วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569
เวลานี้ได้ยินแต่เสียง“รวยไม่ไหวแล้ว”ดังอื้ออึงเซ็งแซ่ไปทั่วบ้านทั่วเมือง จากราคาน้ำมันที่ขึ้นพรวดพราดทีเดียวลิตรละ 6 บาทเมื่อวันที่ 26 มีนาคมวานนี้ เรียกว่าทำให้ประชาชนคนไทยเกิดอาการช็อกกันทั้งประเทศ
“รวยไม่ไหวแล้ว” คือคำพูดที่นายอนุทิน ชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย หัวหน้ารัฐบาลที่เวลานี้มีแต่เฉพาะหัว ร่างยังประกอบไม่เสร็จ ไปพูดหาเสียงไว้ที่จังหวัดหนองคาย เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งนายอนุมทินปราศรัยบนเวทีว่า“วันนี้มาพูดเสียงดัง เพราะได้เป็นนายกฯแล้วแค่ 2 เดือนกว่า ทำให้กับพี่น้องได้เยอะแล้ว ถ้าเป็น 4 ปี รับรองว่าจะทำจนพี่น้องบอกว่า พอแล้ว พอแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว รวยไม่ไหวแล้ว ไม่มีที่เก็บตังค์แล้ว”
“คำพูดเป็นนายเรา” ยังเป็นอุทาหรณ์เตือนใจที่“ขลัง”ไม่ว่าจะยุคใดสมัยใดว่า เมื่อเราพูดสิ่งใดออกไปแล้ว คำพูดนั้นจะมีอำนาจเหนือตัวเรา และไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ ดังนั้น ก่อนจะพูดอะไรออกมาต้องคิดให้ดีคิดให้รอบคอบ
ดังนั้นคำว่า “รวยไม่ไหวแล้ว” จึงเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาเชือดคอนายอนุทิน ชาญวีรกูล เช่นเดียวกับที่“แพทองธาร ชินวัตร”แหกปากตะโกนหาเสียงโค้งสุดท้ายให้กับพรรคเพื่อไทยในปี 2566 จากการปราศรัยใหญ่เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ว่า “พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ประเทศไทยเปลี่ยนทันที ปิดสวิตช์ สว. ปิดสวิตช์ 3 ป. คนไทยมีกิน มีใช้ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไปพร้อมๆ กัน” และหลังจากได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็กลายเป็นเรื่องตรงกันข้าม เปรียบเสมือนสุภาษิตที่ว่า“ปลาหมอตายเพราะปาก”
สภาพการณ์ก็เหมือนกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในเวลานี้หลังจากคนไทยต้องต่อคิวกันยาวเพื่อรอซื้อน้ำมันตามปั๊มต่างๆ ทั่วประเทศ ก็ปรากฏว่าตื่นขึ้นมาเมื่อตอนเช้าวันที่ 26 มีนาคมวานนี้ ก็ต้องเกิดอาการ“ดับเบิลช็อก” เมื่อราคาน้ำมันกลุ่มดีเซลและเบนซินทุกชนิด ตั้งแต่ตอนตีห้าเมื่อวานนี้
ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นพรวดในครั้งนี้ โดยการประกาศของคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ซึ่งมีนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานกรรมการ ต้องถือว่าเป็นการประกาศขึ้นราคาโดยอาศัย“ฤกษ์โจร” ด้วยเหตุที่การประกาศขึ้นราคากระทำกันในช่วงสี่ห้าทุ่มของคืนวันที่ 25 มีนาคม อันเป็นยามวิกาล ก่อนจะมีผลบังคับใช้ในตอนตีห้า และตาม“ฤกษ์โจร” หรือ“โจโรฤกษ์”นั้น ถือว่าเหมาะแก่การเข้าปล้นทรัพย์สินเงินทองของชาวบ้านที่กำลังนอนหลับสบาย
ในกรณีนี้ก็เหมือนกับชาวบ้านกำลังนอนฝันว่า ตื่นขึ้นมาน้ำมันจะไม่ขาดปั๊ม ราคาคงจะปรับขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป หลังจากรัฐบาลตัดสินใจหยุดตรึงราคาน้ำมันดีเซลและปล่อยลอยตัวตามกลไกตลาด ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นการลดภาระหนี้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงต่อเนื่อง จากที่ต้องอุ้มวันละประมาณ 2.4 พันล้านบาท แต่ที่ไหนได้“ไอ้โม่ง”กลุ่มเดิมก็ยังตามมาปล้นอีก
“ไอ้โม่ง”ปล้นอย่างไรจากการปรับราคาน้ำมันครั้งนี้นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า “ตามความเห็นของผมสิ่งนี้สะท้อนว่ามี ‘ไอ้โม่ง’หรือกระบวนการกักตุนน้ำมันเกิดขึ้นจริง การที่รัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันพรวดเดียว 6 บาท เมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นการ ‘ปล่อยผีไอ้โม่ง’ เพราะเมื่อราคาขยับขึ้นไปสูงตามที่ต้องการแล้ว น้ำมันที่เคยถูกกักตุนไว้ก็จะถูกปล่อยออกมาขายทันที”
ตามไปดูต่อ ว่าใครพูดอย่างไรบ้าง อาทิ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า“แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ”
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กว่า “ใครๆ ก็รู้ว่าตามปั๊มไม่มีน้ำมันขาย เพราะมีการกักตุนน้ำมัน แต่รัฐบาลไม่รู้ มาบอกว่า ประชาชนตื่นตระหนก มาเติมน้ำมันพร้อมกันจำนวนมาก สุดท้ายก็ต้องยอมขึ้นลิตรละ 6 บาท เพื่อให้เขาปล่อยน้ำมันให้ปั๊มมาขาย แถมวันนี้ไม่มีประชุมสภาฯอีกด้วย แค่เริ่มต้นก็แย่แล้วครับ เอาพ่อค้าน้ำมัน มาแก้ปัญหาน้ำมัน ก็เป็นแบบนี้”
อนึ่ง พ่อค้าน้ำมันที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หมายถึงก็คือ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รักษาการรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูลลงนามแต่งตั้งเป็น ผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ผอ.ศบก.) เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ซึ่งนายพิพัฒน์ เป็นผู้ก่อตั้งและผู้บริหารธุรกิจปั๊มน้ำมัน“PT” หรือ“PTG” (บริษัท พีทีจีเอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน)
อีกคนหนึ่ง ที่ออกมาแสดงความเห็นเรื่องราคาน้ำมันที่ขึ้นแบบพรวดพราดจนเกิดอาการ“ดับเบิลช็อก”ไปทั้งประเทศ คือ นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า “รัฐบาลปรับขึ้นราคานํ้ามัน ก็เพราะรัฐบาลหาวิธีแก้ปัญหาไอ้โม่งกักตุนนํ้ามันไม่ได้ และหวังว่าการปรับราคาสูงขึ้นจะทำให้การกักตุนนั้นลดลง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า วิธีนี้จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนมาก นอกจากราคานํ้ามันจะเพิ่มขึ้นแล้ว ราคาสินค้าทุกชนิดจะปรับขึ้นตามด้วย”
ตามด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส. แบบบัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ทำให้คนไทยตาสว่างถึงกับ“ร้องอ้อ”ว่า“ไอ้โม่ง”หน้าตาเป็นอย่างไร โดยได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการทางทีวี ว่า การประกาศขึ้นราคาน้ำมันหน้าปั๊ม 6 บาท/ลิตร เปรียบเสมือนการ“ปล้นประชาชน” โดยให้เหตุผลว่า เพราะน้ำมันดิบที่ใช้ในโรงกลั่นขณะนี้คือน้ำมันสต๊อกเก่าก่อนเกิดวิกฤตปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดังนั้นต้นทุนเดิมจะไม่สามารถขึ้นราคาได้ ซึ่งน้ำมันลอตใหม่ที่ราคาแพงขึ้นจะมาจริงในช่วงหลังสงกรานต์
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ชี้ว่า “รัฐบาลปล่อยให้โรงกลั่นขย่มหัวตีกินกำไรส่วนต่างจากค่าการกลั่น และนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปอุดหนุนกำไรให้แก่นายทุน..น้ำมันที่ขาดหายไปในช่วงที่ผ่านมาเกิดจากโรงกลั่นที่ทำตัวเป็น‘ไอ้โม่ง’ เก็บน้ำมันดิบไว้และค่อยปล่อยหลังจากรัฐบาลประกาศขึ้นราคาค้าปลีก
สรุปแล้ว คำว่า“รวยไม่ไหวแล้ว”ไม่ใช่ประชาชนคนไทย แต่เป็น“ไอ้โม่ง”นั่นเอง มิหนำซ้ำเช้าวันแรกที่ราคาน้ำมันขึ้นจากการประกาศช่วงเวลา“ฤกษ์โจร”ท่ามกลางเสียงก่นด่าไปทั้งประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ยังขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว ยี่ห้อ BYDรุ่น byd sealion 7 สีเทาเข้ม ป้ายแดง ทะเบียน ฎ 9798 กรุงเทพมหามนคร เข้าทำเนียบรัฐบาล
ชาวบ้านจึงบอกว่า ถ้ามีเงินแบบ“รวยไม่ไหวแล้ว”อย่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล จะเปลี่ยนรถยนต์จากใช้น้ำมันเป็นรถยนต์ไฟฟ้าวันละกี่คันขนก็ไม่ร่วง ซึ่งประชาชนคนทั่วไปเขาไม่ได้คิดตามนายอนุทินว่า การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าของตนจะเป็นการรณรงค์เพื่อช่วยกันประหยัดการใช้น้ำมันแต่อย่างใด หากแต่เห็นว่าเป็นการ“อวดรวย”ของนายอนุทินให้คนเขาหมั่นไส้นำไปติฉินนินทาและว่าร้ายมากกว่า
เข้าตำรา “ความวัวไม่ทันหาย ความควายเข้ามาแทรก”อีก เรียกว่า จาก“ปากซวย”กลายเป็นศรย้อนกลับมาทิ่มแทงตนเองแล้ว “นายกฯหนู-อนุทิน”ก็ยังไม่รู้จักกาลเทศะอีก !
รุ่งเรือง ปรีชากุล

ทำดีต้องชื่นชม! ผบช.ภาค 4 ยกย่อง หมู่บอส ระงับเหตุหนุ่มคลั่ง
บาหลีไฟลุก ลิซ่า ปล่อยภาพบิกินีสุดฮอต อวดหุ่นเซี๊ยะ
CIB ไล่ล่าเก๋งต้องสงสัย ขับหนีขึ้นเขาบูโด พบซุกต่างด้าว 9 ราย
รถน้ำแข็งรีบส่งให้ลูกค้า หลุดโค้งเบรกไม่อยู่ ชนเสาไฟดับวุ่นทั้งอำเภอ
74 ยังแจ๋ว! แม่บานเย็น ยกหน้าใหม่ครั้งที่ 4 สวยสับระดับตำนาน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี