วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569
nn แม้ว่ารัฐบาลนำทีมโดยหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอย่างคุณพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...จะมั่นใจมากว่าปี 2568 เศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตได้ดีกว่าปี 2567 เพราะเห็นสัญญาณเชิงบวกจากหลายปัจจัยที่จะเป็นแรงส่งไปจนถึงปี 2568...แต่ดูเหมือนนักเศรษฐศาสตร์ จากสำนักวิชาการ ของธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง...จะมีความเห็นไม่สอดคล้องกับรัฐบาล...เนื่องจากต่างก็เห็นถึงปัจจัยลบหลายด้านทั้งจากภายในและภายนอกที่จะเข้ามากระทบในเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทย...แน่นอนว่าปัจจัยภายนอกก็มาจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกที่เกิดจากนโยบายกีดกันทางการค้าที่รุนแรงระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนและประเทศอื่นๆ ที่ได้ดุลการค้ากับสหรัฐมากเกินไปซึ่งรวมทั้งไทยด้วย...ปัญหาสงครามในหลายภูมิภาคทั่วโลก...ความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกรวมทั้งไทยซึ่งเป็นผลจากนโยบาย “ทรัมป์2.0” ฯลฯ...ส่วนปัจจัยลบภายในประเทศที่หนักหนาที่สุดที่นักเศรษฐกิจกังวลก็คือ...เรื่องหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในอัตราสูงมากเทียบสัดส่วนกับ GDP (ตัวเลขทางการที่ภาครัฐหยิบเอามาอ้างอิงคือ 89-90% ต่อGDP และคุณภาพของหนี้ก็ลดลงต่อเนื่อง..แต่..แวดวงการเงิน...ต้องย้ำอีกครั้งว่านั่นคือตัวเลขที่เป็นหนี้ในระบบ หากนับรวมตัวเลขหนี้นอกระบบซึ่งสมควรต้องนับรวมด้วย คนไทยเป็นหนี้กว่า 100% ต่อ GDP)...ซึ่งเรื่องหนี้ครัวเรือนคือประเด็นสำคัญที่ฉุดรั้งกำลังซื้อในประเทศ (แม้รัฐบาลจะพยายามหาทางอัดเม็ดเงินเข้าระบบด้วยการแจกเงิน แต่มันส่งผลแค่ชั่วคราวและรัฐบาลก็ทำอย่างนั้นไม่ได้มากกว่านี้แล้วเพราะมีข้อจำกัดเรื่องความมั่นคงทางการคลัง ซึ่งมีพ.ร.บ.การคลังฯกำหนดไว้อยู่ รวมทั้งเพดานหนี้สาธารณะที่ตอนนี้ใกล้จะชนเพดานตามที่กฎหมายกำหนด...เมื่อเร็วๆ นี้ คุณพรชัยฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง...ออกมาพูดว่าในปี 2568 รัฐบาลก็ยังเดินหน้าเร่งแก้ปัญหาหนี้สินของครัวเรือนอย่างต่อเนื่อง...ซึ่งในปี 2568 ก็จะขยายออกในกลุ่มอื่นๆ อีก...ส่วนโครงการ “คุณสู้ เราช่วย”..ที่ดำเนินการไปเมื่อปลายปี 2567...คาดว่าจะทำให้ตัวเลขหนี้เสียNPL ลดลงได้ระดับหนึ่ง...และดึงสภาพคล่องกลับเข้ามาในระบบได้ด้วย....ขณะเดียวกันตัวเลข GDP ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นก็จะทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนเทียบกับ GDP ลดต่ำลงได้ด้วยเช่นกัน...!! กระทรวงการคลัง..และ..รัฐบาล...คงไม่ลืมใช่ไหมว่า ตราบใดที่คนไทยยังมีรายได้ไม่พอรายจ่ายและโอกาสที่หารายได้เพิ่มไม่มี....SME ไทยยังมีความสามารถในการแข่งขันและโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนในระบบต่ำอยู่เช่นนี้...ไม่ว่า “เขาจะสู้แค่ไหน คุณก็ช่วยไม่ได้”...อย่างว่าตลอดเวลา 3 ปี ตามอายุโครงการเลย...แค่ปีแรกของอายุโครงการฯ...พวกเขาก็ไม่รอด...และต้องกลับมาเป็นหนี้เสียอีกครั้ง...nn
อนันตเดช พงษ์พันธุ์

ไทยศักยภาพเหนือกว่า ทร.ไม่หวั่นกัมพูชา รับเรือคอร์เวตจากจีน
รัวยิงเปิดทางหนี แก๊งค้ายาทิ้งไอซ์ 240 กก. ซิ่งหนีริมโขงนครพนม
รถไฟขยี้ สาวลาววัย17 จยย.ฝ่าไม้กั้น เสียชีวิตคาราง
ย้ำจุดยืน DNA ลุง ธนกร ลั่นความจริงมีหนึ่งเดียว
ชัยวุฒิ ผุดไอเดียแจกคูปองลดค่าน้ำมัน จี้นายกฯเร่งกู้วิกฤตพลังงาน จัดสินค้าราคาถูกช่วยชาวบ้าน

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี