วันพฤหัสบดี ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2569
ในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมาการบ้านการเมืองของไทยไม่ค่อยจะคงที่ มีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีไปถึง 4 คน การดำเนินนโยบายต่างประเทศก็ดูไม่ปะติดปะต่อ ทำได้เพียงแสดงจุดยืนและท่าทีแบบขอไปทีไปวันๆ หนึ่ง ภาพลักษณ์ภาพพจน์ไทยในสายตาของชาวโลกก็ตกต่ำลง จัดได้ว่าไทยไม่อยู่ในจอเรดาร์ของชาวโลกดูไม่มีความสลักสำคัญใดๆ
แต่มาบัดนี้การบ้านการเมืองไทยก็ดูทีท่าว่าจะมีเสถียรภาพ เพราะฝ่ายคณะรัฐบาลผสม 2 พรรคการเมืองคือ พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ที่นำโดยคุณอนุทิน ชาญวีรกูล มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเกือบ 300 ที่นั่งจากจำนวนที่นั่งทั้งหมด 500 ที่นั่งด้วยกัน ส่งผลให้คณะรัฐบาลชุดใหม่ดูจะมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก ส่วนทางด้านพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ประกอบด้วยพรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม และพรรคประชาธิปัตย์ ก็ดูจะขาดความเป็นเอกภาพ มีการขัดกันอยู่ในที ทั้งในเรื่องบุคลิกภาพของผู้นำ และทั้งในเรื่องอุดมคติและอุดมการณ์ ฝ่ายค้านโดยองค์รวมจึงดูไม่ขลัง ไม่น่าเกรงขาม
ในรูปการณ์นี้ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลถ้ามีความตั้งอกตั้งใจจริง และมีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ก็ดูจะอยู่ในวิสัยที่จะทำงานให้กับบ้านเมืองได้คล่องคอ คล่องตัว ด้วยการแสดงออกซึ่งความมุ่งมั่นตั้งใจ และผลงาน
ในเรื่องราวที่เกี่ยวกับภายในประเทศก็มีประเด็นปัญหาของการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและด้วยความยุติธรรม เพื่อให้หลักการว่าด้วยธรรมาภิบาลแข็งแกร่งและเอาชนะการฉ้อราษฎร์บังหลวง การทุจริตคอร์รัปชันต่างๆ ได้ โดยเฉพาะกฎเกณฑ์กติกา ระเบียบต่างๆ ต้องกระชับ ชัดเจน ง่ายต่อการปฏิบัติ และจะต้องมีการยกเลิกหรือหลีกเลี่ยงการใช้หลักดุลยพินิจที่มักจะเอื้อต่อการใช้อำนาจโดยมิชอบ
นอกจากนั้นก็ต้องมีการจัดระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐทั้งส่วนกลางและส่วนปกครองท้องถิ่น ให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยผู้ปฏิบัติต้องชี้แจงได้ อีกทั้งฝ่ายการเมืองคือ บรรดารัฐมนตรีทั้งหลายมีภาระหน้าที่ในเรื่องการขับเคลื่อนนโยบาย แต่จะต้องไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับเรื่องการเงิน หรืองบประมาณของกระทรวงภายใต้การบังคับบัญชา เพราะเรื่องจัดซื้อจัดจ้างและการอนุมัติค่าใช้จ่ายต้องเป็นเรื่องของฝ่ายข้าราชการประจำเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ก็ต้องเริ่มคิดอ่านในเรื่องความเป็นประชาธิปไตยในระบบระบอบข้าราชการประจำ เช่น การจัดตั้งสหภาพแรงงานข้าราชการประจำ เพื่อคานอำนาจฝ่ายการเมืองและการป้องกันมิให้ตำแหน่งปลัดกระทรวงกลายเป็นลูกสมุนลูกมือของรัฐมนตรี ที่มาจากฝ่ายการเมือง
เรื่องการต่างประเทศ รัฐบาลชุดใหม่ก็จะต้องไม่ยอมให้ประเทศไทยกลายเป็นลูกสมุนหรือลูกน้องของประเทศหรือกลุ่มประเทศหนึ่งใด หากแต่ต้องมีความเป็นตัวของตัวเอง ยึดมั่นกับหลักการและความถูกต้องชอบธรรม ที่มีกฎหมายระหว่างประเทศมากมายที่เป็นแม่บทและเป็นกรอบให้อยู่ อีกทั้งการดำเนินนโยบายต่างประเทศจะต้องไม่อยู่บนพื้นฐานของความเกรงอกเกรงใจและความหวาดกลัวประเทศหนึ่งใด แต่ต้องสะท้อนความเป็นสังคมประชาธิปไตยที่ยึดมั่นในเรื่องความเป็นอิสรเสรี ความยุติธรรม และการยึดมั่นในหลักกฎหมาย กรณีตัวอย่างก็คือ “การทำตัวเป็นนักเลงโตของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล” ซึ่งเรื่องนี้สังคมไทยและรัฐบาลไทยจะนิ่งเฉยมิได้ จะต้องออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย และเรียกร้องให้สหรัฐฯ และอิสราเอลยุติการกระทำที่ไม่พึงควร มิใช่มัวแต่เกรงกลัวและเกรงอกเกรงใจฝ่ายเขากันอยู่
ประเทศไทยและอีกหลายๆ ประเทศต้องช่วยตัวเอง และร่วมมือกับมิตรประเทศให้มากที่สุด และไม่ต้องมัวแต่คิดและเชื่อว่าไทยต้องพึ่งพาสหรัฐฯ และอิสราเอล และไทยจะอยู่รอดมิได้ ถ้าสหรัฐฯ และอิสราเอลไม่พึงพอใจกับการยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้องและชอบธรรม เพราะไทยเราสามารถชี้แจงได้อย่างสมเหตุสมผล อีกทั้งไทยก็อยู่ในวิสัยที่จะข้องแวะและทำมาค้าขายกับมิตรประเทศต่างๆ ได้อีกมากมายและอย่างกว้างขวาง
ศักดิ์ศรี และเกียรติภูมิของชาติที่ยึดติดกับความถูกต้องชอบธรรม “แม้จะกินไม่ได้” แต่ก็ต้องปฏิบัติ ต้องรักษาเอาไว้อย่างเคร่งครัด นั่นก็เพราะเราคนไทยก็นับเป็นมนุษย์อันประเสริฐมิใช่หรือ
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

จับตา! ‘งูเห่าสีส้ม’ แผลงฤทธิ์สวนมติพรรคประชาชนโหวต ‘อนุทิน’ ด้าน ‘ศิริกัญญา’ ย้ำส่ง ‘เท้ง’ชิงนายกฯ
ป.ป.ส. บุกจับ ข้าราชการเทศบาล เอี่ยวแก๊งค้ายา-ฟอกเงิน ยึดทรัพย์ 8 ล้าน
ชูศักดิ์ ยก 4 ข้อฝาก ปธ.สภาฯ งดประชุมกมธ. พุธ-พฤหัสบดี หวั่นซ้ำซ้อน-มาแค่เซ็นชื่อ
แฉวินาทีระทึก ชายไทยโดดลงบ่อ หมูเด้ง ถ่ายคลิประยะประชิด สวนสัตว์สั่งดำเนินคดีถึงที่สุด
ประกาศให้ยากลุ่ม Glucagon-like peptide-1 (GLP-1) ชนิดฉีด เป็นยาควบคุมพิเศษ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี