ในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาการบ้านการเมืองของไทยไม่ค่อยจะคงที่ มีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีไปถึง 4 คน การดำเนินนโยบายต่างประเทศก็ดูไม่ปะติดปะต่อ ทำได้เพียงแสดงจุดยืนและท่าทีแบบขอไปทีไปวันๆ หนึ่ง ภาพลักษณ์ภาพพจน์ไทยในสายตาของชาวโลกก็ตกต่ำลง จัดได้ว่าไทยไม่อยู่ในจอเรดาร์ของชาวโลกดูไม่มีความสลักสำคัญใดๆ
แต่มาบัดนี้การบ้านการเมืองไทยก็ดูทีท่าว่าจะมีเสถียรภาพ เพราะฝ่ายคณะรัฐบาลผสม 2 พรรคการเมืองคือ พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยคุณอนุทิน ชาญวีรกูล มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเกือบ 300 ที่นั่งจากจำนวนที่นั่งทั้งหมด 500 ที่นั่งด้วยกัน ส่งผลให้คณะรัฐบาลชุดใหม่ดูจะมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก ส่วนทางด้านพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ประกอบด้วยพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ดูจะขาดความเป็นเอกภาพ มีการขัดกันอยู่ในที ทั้งในเรื่องบุคลิกภาพของผู้นำ และทั้งในเรื่องอุดมคติและอุดมการณ์ ฝ่ายค้านโดยองค์รวมจึงดูไม่ขลัง ไม่น่าเกรงขาม
ในรูปการณ์นี้ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลถ้ามีความตั้งอกตั้งใจจริง และมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ก็ดูจะอยู่ในวิสัยที่จะทำงานให้กับบ้านเมืองได้คล่องคอ คล่องตัว ด้วยการแสดงออกซึ่งความมุ่งมั่นตั้งใจ และผลงาน
ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับภายในประเทศก็มีประเด็นปัญหาของการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและด้วยความยุติธรรม เพื่อให้หลักการว่าด้วยธรรมาภิบาลแข็งแกร่งและเอาชนะการฉ้อราษฎร์บังหลวง การทุจริตคอร์รัปชันต่างๆ ได้ โดยเฉพาะกฎเกณฑ์กติกา ระเบียบต่างๆ ต้องกระชับ ชัดเจน ง่ายต่อการปฏิบัติ และจะต้องมีการยกเลิกหรือหลีกเลี่ยงการใช้หลักดุลยพินิจที่มักจะเอื้อต่อการใช้อำนาจโดยมิชอบ
นอกจากนั้นก็ต้องมีการจัดระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั้งส่วนกลางและส่วนปกครองท้องถิ่น ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยผู้ปฏิบัติต้องชี้แจงได้ อีกทั้งฝ่ายการเมืองคือ บรรดารัฐมนตรีทั้งหลายมีภาระหน้าที่ในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบาย แต่จะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องการเงิน หรืองบประมาณของกระทรวงภายใต้การบังคับบัญชา เพราะเรื่องจัดซื้อจัดจ้างและการอนุมัติค่าใช้จ่ายต้องเป็นเรื่องของฝ่ายข้าราชการประจำเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ก็ต้องเริ่มคิดอ่านในเรื่องความเป็นประชาธิปไตยในระบบระบอบข้าราชการประจำ เช่น การจัดตั้งสหภาพแรงงานข้าราชการประจำ เพื่อคานอำนาจฝ่ายการเมืองและการป้องกันมิให้ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลายเป็นลูกสมุนลูกมือของรัฐมนตรี ที่มาจากฝ่ายการเมือง
เรื่องการต่างประเทศ รัฐบาลชุดใหม่ก็จะต้องไม่ยอมให้ประเทศไทยกลายเป็นลูกสมุนหรือลูกน้องของประเทศหรือกลุ่มประเทศหนึ่งใด หากแต่ต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง ยึดมั่นกับหลักการและความถูกต้องชอบธรรม ที่มีกฎหมายระหว่างประเทศมากมายที่เป็นแม่บทและเป็นกรอบให้อยู่ อีกทั้งการดำเนินนโยบายต่างประเทศจะต้องไม่อยู่บนพื้นฐานของความเกรงอกเกรงใจและความหวาดกลัวประเทศหนึ่งใด แต่ต้องสะท้อนความเป็นสังคมประชาธิปไตยที่ยึดมั่นในเรื่องความเป็นอิสรเสรี ความยุติธรรม และการยึดมั่นในหลักกฎหมาย กรณีตัวอย่างก็คือ “การทำตัวเป็นนักเลงโตของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล” ซึ่งเรื่องนี้สังคมไทยและรัฐบาลไทยจะนิ่งเฉยมิได้ จะต้องออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิสราเอลยุติการกระทำที่ไม่พึงควร มิใช่มัวแต่เกรงกลัวและเกรงอกเกรงใจฝ่ายเขากันอยู่
ประเทศไทยและอีกหลายๆ ประเทศต้องช่วยตัวเอง และร่วมมือกับมิตรประเทศให้มากที่สุด และไม่ต้องมัวแต่คิดและเชื่อว่าไทยต้องพึ่งพาสหรัฐฯ และอิสราเอล และไทยจะอยู่รอดมิได้ ถ้าสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่พึงพอใจกับการยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้องและชอบธรรม เพราะไทยเราสามารถชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผล อีกทั้งไทยก็อยู่ในวิสัยที่จะข้องแวะและทำมาค้าขายกับมิตรประเทศต่างๆ ได้อีกมากมายและอย่างกว้างขวาง
ศักดิ์ศรี และเกียรติภูมิของชาติที่ยึดติดกับความถูกต้องชอบธรรม “แม้จะกินไม่ได้” แต่ก็ต้องปฏิบัติ ต้องรักษาเอาไว้อย่างเคร่งครัด นั่นก็เพราะเราคนไทยก็นับเป็นมนุษย์อันประเสริฐมิใช่หรือ
กษิต ภิรมย์

อนุทิน บอกเจอ ทักษิณ ต้องกราบตักอยู่แล้ว ไม่ได้คุยอะไรพิเศษ แค่ถามสารทุกข์สุกดิบ
ครั้งแรกของประเทศ! สธ.เตรียมจัดใหญ่ มหกรรมนวดไทยและเวลเนสแห่งชาติ 2569
กลุ่มผึ้งหลวง เคาะส่ง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ หลานชาย พ.ต.อ.ธงชัย ลงชิงเก้าอี้ นายก อบจ.นนทบุรี
อนุทิน กราบตัก ทักษิณ ส่งขึ้นรถกลับบ้าน อิ๊งค์ ชวน อาหนู ปิดห้องกินข้าวกับพ่อ หลังงานสวดพระอภิธรรม เกรียง กัลป์ตินันท์
ศาลแขวงสงขลาประทับฟ้อง ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว คดีเว็บพนัน นัดสอบคำให้การ 29 ก.ย.

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ [email protected] โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี