการถอดถอน กกต.น่าจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน
ในช่วงเวลาเฉพาะหน้านี้ พรรคประชาชนก็คงรอลุ้นอยู่ว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยออกมาอย่างไรกรณี“บาร์โค้ด”บนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และ“คิวอาร์โค้ด”บนบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต โดยในเบื้องต้นมีรายงานข่าวว่า นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประจำสัปดาห์ในวันที่ 18 มีนาคมนี้ ซึ่งคงต้องจับตาดูว่าที่ประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีมติรับคำร้องที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่อย่างไร
ทั้งนี้ คำร้องดังกล่าวของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินที่ได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยเมื่อวันที่ 13 มีนาคมที่ผ่านมานั้น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่า น่าเชื่อได้ว่า“บาร์โค้ด”และ“คิวอาร์โค้ด”บนบัตรเลือกตั้ง สามารถเชื่อมโยงหรือสืบค้นย้อนกลับถึงตัวผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ ทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่เป็นความลับ อันขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 83 และมาตรา 85 และมีลักษณะเป็นการกระทำที่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของผู้ร้องเรียนและประชาชน ที่รัฐธรรมนูญให้การรับรองและคุ้มครองไว้
ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และสุดท้ายมีคำวินิจฉัยออกมาในเวลาไม่นานนับจากวันนี้ว่า “บาร์โค้ด”และ“คิวอาร์โค้ด”บนบัตรเลือกตั้ง ขัดกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ นั่นก็จะส่งผลให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นโมฆะได้ และก็คงจะสมใจปรารถนาพรรคส้มกับบรรดาผู้นำจิตวิญญาณที่เป็นกองเชียร์ ด้วยมีความมั่นใจกันว่า ถ้ามีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง พรรคส้มมีโอกาสจะได้รับเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เพียงพรรคเดียว
แต่ถ้าถึงวันนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ อันจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นโมฆะ ก็เห็นทีว่าพรรคส้มหรือพรรคประชาชนก็จะต้องมีอันเป็นไป เช่นเดียวกับชะตากรรมของพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล จากการถูกสั่งยุบพรรคใน 2 คดีที่ว่านี้ คือ คดี“อดีต44 สส.ก้าวไกลเสนอแก้ไขมาตรา 112” กับคดี“หมายเลข Laser ID”ที่พรรคประชาชนกำหนดให้ผู้สมัครเป็นสมาชิกพรรคต้องกรอกลงในใบสมัคร
เฉพาะคดีหลังคือ “หมายเลข Laser ID” พรรคก้าวไกลถูกนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ร้อง กกต.ไปแล้วถึง“2 เด้ง” เด้งแรกผิด พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) และเด้งที่สองคือ“ข้อมูลสมาชิกรั่วไหล”ที่เพิ่งจะเป็นข่าว ซึ่งการที่พรรคประชาชนปล่อยให้ข้อมูลรั่วไหลนั้น นายศรีสุวรรณได้ร้องต่อ กกต.ว่า อาจทำให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปก่ออาชญากรรม อันเป็นการคุกคามความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนได้ โดยขัดต่อมาตรา 45 ประกอบมาตรา 92 (3) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560
ดูทรงแล้ว ชื่อ“พรรคราษฎร”อาจได้ใช้แน่หลังพรรคประชาชนถูกยุบพรรค และถ้าจะให้ดี ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ วัย 84 ในวันนี้ ควรเสนอตัวเป็นหัวหน้าพรรคพร้อมกันไปด้วย ซึ่งเมื่อถึงปี 2575 ครบรอบ 100 ปีวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง ดร.ชาญวิทย์ก็จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลพรรคราษฎรในวัย 90 ปี
ถึงวันนั้นท้องฟ้าก็จะสีทองผ่องอำไพ“ราษฎร”ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

โต๋ ศุภโชติ จี้รัฐเช็กบิล 'ทุนใหญ่' กักตุนน้ำมันเก็งกำไร หลังโควตาปั๊มลดฮวบ
บก.ทท.ลุยชายแดนสระแก้ว! กู้ทุ่นระเบิด PMN อีก 6 ทุ่น เร่งเคลียร์ 99,800 ตร.ม.
สนามบินดูไบ กลับมาเปิดให้บริการบางเส้นทาง หลังถูกโดรนอิหร่านถล่มคลังน้ำมัน
ศาลอุทธรณ์ยืน จำคุก อติรุจ 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา คดีตะโกนใส่ขบวนเสด็จฯ
ฉลองพระองค์สมเด็จพระราชินี ชุดที่ 1 เสด็จพระราชดำเนินถึงท่าอากาศยานนานาชาติวัตไต นครเวียงจันทน์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี