Logo วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2569
แนวหน้า
  • แนวหน้า
  • หน้าแรก
  • คอลัมน์
    • คอลัมน์วันนี้
    • คอลัมน์ออนไลน์
    • คอลัมน์การเมือง
    • คอลัมน์ลงมือสู้โกง
    • โลกธุรกิจ
    • ผู้หญิง
    • บันเทิง
    • Like สาระ
    • ดูทั้งหมด
  • ข่าวเด่น
  • พระราชสำนัก
  • การเมือง
  • โลกธุรกิจ
  • อาชญากรรม
  • กทม.
  • ในประเทศ
  • เกษตร
  • ต่างประเทศ
  • กีฬา
  • ผู้หญิง
  • บันเทิง
  • ยานยนต์
  • Like สาระ
หน้าแรก / คอลัมน์ / คอลัมน์การเมือง / เส้นใต้บรรทัด
เส้นใต้บรรทัด

เส้นใต้บรรทัด

จิตกร บุษบา
วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.
ต้องทำทันที ที่ ‘ทักษิณ’ พ้นคุก

ดูทั้งหมด

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  

11 พฤษภาคมนี้ “ทักษิณ ชินวัตร” ผู้ได้สิทธิพิเศษยิ่งกว่าใครจากแผ่นดินไทยครั้งแล้วครั้งเล่า จะได้รับการ “พักโทษ” ออกจากคุกมาอยู่บ้านจันทร์ส่องหล้า มีสิ่งหนึ่งที่ต้องสอบถาม “นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ว่า ท่านได้ทำแล้วหรือยัง นั่นคือ การเรียกเก็บภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ป ซึ่งศาลฎีกาตัดสินให้ต้องชำระถึง 17,629 ล้านบาท

ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ (อาจารย์มิก) อาจารย์กฎหมายภาษีอากร และ CEO iTAX ได้เล่าถึง “คดีภาษีหุ้นชินคอร์ป” ที่ใช้เวลาถึง 19 ปี ในการพิสูจน์และเอาผิดว่า


1. ชิน คอร์ปอเรชั่น คือ บริษัทที่คุณทักษิณและคุณหญิงพจมานร่วมกันสร้างตั้งแต่ปี 2526 เคยเป็นบริษัทแม่ของ AIS และถือเป็นกลุ่มกิจการโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ ณ เวลานั้น ก่อนที่จะมีการปรับโครงสร้างองค์กรหลายครั้งและเพิ่งถูกควบรวมกับ GULF ไปเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา

2. ช่วงก่อนคุณทักษิณลงเลือกตั้งปี 2544 ทุกคนรู้หลักการพื้นฐานอยู่แล้วว่า นักการเมืองต้องไม่ถือกิจการที่อาจเกิดผลประโยชน์ทับซ้อนกับรัฐ โดยเฉพาะกิจการที่เป็นสัมปทานจากรัฐอย่างโทรคมนาคม

ปี 2542 คุณทักษิณตั้งบริษัทชื่อ Ample Rich Investments Ltd. ที่เกาะ British Virgin Islands (BVI) ซึ่งเป็นเขตปลอดภาษี และมีความลับสูงเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยคุณทักษิณมีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นเพียงผู้เดียว แล้วขายหุ้นชินของตัวเอง จำนวนเกือบๆ 33 ล้านหุ้นให้ Ample Rich ในราคา PAR หุ้นละ 10 บาท คุณทักษิณไม่มีกำไรก็ไม่ต้องเสียภาษีอะไร ฝั่งบริษัท Ample Rich ก็บันทึกต้นทุนว่า ได้มาเกือบ 33 ล้านหุ้น ต้นทุนหุ้นละ 10 บาท

3. ปี 2543 โครงสร้างภายใน Ample Rich ก็ปรับให้คนถือหุ้นเป็นคุณโอ๊ค ลูกชาย ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว ทำให้กระดาษทั้งหมดแสดงภาพว่า ตัวทักษิณไม่ได้มีหุ้นชินคอร์ปโดยตรงอีกต่อไป ตอนยื่นบัญชีทรัพย์สินจึงไม่เห็นหุ้นบริษัท Ample Rich ในบัญชีทรัพย์สินของคุณทักษิณด้วย

ต่อมาในปี 2544 ชินคอร์ปแตกพาร์หุ้นจาก 10 บาท เป็น 1 บาท ทำให้หุ้นในมือ Ample Rich เพิ่มจาก 33 ล้าน เป็นประมาณ 330 ล้านหุ้น และมีต้นทุนบัญชีหุ้นละ 1 บาทแทน

หลังจากนั้นช่วงกลางปี 2548 มีการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น Ample Rich นิดหน่อย คือให้คุณเอม ลูกสาวคนโตมาถือหุ้นด้วย สัดส่วนผู้ถือหุ้นตอนนี้ คุณโอ๊คถือหุ้น 80% คุณเอมถือหุ้น 20% โดยทั้งคู่ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท Ample Rich ด้วย

4. ช่วงต้นปี 2549 ซึ่งคุณทักษิณยังเป็นรัฐบาลอยู่ มีการประกาศ พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2549 เพื่อปลดล็อกให้กิจการโทรคมนาคมสามารถให้คนต่างชาติถือหุ้นได้ 49% จากเดิม 25% โดยกฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับวันที่ 21 ม.ค. 2549

อีก 2 วันหลังจากกฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับ 23 ม.ค. 2549 ครอบครัวคุณทักษิณและคุณหญิงพจมานขายหุ้นชินคอร์ปผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประมาณ 49% ให้กลุ่มบริษัทในเครือเทมาเส็กของสิงคโปร์ มูลค่า 73,000 ล้านบาท โดยราคาขายวันนั้นคือหุ้นละ 49.25 บาท น่าจะเป็นดีลแรกที่ได้ใช้ประโยชน์จากกฎหมายใหม่ในเวลานั้นทันที

5. การขายภาษีครั้งนั้น ทุกคนได้รับยกเว้นภาษีเงินได้จากกำไร เพราะมีกฎหมายยกเว้นภาษีให้สำหรับบุคคลธรรมดาที่ขายหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้น ทุกคนที่ขายเป็นบุคคลธรรมดา + ขายหุ้นผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เลยทำให้ค่าหุ้น 73,000 ล้านบาท ได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวน

6. แต่ดันมีหุ้นตัวปัญหาอยู่จำนวนหนึ่ง คือ ส่วนที่คุณโอ๊คและคุณเอมขายไปจำนวนเกือบ 330 ล้านหุ้น เพราะที่มาของหุ้นจำนวนนี้ มาจากที่บริษัท Ample Rich ถือไว้ตั้งแต่ปี’42 เนี่ยแหละ เพราะถ้าบริษัท Ample Rich ขายหุ้นชินเอง ต่อให้ขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ก็เสียภาษีอยู่ดี เพราะไม่ใช่บุคคลธรรมดา ถ้าขายไปจริงๆ Ample Rich ก็จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายจากกำไรแทบจะเต็มๆ เพราะหุ้นมูลค่า 49.25 บาท แต่ต้นทุนแค่บาทเดียว

7. เพื่อให้การขายหุ้นไม่ต้องเสียภาษี มันเลยมีขั้นตอนแทรกมานิดหนึ่ง นั่นคือ วันที่ 23 ม.ค. 2549 (วันเดียวกับที่ขายหุ้น 73,000 ล้านบาท) กรรมการบริษัท Ample Rich (คุณโอ๊คและคุณเอม) สั่งให้บริษัทขายหุ้นให้คุณโอ๊คและคุณเอมในสัดส่วนคนละครึ่ง 50/50 ในราคาทุนหุ้นละ 1 บาท โดยซื้อขายกันตรงๆ นอกตลาดหลักทรัพย์

จากนั้นทั้งคู่ในฐานะบุคคลธรรมดา ก็เอาหุ้นที่ได้มานี้ไปขายในตลาดหลักทรัพย์เพื่อรับสิทธิปลอดภาษีในวันที่ 23 ม.ค. 2549 นั่นเอง เรียกว่าบริษัทขายหุ้นให้ 1 บาท แล้วคนซื้อเอามาขายต่อในวันเดียวกันแต่ได้ราคา 49.25 บาทเลย จุดนี้แหละ ที่ตอนหลังศาลฎีกาจะหยิบมาชี้ว่า ธุรกรรมพวกนี้ “มีเหตุผลทางเศรษฐกิจ” ไหม? หรือตั้งใจทำขึ้นมาเพราะอยากจะเลี่ยงภาษีอย่างเดียว

8. ถ้ากลับไปจุดตั้งต้น Ample Rich ตั้งขึ้นมาโดยระบุวัตถุประสงค์บนหน้ากระดาษว่าเพื่อลงทุนหากำไร มันเลยมีคำถามว่าการขายหุ้นราคา 49.25 บาทในราคาบาทเดียว แถมขายในวันเดียวกันด้วยนะ มันเป็นไปได้ไง ทำไมบริษัทถึงยอมเอาเงินทิ้งน้ำเฉยๆ ซะงั้น?

พอมันหาเหตุผลทางการลงทุนหรืออย่างอื่นมาสนับสนุนไม่ได้เลย ทางสรรพากรเลยตีว่าการที่คุณได้หุ้นในราคาบาทเดียวซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดขนาดนี้ ส่วนต่างมันคือประโยชน์ที่คิดคำนวณมูลค่าเป็นเงินได้เลยนะ

สรรพากรเลยใช้ช่องนี้แหละประเมินว่า เออ ถึงคุณจะขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯไม่ต้องเสียภาษี แต่การที่คุณซื้อหุ้นชินคอร์ปได้ในราคาสุดพิเศษขนาดนี้เนี่ยแหละ ส่วนต่าง 48.25 บาทต่อหุ้น รวมแล้วราวๆ 15,883.9 ล้านบาท คือเงินได้ที่ทั้งคู่ต้องนำมาเสียภาษี สรรพากรก็เลยส่งหมายเรียกไปหาทั้งคู่ให้เคลียร์ประเด็นนี้และประเมินภาษีเงินได้ของปีภาษี 2549 (ปีที่ขายหุ้นชินคอร์ป) ในที่สุด

9. ทั้งคุณโอ๊คและคุณเอมยื่นต่อสู้คดีไปตั้งแต่ชั้นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ซึ่งเป็นด่านแรกก่อนจะขึ้นศาลภาษี (คดีภาษีไปฟ้องศาลภาษีทันทีไม่ได้) แต่ทั้งคู่แพ้ เลยไปสู้คดีกันที่ศาลภาษีอากรกลางต่อ

ระหว่างพิจารณาอยู่ในศาลภาษีอากรกลาง เมื่อปี 2553 ก็มีอีกคดีของคุณทักษิณมีคำพิพากษาจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตัดสินว่า หุ้นชินคอร์ปที่บริษัท Ample Rich เคยถือไว้จนกระทั่งมาถึงมือของคุณโอ๊คคุณเอม จนขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ ที่จริงแล้วทั้งหมดนั้นเป็นของคุณทักษิณทั้งหมดเลยนะ ทั้งบริษัท Ample Rich ทั้งคุณโอ๊ค คุณเอมเป็นแค่ nominee ของคุณทักษิณเฉยๆ เพราะคุณทักษิณคือตัวการผู้มีอำนาจควบคุมตัวจริง

10. ในปีเดียวกัน คุณโอ๊คคุณเอมเลยนำผลของคำพิพากษาของคดีนั้นมาเพิ่มเป็นข้อต่อสู้ในศาลภาษีว่า ศาลฎีกายืนยันแล้วนะว่าหุ้นเป็นของคุณทักษิณ ไม่ใช่ของพวกผม พวกผมเป็นแค่ nominee

ศาลภาษีก็เห็นด้วยว่าเงินได้ก็ต้องเป็นของคุณทักษิณสิ ไม่ใช่เงินได้ของคุณโอ๊คคุณเอมซะหน่อย ก็เลยจบคดีโดยพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินและคําวินิจฉัยอุทธรณ์ ส่วนคุณโอ๊คคุณเอมไม่ต้องรับผิดชอบค่าภาษีในส่วนนี้แล้ว ทางฝั่งสรรพากรก็จบไป ไม่ได้อุทธรณ์คดีต่อ และไม่ได้ออกหมายเรียกคุณทักษิณแล้วด้วย

11. หลังศาลวินิจฉัยเมื่อปี 2553 ว่าเจ้าของตัวจริงคือคุณทักษิณ ที่จริงสรรพากร “สามารถ” ออกหมายเรียกคุณทักษิณได้ทันทีเพราะรู้ข้อเท็จจริงแล้ว แต่ไม่ทำ (ให้ข้อสังเกตเพิ่มว่าช่วงปี 2553 เป็นรัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ และปี 2554 เป็นรัฐบาลของคุณยิ่งลักษณ์) ปล่อยเวลาผ่านไปจนปี 2560 รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ก็แจ้งสรรพากรว่า เฮ้ย ข้อเท็จจริงคือ คุณทักษิณคือเจ้าของหุ้นตัวจริงใช่มั้ย รู้มาตั้งแต่ปี 2553 แล้วด้วย งั้นแจ้งประเมินภาษีให้คุณทักษิณมาชําระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาย้อนหลังของปี 2549 จากเรื่องหุ้นชินคอร์ปจาก Ample Rich ด้วยสิ

12. ข้อต่อสู้ของคุณทักษิณ คือ เฮ้ย ถ้ายื่นภาษีแล้ว จะประเมินภาษีย้อนหลัง ก็ทำได้นะ แต่อายุความคดีภาษีมันยืดได้สูงสุด 5 ปี ในเมื่อเป็นเรื่องภาษีเงินได้ของปีภาษี 2549 ซึ่งเราจะยื่นภาษีช่วงต้นปี 2550 ดังนั้น อายุความมันต้องไปจบแถวๆ 30 มี.ค. 2555 สิ

ทีนี้ สรรพากรก็รู้เรื่องคุณทักษิณเป็นเจ้าของหุ้นตัวจริงตั้งแต่ปี 2553 แล้วนี่ เพราะลูกชายลูกสาวสู้คดีในศาลภาษีอยู่ แต่คุณไม่ได้ส่งหมายเรียกอะไรให้ผมเลย ผมกับลูกๆ เป็นคนละคนกัน มาถึงก็ตู้มเรียกประเมินภาษีผมเลย โดยไม่ส่งหมายเรียกระบุชื่อผมภายในอายุความก่อนได้ไง แบบนี้มันก็ไม่ถูกสิ มันผิดขั้นตอน

ทั้งศาลภาษีอากรกลางและศาลอุทธรณ์คดีภาษีก็เห็นด้วยว่า สรรพากรติดกระดุมเม็ดแรกผิด ถ้ากระบวนการมันไม่ถูกต้องแต่แรกก็ไม่ต้องไปพิจารณาไส้ในต่อแล้ว คุณทักษิณเลยชนะคดีตลอดด้วยเหตุผลนี้

13. แต่สรรพากรสู้ยิบตายันศาลฎีกา คราวนี้ปี 2568 คดีพลิก ศาลฎีกาตัดสินให้คุณทักษิณแพ้ทั้งที่เคยชนะมา 2 ศาลแรก ทำให้คุณทักษิณต้องจ่ายภาษี 17,629 ล้านบาท

อ้าว แล้วเหตุผลเรื่องผิดขั้นตอนไม่ส่งหมายเรียกที่คุณทักษิณเคยชนะ 2 ศาลแรกล่ะ ศาลฎีกาคิดยังไง?

14. ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า nominee = หุ่นเชิดของคุณทักษิณ โดยคุณทักษิณเป็นตัวการ ส่วนลูกชายลูกสาวก็เป็นตัวแทนโดนเชิดอยู่ด้านหลัง ดังนั้น ตอนหมายเรียกส่งถึงลูกชายลูกสาวตั้งแต่ตอนแรกสุดมันก็เลย “ผูกพัน” ถึงคุณทักษิณที่เป็น “ตัวการ” ด้วยไปแล้ว ศาลเห็นว่า ในเมื่อหมายเรียกมันถูกต้องตั้งแต่ตอนส่งให้ตัวแทนของคุณทักษิณ ไม่ต้องถามหาหมายเรียกระบุชื่อคุณทักษิณอีกแล้ว

15. ศาลฎีกาอธิบายเพิ่มเติม (ในเชิงสั่งสอน) อีกว่า การไปตั้งบริษัทที่ BVI ฝากหุ้นไว้ ควบคุมผ่านลูกชายลูกสาว แล้วซื้อหุ้นชินคอร์ปจากบริษัทมาได้ในราคาบาทเดียว จนสุดท้ายเอาไปขายต่อในตลาดหลักทรัพย์เพื่อรับสิทธิ์ยกเว้นภาษี ธุรกรรมเหล่านี้มันไม่มี “เหตุผลทางเศรษฐกิจ“ อะไรเลยนอกเหนือจากการหาประโยชน์และช่องทางหลบเลี่ยงภาษีเป็นเรื่องร้ายแรง ขาดคุณธรรมทางภาษี ถ้าปล่อยให้ทำได้เดี๋ยวอีกหน่อยจะกลายเป็นแบบอย่างของสังคมใช้นํามาอ้างเพื่อประโยชน์ทางภาษีส่วนตนเช่นนี้ได้อีก ไม่งั้นก็จะไม่แฟร์กับคนอื่นที่ทำทุกอย่างตรงไปตรงมาแล้วเสียภาษีถูกต้อง

สรุป ศาลเลยให้ประเมินภาษีตามสรรพากรนี้แหละ คุณทักษิณแพ้คดีในชั้นศาลฎีกา ต้องจ่ายภาษีรวมค่าปรับทั้งหมด 17,629 ล้านบาท ตอนนี้คดีถึงที่สุดแล้วด้วย ไปต่อไม่ได้แล้ว

โดยปกติ คุณทักษิณก็จะต้องชำระภาษีตามจำนวนดังกล่าว โดยอาจเจรจาทำเรื่องขอลดเบี้ยปรับกับทางกรมสรรพากรได้ และค่าภาษีจำนวนนี้ก็อาจจะขอผ่อนได้ด้วยส่วนจะต้องผ่อนกี่งวด งวดละกี่บาทก็ค่อยไปว่ากัน เพราะมีลำดับในการพิจารณาภายในกรมสรรพากรเองอยู่แล้ว

แต่ถ้าคุณทักษิณไม่ชำระก็จะไปสู่กระบวนการยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อนำมาชำระค่าภาษีที่ค้างชำระต่อไป ถ้าทรัพย์สินอยู่ต่างประเทศ ทางการไทยอาจขอความร่วมมือตามไปยึดอายัดทรัพย์สินที่ต่างประเทศด้วย

แล้วคนไทยได้อะไรจากเรื่องนี้?

จากคดีนี้ อย่างน้อยมีเรื่อหนึ่งที่เรายังสบายใจได้ คือ ศาลยังเห็นว่า เรายังมีสิทธิวางแผนภาษีได้เต็มที่ เพราะไม่มีกฎหมายฉบับไหนบอกให้เราต้องเสียภาษีให้แพงที่สุด เพียงแต่ว่าขอบเขตคือ การวางแผนต้องอยู่บนพื้นที่ขาวสะอาด ไม่ทำอะไรเทาๆ เพราะจากนี้ไปมีความเป็นไปได้ว่า ถ้าทำอะไรเทาแล้วไม่เห็นเจตนาอื่น นอกจากจะหลบภาษีนี้ จากนี้ไปอาจจะรอดยากมาก
รอดูกันว่า เมื่อทักษิณออกจากคุกมา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง “นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” จะสั่งการอย่างไร หรือได้เคยสั่งการอะไรไปแล้วบ้าง ในการ “เรียกเก็บภาษี” จากนายทักษิณ ชินวัตร และหากไม่มีการดำเนินการใดๆ เลยจะเข้าข่าย “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” และมีใครยื่น “เอาผิด” นายเอกนิติ ต่อไปอย่างไร !!

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน

โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น

1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี

3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  •  
  • Breaking News
  • ข่าวยอดนิยม
  • คอลัมน์ฮิต
15:14 น. สื่อนอกตีข่าว นักมวยเมืองผู้ดีพลัดตกตุ๊กตุ๊กดับ หลังทะเลาะโชเฟอร์เรื่องค่าโดยสาร
15:13 น. สุรศักดิ์ เชียร์ อนุทิน ประเมินผลงาน รมต. ชี้สะท้อนชัดเจน แม้มีโควตา-เป็นคนใกล้ชิดก็หลุดได้
15:12 น. หาดูยาก! แก๊งลูกแมวดาว โผล่อวดโฉมริมทางดอยอินทนนท์
15:08 น. เอส เอฟ จับมือ ช้อปปี้ และ ช้อปปี้เพย์ มอบดีลสุดคุ้ม ดูหนังเพียง 99 บาท
15:02 น. ประมวลภาพ ปั้นทหารคุณภาพ! 'ร.111 พัน.1' เดินหน้าฝึกทักษะเฉพาะหน้าที่
ดูทั้งหมด
'เจมส์ บอนด์' รถอัญเชิญพระศพ 'พระองค์ภา' สู่พระบรมมหาราชวัง
คุกตลอดชีวิต สาธิต รังคสิริ อัยการไม่ฎีกา ปิดฉากคดีโกงภาษี 3 พันล้าน
‘เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ’ ทรงทักทายและประทานกำลังใจ แก่ ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’
ภาพจำไม่เคยลืม ร้านกาแฟดัง ย้อนความทรงจำ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จฯ เสวยอาหารเช้า
ภาพจากกล้องของผม! ช่างภาพดังย้ำความขันติพระราชหฤทัย ในหลวง-พระราชินี
ดูทั้งหมด
กราบทูลลาเจ้าฟ้าหญิง
‘สส.500’ลูกอีช่างผลาญ
จะเริ่มปรับความสัมพันธ์ไทยกับกัมพูชา กลับสู่ขั้นปกติกันเมื่อไหร่?
แย่งชามข้าว?
‘ทับลาน’ ป่าทับชาวบ้าน ปัญหาทับถมมานานแล้ว
ดูทั้งหมด

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

สุรศักดิ์ เชียร์ อนุทิน ประเมินผลงาน รมต. ชี้สะท้อนชัดเจน แม้มีโควตา-เป็นคนใกล้ชิดก็หลุดได้

หาดูยาก! แก๊งลูกแมวดาว โผล่อวดโฉมริมทางดอยอินทนนท์

ประมวลภาพ ปั้นทหารคุณภาพ! 'ร.111 พัน.1' เดินหน้าฝึกทักษะเฉพาะหน้าที่

สื่อนอกตีข่าว นักมวยเมืองผู้ดีพลัดตกตุ๊กตุ๊กดับ หลังทะเลาะโชเฟอร์เรื่องค่าโดยสาร

สุรศักดิ์ คาด ชงร่างตั้งกระทรวงกีฬาควบท่องเที่ยว-วัฒนธรรม เข้า ครม. ช่วงมิ.ย.-ก.ค.นี้

พรรคเศรษฐกิจ ยื่นสอบจริยธรรม 'ชนนพัฒฐ์' จี้พบ DSI ก่อนสิ้นสุดเอกสิทธิ์ 11 ก.ค.นี้

  • Breaking News
  • สื่อนอกตีข่าว นักมวยเมืองผู้ดีพลัดตกตุ๊กตุ๊กดับ หลังทะเลาะโชเฟอร์เรื่องค่าโดยสาร สื่อนอกตีข่าว นักมวยเมืองผู้ดีพลัดตกตุ๊กตุ๊กดับ หลังทะเลาะโชเฟอร์เรื่องค่าโดยสาร
  • สุรศักดิ์ เชียร์ อนุทิน ประเมินผลงาน รมต. ชี้สะท้อนชัดเจน แม้มีโควตา-เป็นคนใกล้ชิดก็หลุดได้ สุรศักดิ์ เชียร์ อนุทิน ประเมินผลงาน รมต. ชี้สะท้อนชัดเจน แม้มีโควตา-เป็นคนใกล้ชิดก็หลุดได้
  • หาดูยาก! แก๊งลูกแมวดาว โผล่อวดโฉมริมทางดอยอินทนนท์ หาดูยาก! แก๊งลูกแมวดาว โผล่อวดโฉมริมทางดอยอินทนนท์
  • เอส เอฟ จับมือ ช้อปปี้ และ ช้อปปี้เพย์ มอบดีลสุดคุ้ม ดูหนังเพียง 99 บาท เอส เอฟ จับมือ ช้อปปี้ และ ช้อปปี้เพย์ มอบดีลสุดคุ้ม ดูหนังเพียง 99 บาท
  • ประมวลภาพ ปั้นทหารคุณภาพ! \'ร.111 พัน.1\' เดินหน้าฝึกทักษะเฉพาะหน้าที่ ประมวลภาพ ปั้นทหารคุณภาพ! 'ร.111 พัน.1' เดินหน้าฝึกทักษะเฉพาะหน้าที่
ดูทั้งหมด

คอลัมน์ที่เกี่ยวข้อง

ความเจื้อยแจ้วของโฆษกพรรคส้ม

ความเจื้อยแจ้วของโฆษกพรรคส้ม

17 มิ.ย. 2569

น้ำพระทัยเพื่อคนทุกข์-คนคุก

น้ำพระทัยเพื่อคนทุกข์-คนคุก

14 มิ.ย. 2569

‘ทักษิณ’ จะไป ‘ดูไบ’ ?!

‘ทักษิณ’ จะไป ‘ดูไบ’ ?!

10 มิ.ย. 2569

กรุงเทพฯ ต้อง ‘สุจริต’

กรุงเทพฯ ต้อง ‘สุจริต’

7 มิ.ย. 2569

ใต้เส้นบรรทัด : กระชากหน้ากาก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’

ใต้เส้นบรรทัด : กระชากหน้ากาก ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’

3 มิ.ย. 2569

‘เอกสิทธิ์’ กับความขี้ขลาดของ สส. และสภา

‘เอกสิทธิ์’ กับความขี้ขลาดของ สส. และสภา

31 พ.ค. 2569

ว่าด้วย ‘ระบอบสีน้ำเงิน’

ว่าด้วย ‘ระบอบสีน้ำเงิน’

27 พ.ค. 2569

ลากไส้ ‘ไอ้โม่งน้ำมัน’

ลากไส้ ‘ไอ้โม่งน้ำมัน’

24 พ.ค. 2569

Back to Top
FooterLogo

ผู้ดูแลเว็บไซต์ www.naewna.com
webmaster นายปรเมษฐ์ ภู่โต
ดูแลรับผิดชอบข่าว/ภาพ/โฆษณา/ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
กรรมการบริษัทฯ, กรรมการผู้มีอำนาจ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเสนอข่าว/ภาพ/ข้อมูลใดๆในเว็บไซต์ทั้งสิ้น

Social Media

  • Facebook
  • Twitter
  • Line
  • Youtube
  • Instagram
  • Tiktok
  • RSSFeed
  • หน้าแรก |
  • เกี่ยวกับแนวหน้า |
  • โฆษณากับเรา |
  • ร่วมงานกับเรา |
  • ติดต่อแนวหน้า |
  • นโยบายข้อตกลง
Copyright © 2026 Naewna.com All right reserved