วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569
หน้าตาของรัฐบาล“อนุทิน 2”คลอดออกมาแล้วก็ไม่มีอะไรนอกเหนือไปจากทื่สื่อส่วนใหญ่เสนอข่าวก่อนหน้านี้ รวมเวลานับจากหลังเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์เดือนที่แล้ว ใช้เวลาทั้งหมด 50 วัน โดยใช้เวลาหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมารวม 11 วัน
หากเทียบกับรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน หลังเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 รัฐบาลนายเศรษฐาใช้เวลา 110 วัน โดยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในวันที่ 1 กันยายน 2566 ซึ่งใช้เวลาหลังจากที่นายเศรษฐาได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 รวม 10 วัน
ดูจากเวลาของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เร็วกว่า 60 วัน แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ ต้องถือว่าต่างกันราวฟ้ากับเหว รัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน มีต้นทุนดีกว่า เพราะสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งสถานการณ์โลกเป็นปกติ มิหนำซ้ำรัฐบาลของนายเศรษฐายังอาศัยการโฆษณาชวนเชื่อเป็น“เกราะ”ป้องกันตนเองโดยกล่าวหาและด้อยค่าว่า 8 ปีของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำให้เศรษฐกิจของประเทศจมดิ่ง ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ หนี้สาธารณะสูง และขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ลดลง
แต่ก็ปรากฏว่าเอาเข้าจริง เกือบหนึ่งปีของ “รัฐบาลเศรษฐา”ไม่มีผลงานอะไรปรากฏเป็นชิ้นเป็นอัน นอกจากภาพที่ถูกสร้างว่าเป็น“เซลส์แมนเบอร์ 1 ของประเทศ” โดยได้เดินสายทัวร์ต่างประเทศเป็นว่าเล่น ด้วยข้ออ้างว่าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเชิญชวนนักลงทุนต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย พร้อมกับการส่งเสริมสินค้าไทยส่งออกไปยังต่างประเทศ ภาพที่คุ้นตาคนไทย คือ นายเศรษฐาตัวสูงโย่งมีผ้าขาวม้าคล้องคอเดินตามฟุตปาธในประเทศยุโรป
สรุปก็คือ 9 เดือนจากการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน และต้องพ้นจากตำแหน่งพร้อมกับมีมลทินติดตัว โดยศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีตั้ง“ทนายถุงขนม-พิชิต ชื่นบาน”เป็นรัฐมนตรี นั้น ไม่มีนักลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในบ้านเราแม้แต่สลึงเดียว หรือแม้แต่สินค้าไทยคือ ผ้าไทย เช่น“ผ้าขาวม้า”จากการนำเสนอให้เป็นแฟชั่นบนเวทีโลกภายใต้โครงการ“Soft Power” ก็ไม่ปรากฏว่าขายส่งออกไปได้กี่ผืน
ซ้ำร้ายไปกว่านั้น 9 เดือนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน ประเมินกันว่านายเศรษฐาล้างผลาญเงินงบประมาณแผ่นดินไปไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท จากการเช่าเหมาเครื่องบินและค่าใช้จ่ายต่างๆ เดินสายทัวร์ต่างประเทศในบทบาท“เซลส์แมนเบอร์ 1” รวมทั้งหมด 17 ครั้ง ใน 15 ประเทศ กับ 1 เขตเศรษฐกิจพิเศษ
กลับมามองรัฐบาล“อนุทิน 2”ของนายอนุทิน ชาญวีรกูลในครั้งนี้ ต้องถือว่าเริ่มจากต้นทุนที่ติดลบจากสถานการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะวิกฤตพลังงานเกี่ยวกับปัญหาน้ำมัน ที่เวลานี้เสียงก่นด่าของคนไทยจำนวนหนึ่งก็ยังคงดังอยู่ และกลายเป็นว่าไม่ว่านายอนุทินจะทำอะไรก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางลบได้หมดทุกเรื่อง
ขนาดว่า “ซูเปอร์จี” คือนางศุภจี สุธรรมพันธุ์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เวลานี้ก็กำลังตกเป็น“เหยื่อ”ให้ถูกขย้ำ เพียงแค่คำพูดที่ว่า“กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถตั้งหรือประกาศราคาน้ำมันได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ แต่เมื่อมีการประกาศราคาแล้ว จะเข้าไปกำกับดูแลให้มีการจำหน่ายตามราคาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ทั้งการติดป้ายแสดงราคา และตรวจสอบความเที่ยงตรงของหัวจ่ายน้ำมันในสถานีบริการ” ซึ่งก็อยู่ที่เจ้าตัวคือนางศุภจี ว่าจะทนแรงเสียดทานได้แค่ไหน แบบว่า“คนแท้ไม่ท้อ คนท้อไม่แท้” ภายใต้สถานการณ์“คนด่าไม่ท้อ”ที่เป็นอยู่ในเวลานี้
สำหรับหน้าตาคณะรัฐมนตรี“อนุทิน 2” แยกธาตุออกมาแล้ว ก็มี 3 องค์ประกอบที่ประกอบเป็นรัฐมนตรี 35 คน คือคนนอก, บ้านใหญ่ และลูกเทพ
คนนอก 4 คน ก็คือ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งทั้ง3 คนนี้ แม้ว่าจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วก็ตาม แต่ในสายตาของสังคมก็ยังถือว่าเป็น“คนนอกมืออาชีพ” และอีกหนึ่งคน คือนายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แทนนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ
ขณะที่บ้านใหญ่ตามโควตาพรรคนั้น ของพรรคภูมิใจไทยนอกจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่นั่งควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็มี อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี
รองนายกรัฐมนตรี, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายสุชาติชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม, นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น
บ้านใหญ่พรรคเพื่อไทย มีดังนี้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, นายสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เป็น“ตัวตายตัวแทน”ในฐานะคนใกล้ชิดของนางสาวสุดาวรรณหวังศุภกิจโกศล ซึ่งติดปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติเรื่องจริยธรรม จากการเป็นผู้ต้องหาคดี“บุกรุกยึดถือครอบครองที่ดินของรัฐ” ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนตัวจากโผเดิม
ส่วน“ลูกเทพ” ก็คือทายาทผู้สืบสันดานนักการเมือง“บ้านใหญ่” ทั้งนี้ จากพรรคภูมิใจไทย ประกอบด้วย นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ,นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ทั้ง 3 คน, นางสาวแนนบุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี 3 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
“ลูกเทพ”ของพรรคเพื่อไทยมี 3 คน คือ นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลูกชายของนายวิเชียร ขาวขำ นักการเมืองบ้านใหญ่จังหวัดอุดรธานี, นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลูกสาวของนายยงยุทธติยะไพรัช นักการเมืองบ้านใหญ่จังหวัดเชียงราย และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งปูมหลังไม่ได้เป็นสายบ้านใหญ่ของจังหวัดกาญจนบุรี แต่เป็น สส.ดาวรุ่งเขต 1 กาญจนบุรี 2 สมัย เริ่มเล่นการเมืองครั้งแรกโดยการชักชวนของเพื่อนรักที่ชื่อ“มดดำ-คชาภา ตันเจริญ” พิธีกรรายการทีวี ทายาทของนายสุชาติ ตันเจริญ บ้านใหญ่จังหวัดฉะเชิงเทรา
จะอะไรก็ตามที มีเสียงจากหมอดูคู่หมอเดาว่า ด้วยองค์ประกอบ“คนนอก-บ้านใหญ่-ลูกเทพ” รัฐบาล“อนุทิน 2”จะอยู่ได้ไม่นาน เพราะ“เครื่องยนต์หลวม”ตั้งแต่เริ่มสตาร์ท ?!
รุ่งเรือง ปรีชากุล

พิพัฒน์ โพสต์ ขอบคุณ อนุทิน ไว้วางใจ แจงเจตนาส่งหนังสือลาออก ผอ.ศบก. แสดงความบริสุทธิ์ใจ
ลิซ่า ลลิษา ปล่อยช็อตเด็ดอวดลุคแซ่บริมทะเล สวยสะพรั่งฉลองวันเกิดอายุครบ 29 ปี
กบน. มติขึ้นขึ้นอีก 1.80 บาท ดัน ดีเซลทะลุ 40 บาท
ไวรัลสนั่นโลก สื่อนอกตีข่าว มิสแกรนด์ปทุมฯ วีเนียร์หลุดกลางเวทีประกวดนางงาม
โปรดเกล้าฯ นาวาอากาศเอก ธนาศักดิ์ สีขาว เป็นนายทหารราชองครักษ์ประจำพระองค์

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี