วันอาทิตย์ ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2569
ทั้งๆ ที่ไม่ได้แจ้งกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นนโยบายหาเสียง ไม่ได้แถลงเป็นนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา และรัฐบาลนายอนุทินก็ยังเดินหน้าอย่างเอาจริงเอาจังเรื่อง “แลนด์บริดจ์”
ล่าสุด นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.หรือสภาพัฒน์) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ครั้งที่ 2/2569 ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ได้รับทราบความคืบหน้าการทำงานของคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด ได้แก่ คณะอนุกรรมการศึกษาความเป็นไปได้, คณะอนุกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม และคณะอนุกรรมการรับฟังความเห็น
โดย คณะอนุกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ ประชุมกัน เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 2569 พิจารณาสมมุติฐานต่างๆ ที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาไว้ โดยเฉพาะด้านเชิงพาณิชย์ ทั้งประเด็นสินค้า, ต้นทุนการขนส่งเป็นอย่างไร, การประหยัดเวลา มีที่มาที่ไปอย่างไร และศักยภาพของโครงการที่จะดึงเอาสายการเดินเรือขนาดใหญ่ซึ่งมีรายละเอียดหลายเรื่องที่ยังต้องให้ สนข. นำไปศึกษาเพิ่มเติม โดยจะประชุมในระดับอนุกรรมการฯ อีกครั้งในวันที่ 3 ก.ค.นี้
ทั้งนี้ ผลการศึกษา ของสนข. มีการเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างท่าเรือแลนด์บริดจ์ กับท่าเรือสิงคโปร์ เรื่อง ระยะเวลาเรือรอ การถ่ายลำ เป็นข้อมูลเบื้องต้น ดังนั้น ที่ประชุมจึงให้ความเห็นว่า ควรมีการศึกษาเพิ่มเติมระยะทางที่อาจจะไม่เท่ากันทั้งหมด โดยให้หาค่าเฉลี่ย การขนถ่าย การใช้เวลา เพราะปัจจัยมีมาก คล้ายๆ เวลาต่อเครื่องไปต่างประเทศ สายการเดินเรือจะมีเครือข่าย บางทีอาจจะเร็วหรือช้าก็ได้
ส่วน คณะอนุกรรมการฯด้านสิ่งแวดล้อม ประชุมกันไปแล้วครั้งหนึ่ง ประเด็นสำคัญที่มีการหารือ คือ รายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมที่มีการนำมาใช้ประเมินโครงการ ทั้งมอเตอร์เวย์ รถไฟและท่าเรือ ซึ่งมีข้อห่วงใยในด้านฝุ่นตะกอนต่างๆ ที่จะเกิดจากการขุดลอกร่องน้ำ เพราะขนาดท่าเรือฝั่งระนองจะต้องมีขนาดใหญ่ หรือการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ และผลกระทบด้านอาชีพและรายได้ของประชาชน ประกอบกับเรื่องแรงงานที่จะต้องโฟกัสว่าพี่น้องประชาชนในที่อยู่อาศัยในย่านนั้นจะมีแหล่งงานอะไรบ้าง ตอนนี้ก็ประเมินกันว่า ทั้งหมดทั้งมวลทั้งความเป็นไปได้ ความคุ้มค่า และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร คาดว่าจะได้ข้อสรุปใน 90 วันตามกรอบเวลา
ขณะที่การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้น นายดนุชากล่าวว่า ในชั้นนี้ขอประเมินผลกระทบว่ามีเรื่องอะไรบ้างก่อน ซึ่งจะมีการลงพื้นที่ในช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้
ส่วนกรณี “ม๊ะธม” หรือ ธม สินสุวรรณ เครือข่ายรักษ์ระนอง ซึ่งเป็นตัวแทนภาคประชาชน 1 ใน 3 คน ลาออกจากการเป็นกรรมการ นายดนุชา กล่าวว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของคณะกรรมการ แต่รู้สึกเสียดาย เพราะต้องการให้ผู้แทนประชาชนเข้ามาร่วมรับฟังข้อมูลและสะท้อนข้อคิดเห็นจากพื้นที่
ขณะที่ คณะอนุกรรมการชุดรับฟังความเห็น นายดนุชากล่าวว่า ได้มอบหมายกรมประชาสัมพันธ์และหน่วยงานต่างๆ ในการกระจายข้อมูลให้ประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ให้ได้ข้อมูลที่ตรงกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่เครือข่ายประชาชนภาคใต้ กลุ่ม SEC Watch กว่า 120 คน นำโดย นายสมบูรณ์ คำแหง และนายประสิทธิชัย หนูนวล ได้เดินทางมาปักหลักที่บริเวณทำเนียบรัฐบาล ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา มีข้อเรียกร้องให้ทบทวนโครงการใหม่นั้น นายดนุชากล่าวว่า เข้าใจว่า กรรมการชุดนี้กำลังดูอยู่ ไม่มีอะไรต่างกัน กำลังดูว่าไปได้ไปไม่ได้ ต้องปรับปรุงอะไรยังไง เป็นเรื่องของการประเมิน
“ที่มีบางฝ่ายมีประเด็นว่า จะเดินหน้าโดยไม่ฟังเสียงประชาชนคงไม่ใช่ นายกรัฐมนตรี ในโครงการใหญ่ขนาดนี้ มีผลกระทบขนาดนี้ ถึงได้ตั้งคณะกรรมการนี้ขึ้นมา เพื่อดูข้อมูลจริงๆ เพื่อประเมินได้ กรรมการก็ทำงานกันโปร่งใส แล้วในการประชุมนี้ภาคเอกชนที่ไม่ได้เป็นกรรมการเข้ามาฟังด้วยได้ ต้องย้ำว่าการทำงานโปร่งใส ตรวจสอบได้หมด” นายดนุชากล่าว
ตอนนี้ข้อมูลที่สนข.ศึกษาไว้ โดยเฉพาะข้อมูลด้านการขนส่งทางทะเล เป็นข้อมูลเก่าเมื่อปี 2562 ปัจจุบันมีข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2568 ออกมาแล้ว ก็ให้ไปปรับให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งในการประเมินนี้ยังไปไม่ถึงการปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนหรือรูปแบบโครงการ เป็นการประเมินด้านการค้าเป็นหลัก เมื่อได้ข้อสรุปจึงไปดูด้านการออกแบบการลงทุนต่อไป คาดว่าหลังจากประชุมครั้งสุดท้ายในเดือน ส.ค.นี้ จะสรุปข้อมูลนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
หากย้อนดูเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ จะพบว่า มีข้อท้วงติงที่น่าสนใจจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาแลนด์บริดจ์
โดยนายอภิสิทธิ์ สรุปญัตติ ว่า ความจำเป็นอย่างยิ่งที่สภาจะต้องมีกลไกเข้ามาทำการศึกษาและติดตามในโครงการแลนด์บริดจ์ ปัญหาของโครงการแลนด์บริดจ์มีมูลค่ามากที่สุดโครงการหนึ่งในประวัติศาสตร์คือ 1 ล้านล้านบาท เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากมายาคติ ซึ่งการศึกษาทุกการศึกษา ยกเว้นของ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ยอมรับว่าจะเกิดปัญหามากมาย
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ประเด็นหลักที่จะเกิดปัญหามี 5 ประเด็นคือ
1.ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ความเชื่อว่าการมาผ่านแลนด์บริดจ์ ซึ่งจะลดระยะเวลาของการเดินเรือจากการผ่านช่องแคบมะละกาประมาณ 4 วัน เป็นการประหยัดทั้งเวลาและเงินนั้นไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง เพราะไม่ได้คำนึงถึงกระบวนการของการขนของลงจากเรือขึ้นลงรถไฟทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งไม่ใช่การประหยัดเวลา ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
2.ยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างละเอียดถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม หรือถ้ามีการศึกษาก็ได้ถูกโต้แย้งจากนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมด้วยเสียงเอกฉันท์ ซึ่งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นด้านสิ่งแวดล้อมและทุนทางวัฒนธรรมเป็นเรื่องใหญ่มากไม่ว่าจะเป็นการตัดผ่านพื้นที่ซึ่งเป็นมรดกโลกตัดผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำ ส่งผลกระทบในเรื่องของบลูคาร์บอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพ ผลกระทบต่อสัตว์หน้าดิน โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวที่มีอยู่โดยธรรมชาติ ทั้งหลายเหล่านี้เป็นต้นทุนที่สูงมาก และไม่ใช่แค่ส่งผลกระทบถาวร แต่หมายถึงการทำลายทุนของการที่พี่น้องในภาคใต้สามารถต่อยอดจากทรัพยากรและทุนเหล่านี้เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับชีวภาพ การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และอื่นๆ ล้วนแล้วแต่ได้รับการยอมรับว่าควรจะเป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย และถ้ามีการเปิดเส้นทางตรงนี้จริงการเดินเรือโดยเฉพาะในฝั่งอันดามันสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการทำลายศักยภาพการท่องเที่ยวของภาคใต้ ทั้งหมดหมู่เกาะที่มีชื่อเสียงระดับโลก แม้กระทั่งภูเก็ตก็อาจจะได้รับผลกระทบด้วย และหากเกิดอุบัติเหตุสักหนึ่งครั้งอะไรจะเกิดขึ้นกับทรัพยากรที่มีค่าที่สุดสำหรับภาคใต้และพี่น้องประชาชนคนไทย
3. นอกจากมายาคติที่ว่าเราจะไปทดแทนช่องแคบมะละกาแล้ว ยังมีมายาคติว่าถ้าไม่มีโครงการนี้ หรือถ้าไม่มีโครงการเอสซีซีหรือเขตเศรษฐกิจพิเศษในภาคใต้แล้ว พี่น้องชาวใต้จะไม่สามารถลืมตาอ้าปาก ไม่สามารถพัฒนา ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเพื่อเป็นพื้นที่ซึ่งจะมีรายได้ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีได้
“เรามาลองนึกภาพกันจริงๆ ว่าถ้าโครงการนี้เกิดขึ้นจากระนองถึงชุมพร ถามว่าพี่น้องอีก 10 กว่าจังหวัดในภาคใต้ได้อะไร พี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีปัญหาความยากจนมากที่สุดในประเทศไทยอยู่แล้วจะมาใช้ประโยชน์ตรงนี้อย่างไร และไม่ต้องถึงจังหวัดชายแดนภาคใต้จังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ไม่ว่าจะเป็น สงขลา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชได้อะไรจากโครงการเหล่านี้ เพราะโครงการนี้เป็นเพียงแค่ทางผ่านสำหรับการขนสินค้าของชาวต่างชาติเป็นหลัก ถ้าจะมีคนได้ประโยชน์ก็มีผู้รับเหมากลับผู้ที่ไปกว้านซื้อที่ดินแล้วเก็งกำไร”นายอภิสิทธิ์ กล่าว
“จริงๆ ท่านประธานกับผม เคยทำงานมาด้วยกันที่จะเอารถไฟทางคู่ ทำถนนไร้ฝุ่น เราคงเห็นตรงกันว่าตรงนี้ต่างหากคือการเปิดทางให้โอกาสกับคนใต้อย่างแท้จริง ดังนั้น ถ้าเราแค่ปรับแนวคิดตรงนี้ใช้เงินน้อยลงและทำโครงการที่ผมเรียกรมรวมของพรรคประชาธิปัตย์ว่าเชื่อมใต้เชื่อมโลก หรือเซาท์เทิร์นคอนเน็ค แม้แต่ความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายเพื่อให้ติดต่างชาติเป็นพิเศษเพื่อทำเขตเศรษฐกิจพิเศษต่างๆ ก็ไม่จำเป็น เพื่อนสมาชิกก็ชี้เห็นว่าถ้าทำแล้ววิสาหกิจไทยคนไทยได้ประโยชน์เหมือนกับในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก หรืออีสเทิร์นซีบอร์ด แนวคิดอย่างนั้นสามารถทำได้โดยที่ไม่ต้องคิดแบบเดียวกับระเบียบเศรษฐกิจตะวันออก หรือ อีอีซี ซึ่งปัจจุบันถูกตั้งคำถามมากมายว่าได้สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับคนท้องถิ่นมากน้อยแค่ไหนหรือกลับมาก่อมลพิษและภาระอื่นๆมากกว่า ดังนั้นการพูดว่ามายาคติถ้าไม่มีตัวนี้พัฒนาภาคใต้ไม่ได้ตรงกันข้ามพวกตนคือฝ่ายที่บอกว่าภาคใต้ไม่ควรเป็นแค่ทางผ่านของคนต่างชาติภาคใต้ต้องมีโอกาสในการสร้างทางไกลเชื่อมกับโลก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
4.โครงการนี้ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจมาตั้งแต่ต้น และรัฐบาลมีแนวคิดว่าในที่สุดการพักดันเรื่องนี้จำเป็นจะต้องอาศัยรูปแบบของการให้เอกชนเข้ามาลงทุนหรือที่เรียกว่า PPP หมายความว่าต้องมีการเสนอเงื่อนไขที่พิเศษมากๆ จึงจะดึงดูดต่างชาติหรือใครก็ตามที่จะมาลงทุนในโครงการแบบนี้ เหมือนในอดีตที่เคยมีความพยายามเสนอกฎหมายเพื่อให้สิทธิ 99 ปี ปัจจุบันลดลงมาเหลือ 50 ปี ซึ่งน่าจะหมายว่าต้องมีเงื่อนไขอื่นๆที่ดีกว่านี้ และสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้นคือถ้าอยากจะเข็นโครงการนี้สำเร็จ และโดยตัวสะพานเศรษฐกิจไม่คุ้มค่าโอกาสสูงมากที่ในที่สุดก็จะต้องหันเหไปสู่การดึงให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมหนัก หรืออุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งเป็นสิ่งที่สวนทางกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของภาคใต้ที่ควรจะเป็น
“ขอย้ำว่าภาคใต้ต้องพัฒนา ต้องเจริญกว่านี้ แต่เจริญบนพื้นฐานของทรัพยากรของทุนที่ชาวใต้มีอยู่แล้วไม่ใช่วาดหวังว่าจะเป็นทางผ่านให้ชาวต่างชาติและทำลายสิ่งเหล่านี้ไปโดยสิ้นเชิง ถ้าดึงดันพยายามทำโครงการนี้แล้วสุดท้ายไม่มีใครมาใช้ สิ่งที่ถูกทำลายก็ถูกทำลายไปแล้ว แต่สิ่งที่ถูกทิ้งค้างไว้ก็เหมือนกับเป็นอนุสาวรีย์ของการตัดสินใจที่ผิดพลาด หรือการตัดสินใจที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของคนเพียงหยิบมือเดียว” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
5. เหตุผลที่น่ากลัวคือปัญหาความมั่นคง หากจะดันจุดนี้ให้เป็นจุดยุทธศาสตร์จริงๆ ขอให้ไปดูประวัติศาสตร์ช่องแคบหลายๆ แห่งกลายที่เป็นสมรภูมิการรบ และอาจจะเป็นการต่อยอดแนวคิดหรือทดแทนจากโครงการขุดคลอง ซึ่งสถานการณ์นี้ล่อแหลมกว่าในอดีต เพราะปัจจุบันกลายเป็นว่าหากมหาอำนาจ คือสหรัฐฯกับจีนขัดแย้งกัน จุดที่มีความเสี่ยงมากที่สุดคือทะเลจีนใต้ ดังนั้น หากโครงการนี้เดินหน้าขึ้นมาและมีความขัดแย้งในทะเลจีนใต้เมื่อไหร่ จะต้องยึดตรงนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจจะมายึดตั้งแต่ตอนทำ PPP แล้ว ที่ผ่านมาจะเห็นว่าสหรัฐฯ กับจีนงัดข้อกันเรื่องคลองปานามา เพราะสหรัฐฯเห็นว่าบริษัทจีนสามารถเข้าไปควบคุมเส้นทางการเดินเรือได้จนไปสู่ความขัดแย้งและกดดันปานามาในที่สุด ซึ่งตนก็สับสนกับคนที่บอกว่าอยากให้เราเป็นฮอร์มุซ ทรัพยากรที่จะต้องใช้อย่างของอิหร่านในขณะนี้ หากอิหร่านยืนยันจะเก็บเงิน ในการต่อสู้ ความขัดแย้งสงครามและความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นมหาศาล ประเทศไทยอยากเป็นอย่างนั้นหรือ
“อย่าลืมว่า โครงการนี้เป็นเมกะโปรเจกต์ และเป็นโครงการลับๆ ล่อๆ ไม่แถลงอยู่ในนโยบายรัฐบาลและที่เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย แต่เดินหน้าผลักดันและหลีกเลี่ยงทุกวิถีทางไม่ให้ประชาชนหรือสส.มีส่วนร่วมการปฏิเสธการตั้งกมธ.ฯ เป็นการตอกย้ำถึงความมีพิรุธ ความไม่ชอบมาพากล พยายามที่จะรวบรัดโดยให้ฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียว อ้างการศึกษาเดียวที่ค้านกับการศึกษาอื่นๆ ให้ผ่านด่านนี้ไป จะให้คนเข้าใจเป็นอื่นได้อย่างไร ว่า ไม่มีเรื่องของผลประโยชน์แอบแฝง ไม่มีการเอื้อให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง และได้เตรียมการที่จะแสวงประโยชน์จากเรื่องนี้ ทั้งที่เป็นการแสวงประโยชน์บนการทำลายทุนและทรัพยากรโอกาสของชาวใต้และสุ่มเสี่ยงต่อการทำให้ประเทศไทยตกอยู่ภายใต้ความขัดแย้งในทางภูมิรัฐศาสตร์” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
โครงการนี้ มีแรงต่อต้าน มีแรงเสียดทานอยู่ไม่น้อย ติดตามกันต่อไปว่า รัฐบาลอนุทิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในสภาพไม่ค่อยมั่นคงเท่าใดนัก หากยังคิดจะดันโครงการแลนด์บริดจ์ โดยตอบคำถามต่างๆ จากทุกฟากฝ่ายมิได้ จะกลายเป็น “จุดจบ” ของรัฐบาลเองหรือไม่ !!

ด่วน แผ่นดินไหว 6.2 ริกเตอร์ เขย่าอัฟกานิสถาน สั่นสะเทือนหนักถึงปากีสถาน
นายกฯ ลงนามคำสั่งให้ สปน. เปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนแจ้งเบาะแสโกงสอบ ขรก.-พนง.ท้องถิ่น โดนหลอก
ญี่ปุ่นอ่วม พายุโซนร้อนเมขลา-ฮีโกส ถล่มหนัก น้ำท่วมทะลักดันท่อระเบิด ถนนแตกพังยับ
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ3 เตือนฝนถล่ม 28 มิ.ย.-3 ก.ค. ระวังน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
ปลัด มท. สั่ง อส.รปภ.เข้ม สถ. หลัง ป.ป.ช.-ตร. ลุยค้นตรวจโกงสอบข้าราชท้องถิ่น

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี