วันพฤหัสบดี ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2569
.jpg)
** เชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยที่กำลังขนหัวลุกกับเรื่องที่รัฐบาลมีแผนที่จะก่อหนี้เพิ่มด้วยการกู้เงินมาหลายแสนล้านบาท เพื่อมาใช้กับการรับมือวิกฤตราคาพลังงานและรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกที่ถูกเล่นงานโดยไฟสงคราม...แต่พอ..แวดวงการเงิน...ได้ยินคำให้สัมภาษณ์ของ คุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง..ก็รู้สึกอุ่นใจขึ้นมานิดหนึ่ง...ที่บอกว่าก่อนจะคิดถึงเรื่องกู้เงินก็จะต้อง..ตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เช่น งบฯ ดูแล งบฯ เดินทาง งบฯ พัฒนาจังหวัด งบฯ ก่อสร้างที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะที่จะก่อสร้างตึกใหม่อะไรทั้งหลาย...วันนี้ต้องเอามาดูแลประชาชนก่อน เป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ...และก็มาดูว่างบฯ ปี 2570 จะตัดอะไรได้บ้าง…ส่วนเรื่องเพดานหนี้สาธารณะตอนนี้ไทยอยู่ที่ 66% ของ GDP เหลือพื้นที่อยู่ 4% ซึ่ง 1% ก็ประมาณ 2 แสนล้านบาท ดังนั้น 4% ก็ 8 แสนล้านบาท ถ้ากู้ไม่ถึง 8 แสนล้านบาท ก็อาจจะยังไม่จำเป็น...!! ถือว่าเรายังโชคดีที่มีรัฐมนตรีเป็นนักการคลัง...แต่ก็ต้องมาลุ้นว่างบที่ตั้งใจจะตัดนั้น...นักการเมือง..จะยอมหรือเปล่า???...เพราะงบประมาณเหล่านั้นคือ “ของโปรด”และ “เป้าหมาย”ของนักการเมือง เพราะต้อง “ถอนทุน”คืนเนื่องจากจ่ายไปเยอะในตอนเลือกตั้ง...ที่สำคัญยังไงเสีย คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี...ก็ต้องฟังบรรดานักการเมืองในพรรคของตัวและพรรคร่วมรัฐบาล...และต้องตอบแทนที่มีส่วนช่วยให้ตนได้ขึ้นมานั่งในตำแหน่งนี้...**ขณะที่ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ชี้ว่า การที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Moody’s ได้ปรับเพิ่มมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย (Outlook) เป็นระดับ “มีเสถียรภาพ” และคงอันดับความน่าเชื่อถือ (Sovereign Credit Rating) ที่ระดับ Baa1 ภายหลังได้หารือร่วมกับ ดร. เอกนิติ...สะท้อนความเชื่อมั่นของต่างชาติต่อแนวทางการบริหารจัดการสถานการณ์เศรษฐกิจที่ให้ความสำคัญกับ “วัตถุประสงค์และประสิทธิภาพในการใช้เงิน” ในการขับเคลื่อนและรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้า…อย่างไรก็ตามความเสี่ยงด้านการคลังยังคงมีอยู่สูงมาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ รวมถึงการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเพิ่มภาระงบประมาณและกดดันรายได้ภาครัฐในอนาคต ดังนั้น กกร. เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการดำเนินนโยบายภาครัฐที่มุ่งเน้น “ประสิทธิภาพสูงสุด” ผ่านนโยบายแบบเฉพาะเจาะจง (Targeted Policy) ที่สามารถวัดผลได้ และตอบโจทย์ทั้งระยะสั้นและระยะยาว แทนการอุดหนุนในวงกว้าง ...ซึ่งก็สอดคล้องกับมุมมองของ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF ที่ล่าสุดได้ออกมาระบุว่า...ประเทศต่างๆควรหลีกเลี่ยงมาตรการอุดหนุนที่บิดเบือนกลไกตลาด และควรหันมาใช้มาตรการแบบเฉพาะกลุ่มและชั่วคราวแทน...**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์ **

CIB รวบแก๊งมิจฉาชีพ หลอกเหยื่อกู้สินเชื่อออนไลน์ สูญเงิน 1.2 แสน
เงินเฟ้ออังกฤษพุ่ง 3.3% จากวิกฤตสงครามอิหร่าน
อย่าหาทำ!! คลิปหนุ่มขี่มอไซต์เกาะท้ายรถพ่วงสุดอันตราย ชาวเน็ตเสียวแทน
หลักฐานคาตา รวบชายในกล้องดักถ่ายแก่งกระจาน สารภาพเผาป่า ปัดล่ากระทิง
ตำรวจภาค 1 ระดมกวาดล้างอาชญากรรมต่อเนื่องจากสงกรานต์ จับผู้ต้องหา-ยึดของกลางเพียบ

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี