วันพุธ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2569
สงครามสหรัฐฯกับอิสราเอลรุกรานอิหร่านจากวันที่ 28 กุมภาพันธ์เดือนที่แล้ว ถึงวันนี้ 18 มีนาคมนับเป็นวันที่ 19 เกือบจะเข้าสัปดาห์ที่สามของสงครามที่ยังมองไม่เห็นว่าจะจบลงอย่างไร ทั้งที่“โดนัลด์ ทรัมป์”ผู้กระหายสงครามประกาศในตอนแรกว่า สงครามจะจบภายใน 4 สัปดาห์หรือน้อยกว่านั้น
คำตอบในวันนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สหรัฐฯกับอิสราเอลเอาอิหร่านไม่อยู่ และอิหร่านก็ไม่ใช่หมูอย่างที่คิด นอกจากสงครามที่ประหัตประหารกันด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์จะ“ปิดเกมไม่ลง”แล้ว “สงครามพลังงาน”ที่มีผลมาจาก“สงครามอาวุธ”ยังกระจายไปทุกประเทศทั่วภูมิภาคบนโลกใบนี้
ทั้งจากการที่อิหร่านประกาศปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา รวมทั้งการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมน้ำมันของอิหร่านในประเทศอาหรับที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ซึ่งมีรายงานว่าตลอด 19 วันของสงครามที่ผ่านมา อิหร่านใช้ขีปนาวุธและโดรนมากกว่า 2 พันครั้ง โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและคลังเก็บน้ำมันในประเทศอาหรับกลุ่ม“GCC” คือ ซาอุดีอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE),กาตาร์, คูเวต และบาห์เรน รวมทั้งอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง
การปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”ของอิหร่าน ได้กลายเป็นจุดตายของ“สงครามพลังงาน”ขึ้นมาทันที เนื่องจากช่องแคบแห่งนี้เป็นเส้นทางหลักที่ขนส่งน้ำมันดิบกว่าร้อยละ 20ของโลก ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงาน โดยเฉพาะในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นจีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รวมทั้งไทย ที่ต้องพึ่งพาน้ำมันดิบจากการขนส่งผ่าน“ช่องแคบฮอร์มุซ” สูงถึงร้อยละ 84 จากปริมาณทั้งหมด
แม้ว่าหลายประเทศหรือแม้แต่ประเทศไทย จะออกมาประกาศยืนยันให้ประชาชนทราบว่า น้ำมันสำรองยังสามารถยันไปได้มากกว่า 90 วัน แต่ก็ไม่สามารถลดความกังวลใจของประชาชนที่วิตก ต่อวิกฤตการณ์ขาดแคลนน้ำมันและราคาน้ำมันที่จะพุ่งสูงตามมาได้ ภาพการต่อคิวซื้อน้ำมันในปั๊มต่างๆ อย่างไม่ขาดสายมีเห็นทั้งในประเทศไทย และประเทศต่างๆ อาทิ อินเดีย ลาว ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม เป็นต้น
อย่างไรก็ดี การปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ”ของอิหร่าน ถือว่าเป็นไม้ตายที่อิหร่านนำออกมาใช้ตอบโต้สหรัฐฯ ผู้ก่อการร้ายตัวจริงของโลก จึงทำให้สหรัฐฯต้องดิ้นเหมือน“สุนัขขี้เรื้อนถูกน้ำร้อนลวก” โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามหาทางออกของปัญหาด้วยการเรียกร้องให้นานาชาติที่ได้รับผลกระทบจากการปิด“ช่องแคบฮอร์มุซ” เข้ามามีส่วนรับผิดชอบและช่วยกันคุ้มกันเรือเพื่อเปิดช่องแคบอีกครั้ง แต่ก็ปรากฏว่าหลายประเทศที่เป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะตอบสนองคำร้องขอของ“โดนัลด์ ทรัมป์”
กลุ่มประเทศที่ปฏิเสธชัดเจนคำร้องขอของ“โดนัลด์ ทรัมป์”ที่อยู่ในสภาพสิ้นลายกลายเป็น“หมาหัวเน่า” ก็คือญี่ปุ่น และออสเตรเลีย โดยสองประเทศนี้ประกาศว่า ไม่มีแผนที่จะส่งเรือรบไปร่วมภารกิจตามที่“ทรัมป์”ร้องขอ
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นำเข้าน้ำมันดิบผ่าน“ช่องแคบฮอร์มุซ”เป็นสัดส่วนสูงที่สุดในโลก โดยคิดเป็นประมาณร้อยละ 80-90 ของปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้าทั้งหมด ซึ่งเมื่อคำนวณจากความต้องการใช้พลังงานของประเทศแล้ว คิดเป็นปริมาณมากกว่า 2-3 ล้านบาร์เรลต่อวัน และถือได้ว่า ช่องแคบนี้เป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญสูงสุดต่อความมั่นคงทางพลังงานของญี่ปุ่น
ส่วนออสเตรเลีย ไม่ได้ใช้น้ำมันดิบผ่าน“ช่องแคบฮอร์มุซ”เป็นหลัก แต่ใช้จากประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย จะมีก็บางส่วนจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) โดยที่ออสเตรเลียมีแหล่งผลิตของตนเองในพื้นที่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย คือ “โครงการนอร์ทเวสต์เชลฟ์” (North West Shelf Project - NWS) เป็นโครงการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของออสเตรเลีย เพื่อผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เป็นหลัก ตั้งอยู่นอกชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท Woodside Energy ตั้งแต่ปี 2527 เพื่อผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ให้กับออสเตรเลียและตลาดต่างประเทศ
จะอะไรก็ตามแต่ ตามไปดูประเทศอื่นๆ ที่เมินคำขอร้องของ“ทรัมป์บ้า”ผู้กระหายสงคราม อาทิ จีน ที่ทำให้“ทรัมป์”ต้องประกาศเลื่อนการเดินทางเยือนจีนเพื่อประชุมสุดยอดกับ “สี จิ้นผิง” ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-วันที่ 1 เมษายนนี้, เยอรมนี ระบุว่าสงครามในอิหร่านไม่ใช่สงครามของนาโต (NATO) และจะไม่ส่งกำลังทหารเข้าร่วม, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, สเปน, กรีซ, นอร์เวย์ และอิตาลี แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการใช้กำลังทหารในพื้นที่ และระบุว่าไม่มีแผนจะส่งเรือรบไปปฏิบัติภารกิจใน“ช่องแคบฮอร์มุซ
การแสดงท่าทีของประเทศต่างๆ ดังกล่าว ส่งผลให้“ทรัมป์บ้า”เก็บ“อาการบ้า”ไม่อยู่ จากการแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา โดยได้แสดงความไม่พอใจต่อประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯเหล่านี้ว่า ขาดความภักดีต่อสหรัฐฯ แม้จะได้รับการคุ้มครองด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษ
“โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้กลายเป็นสุนัขจนตรอก ในท่ามกลางข่าวลือว่า“เบนจามิน เนทันยาฮู”นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเสียชีวิตแล้ว ประกอบกับเจอคู่ต่อสู้อย่างอิหร่านที่ไม่ใช่หมู ได้ส่งเสียงลำเลิกต่อประเทศที่ไม่ยอมสนอง“อารมณ์บ้า”ของตนว่า “เรามีบางประเทศที่เรามีกำลังทหารถึง 45,000 นาย ประจำการอยู่ เพื่อปกป้องพวกเขา และเราทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่พอเราถามว่าพวกคุณมีเรือกวาดทุ่นระเบิดไหม คำตอบที่ได้คือไม่อยากเข้าไปเกี่ยวข้องครับท่าน”
เพราะความ“บ้า”ของ“ทรัมป์”ที่หัวโตแต่ขาดปัญญา มิได้ศึกษาศึกสงครามให้รอบคอบก่อนทำศึกสงคราม ดังคำกล่าวของ“ซุนวู” (Sun Tzu) นักปรัชญาชาวจีนโบราณ ผู้เขียนตำราพิชัยสงครามอันลือเลื่องที่ว่า “มิใช่ได้ประโยชน์อย่ายกทัพ มิใช่ได้ชัยอย่าใช้กำลัง มิใช่คับขันอย่ารบศึก” จึงทำให้การทำศึกสงครามกับอิหร่านครั้งนี้ จึงมีแต่แพ้กับแพ้
ตาม“ตำราพิชัยสงครามซุนวู” ยังให้ข้อคิดไว้ด้วยว่า หากรู้ทั้งสถานการณ์ของคู่ต่อสู้ คือ“รู้เขา” และเข้าใจกำลังความสามารถของตนเอง คือ“รู้เรา”อย่างถ่องแท้ โดยใช้สติปัญญาและความรอบคอบเป็นตัวกำหนด “รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

เตือน 7 จังหวัด เฝ้าระวัง น้ำทะเลหนุนสูง ช่วงวันที่ 21–23 มีนาคม 2569
ราชกิจจาฯ ประกาศ เลื่อน อรรถวิชช์ เป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ รวมไทยสร้างชาติ แทน พีระพันธุ์ ที่ลาออก
คำขู่ช็อกโลก ทรัมป์ ประกาศกร้าวเตรียมฮุบ คิวบา ลั่นแรงจะทำอะไรก็ได้ตามต้องการ
ตลกไม่ออก! เอ็ดดี้ ขยี้ปมประธานสภาใหม่ พรรคภูมิใจไทยไปขุดใครมา
ปทส. สกัดจับขบวนการค้าสัตว์ป่า รวบคาสี่แยก ยึดลิงแสม 37 ชีวิต ซุกรถเก๋งเตรียมส่งออก

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี