วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569
รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูลได้ประกาศออกมาแล้วว่า จะดำเนินการยุบกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬา โดยแยกเอาเรื่องการท่องเที่ยวไปรวมอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรม ส่วนการกีฬานั้นก็จะไปเป็นกระทรวงใหม่ต่างหาก ซึ่งฟังแล้วก็ดูสมเหตุสมผล ส่วนผู้ใดจะมีความเห็นต่างอย่างไรก็ไม่ว่ากัน เพราะมันมิใช่เป็นเรื่องเป็นเรื่องตายของประเทศแต่อย่างใด ซึ่งในมุมมองของผม มันก็อาจจะช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารราชการได้
แต่ผมก็ยังมีคำถามตามมาว่า แล้วทำไมรัฐบาลอนุทินชาญวีรกูล ถึงจะมุ่งอยู่แค่การปรับปรุงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเท่านั้น?
แล้วเหตุใดถึงไม่มีความคิดที่จะปรับปรุงระบบราชการของไทยโดยการยุบควบรวมและจัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม อื่นๆ อีกในเวลาเดียวกันไปเลยเล่า?
มันยังมีประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่ดูแล้วมีความเร่งด่วน และมีความสำคัญต่อบ้านเมืองมากกว่าเรื่องการท่องเที่ยวและการกีฬาเสียด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงชายแดน หรือเรื่องความมั่นคงภายในประเทศ ซึ่งระบบราชการไทยในวันนี้ยังไม่มีหน่วยงานกลาง โดยอำนาจการดูแลยังกระจัดกระจายกันอยู่ ทำให้เกิดการทำงานดูค่อนข้างซ้ำซ้อนและทับซ้อน อีกทั้งการประสานงานก็มักจะเต็มไปด้วยความกระท่อนกระแท่น ด้วยระบบการจัดตั้งคณะกรรมการที่ประกอบด้วย กรรมการที่มาจากหลายๆ หน่วยงานด้วยกัน จึงขาดการบูรณาการ และขาดการมองประเด็นปัญหาเพื่อความท้าทายต่างๆ ในภาพรวม และการปฏิบัติก็เป็นไปตามแบบฉบับของต่างหน่วยงานก็ต่างทำกันไป
ในการนี้ผมขอประมวลความคิดอ่านของผมที่ได้เคยเสนอไว้มาหลายปีแล้ว แล้วนำมาทบทวนเป็นข้อเสนออีกครั้งหนึ่ง เสริมกับข้อเสนอของฝ่ายรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ในเรื่องการจัดตั้งกระทรวงท่องเที่ยวดังนี้
ที่ชายแดนไทยมีหน่วยงานที่แบ่งความรับผิดชอบกันอยู่หลักๆ ก็คือ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจตระเวนชายแดน ที่อยู่ในสังกัดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร ในสังกัดของกระทรวงการคลัง ฝ่ายกักกันและตรวจสอบพืชในสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ ในสังกัดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น ทั้งนี้ยังไม่นับรวมกองทัพบก ที่ควบคุม 4 กองทัพภาค นอกจากนั้นแล้วก็จะมีกองอำนวยการความมั่นคงภายในส่วนหน้า ที่เกี่ยวข้องกับชายแดน เป็นเสมือนหน่วยงานคู่แฝดของกองทัพบก
ในการนี้ผมก็ขอเสนอให้มีการจัดตั้งกระทรวงกิจการความมั่นคงชายแดนขึ้นมา โดยเอาภารกิจเรื่องตระเวนชายแดน ตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากรกักกันพืช เข้ามาอยู่ภายใต้กระทรวงใหม่นี้ อีกทั้งให้มีคณะกรรมการประสานงานระหว่างกระทรวงใหม่นี้กับกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงกลาโหม โดยมีสำนักงานเลขาธิการ สมช. เป็นฝ่ายเลขานุการ
ส่วนกระทรวงมหาดไทย ปัจจุบันเราก็มีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอ ลงไปจนถึงกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ที่อยู่ติดกับชายแดน อีกทั้งก็ยังมีสำนักเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ที่เป็นหน่วยงานกลางในเรื่องความมั่นคง ก็ดูแค่รายชื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับชายแดนแล้ว ชาวบ้านก็คงจะสับสนพอสมควร แล้วก็งุนงงว่า แล้วหน่วยงานใดที่เป็นแกนกลางรับผิดชอบโดยตรงกันแน่?
เมื่อคำตอบก็คือ ยังไม่มี ผมจึงขอเสนอให้มีการยุบกระทรวงมหาดไทย และเปลี่ยนเป็นกระทรวงความมั่นคงภายใน ซึ่งจะประกอบด้วยกรม กองต่างๆของกระทรวงมหาดไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน แล้วนำเอาสำนักกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เข้ามาอยู่ในสังกัด อีกหน่วยงานหนึ่งที่จะเข้ามาร่วมในสังกัดด้วยคือ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ
อีกกระทรวงใหม่อีกกระทรวงหนึ่งที่ผมอยากเสนอให้มีการจัดตั้งก็คือ กระทรวงโยธาธิการ ที่จะรับผิดชอบทั้งในเรื่องผังเมืองทั่วประเทศ และงานโยธาหรืองานก่อสร้าง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการก่อสร้างถนน ทางรถไฟ การชลประทาน ต่างๆ เป็นต้น เป็นหน่วยงานกลางของการก่อสร้างภาครัฐ
ส่วนกระทรวงที่ควรจะอยู่ในกลุ่มงานเดียวกันก็คือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสวัสดิการและความมั่นคงมนุษย์ เพราะทั้งหมดนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และความมั่นคงปลอดภัยในการทำงาน และชีวิตที่มั่นคงเมื่อเกษียณอายุการทำงาน
ก็ขอนำเรียนมาเพื่อเสนอแก่รัฐบาล และสังคมไทยว่าจะมีความคิดอ่าน คิดเห็นกันอย่างไร เพื่อที่จะได้นำไปอภิปรายกันในวงกว้าง เพื่อหาข้อสรุปที่เป็นประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศไทยกันต่อไปครับ
กษิต ภิรมย์
kasitfb@gmail.com

รวบบัญชีม้า แก๊งคอลฯ หลอกสาว 18 อ้าง DHL โอนเงินเกลี้ยงบัญชี
เปิดปฏิบัติการล้วงคองูเห่า รวบหนุ่มแสบอ้างชื่อ ป.ป.ช.รีดเงิน 15 ล้าน วิ่งเต้นล้มคดี
เงื่อนไขสหรัฐถึงมืออิหร่าน จีนหนุนเจรจาหยุดยิง
น้ำมันคลี่คลาย! วันวิชิต คาดจบก่อนสงกรานต์ หลังกลไกตลาดทำงาน
ลูกเทวดาทาสยา บังคับขอเงินแม่ซื้อยาบ้า ไม่ได้ขู่เผาบ้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี