วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569
.jpg)
**เครียด...จน...กินเหล้า...เครียด...จน...อัดบุหรี่...มีมานานในสังคมไทย....มาวันนี้ "จนไม่ไหวแล้วโว๊ย”...ก็เหมือนเดิม...กินเหล้า..อัดบุหรี่....!! อันนี้ยืนยันได้จาก รายงานภาวะสังคมไตรมาส 1 ปี 2569 ของสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์ฯ)... ที่เพิ่งเปิดเผยไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พบว่าการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.2% สวนทางกับสภาพเศรษฐกิจและวิกฤตค่าครองชีพ แต่การโตขึ้นของตลาดสินค้าทั้ง 2 ชนิดนี้ ไม่ได้หมายความว่ารัฐจะเก็บภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยเสมอไป...!!
เพราะโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่ใช้อยู่ตอนนี้ยังไม่สามารถรีดประสิทธิภาพในการจัดเก็บมาได้เต็มที่...รายงานฉบับนี้ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับภาษีแอลกอฮอล์และภาษีบุหรี่ไว้น่าสนใจว่า...โครงสร้างภาษีแอลกอฮอล์ของประเทศไทยยังมีข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีตามปริมาณในอัตราคงที่ เช่น กลุ่มไวน์ที่จัดเก็บภาษีปริมาณในอัตรา 1,000 บาทต่อลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์...ทำให้มูลค่าที่แท้จริงของภาษีลดลงเมื่อเวลาผ่านไป จึงแนะนำให้พิจารณาปรับโครงสร้างภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้สะท้อนระดับความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการกำหนดกลไกปรับอัตราภาษีอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง...
อีกประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ คือ โครงสร้างภาษีบุหรี่ 2 อัตราทำให้เกิดแนวโน้มการแพร่ระบาดของบุหรี่ผิดกฎหมายรุนแรงขึ้นภายหลังการปรับอัตราภาษีเพิ่มในปี 2564 ส่งผลให้ราคาบุหรี่ถูกกฎหมายสูงขึ้นพรวดพราด จนทำให้สัดส่วนการบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จากร้อยละ 2.9 ในปี 2559 เป็นร้อยละ 25.4 ในไตรมาส 3 ปี 2567...บุหรี่ผิดกฎหมายอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนในระดับที่รุนแรงขึ้น เพราะไม่ได้มาตรฐานและขาดการควบคุมคุณภาพ นำไปสู่ภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขของภาครัฐที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็ต้องไล่จับกันไป ข้อมูลจากกรมสรรพสามิตระบุว่า ในเดือนพฤษภาคม 2569 มีการจับกุมคดียาสูบผิดกฎหมายสูงที่สุดในทุกหมวดถึงกว่า 2,182 คดี คิดเป็นค่าปรับ 69.14 ล้านบาท…
.jpg)
รายงานสภาพัฒน์ฯ ฉบับนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการศึกษาของกรมสรรพสามิต และนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ และสาธารณสุขชื่อดังของไทย ที่ระบุถึงการแก้ไขปัญหาด้วยการปรับโครงสร้างภาษีให้เป็นแบบอัตราเดียว โดยรายงานนี้ได้อ้างอิงผลการศึกษาผลกระทบของการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตบุหรี่แบบอัตราเดียวต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2569 ที่พบว่า การกำหนดอัตราภาษีตามมูลค่าในอัตราเดียวควบคู่กับการปรับทยอยเพิ่มภาษีตามปริมาณไปเรื่อยๆ และการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมายไปพร้อมกัน จะช่วยลดต้นทุนด้านสุขภาพของประเทศและสร้างเสถียรภาพของระบบภาษีในระยะยาว..
นี่เป็นอีกหนึ่งความเห็นในเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่จากหน่วยงานรัฐอิสระที่ได้มีการติดตามปัญหามาอย่างต่อเนื่อง เท่าที่เห็นได้ฟังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็มีแนวทางเป็นเอกฉันท์ที่จะต้องปรับอัตราภาษีบุหรี่ขามูลค่าให้เป็นอัตราเดียวตามหลักสากลแบบที่ใช้กันเกือบทุกประเทศ...แวดวงการเงิน...จึงอยากให้ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง และ ดร.พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต....เลิก "ขลาดกลัว”....แล้วกล้าหาญที่จะตัดสินใจในสิ่งที่ควรจะทำเสียที....**
** อนันตเดช พงษ์พันธุ์**

เปิดร่าง MOU 14 ข้อ ชี้ชะตาอิหร่าน-สหรัฐฯ มาพร้อมเงื่อนไขสำคัญต้อนมหาอำนาจโลก
ประมวลภาพ พิธีเคลื่อนพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ออกจาก รพ.จุฬาฯ สู่พระที่นั่งพิมานรัตยา
'คนไทยต้องย่างปลาเก่งแน่ๆ' ไวรัลข้าวปั้นแซลมอนฮอกไกโด กับความลับบนฉลากที่คาดไม่ถึง!
เปาดังเดี้ยง!‘โอลิเวอร์’ไม่ชวดเป่าบอลโลกนัดแรก
เรื่องราวสุดประทับใจ 'พระองค์ภา'กับความเรียบง่าย ทรงจำน้องหมาปอม'โคนี่' ที่ตามรับเสด็จได้ (คลิป)

เงื่อนไขการแสดงความคิดเห็น ซ่อน
โปรดอ่านก่อนแสดงความคิดเห็น
1.กรุณาใช้ถ้อยคำที่ สุภาพ เหมาะสม ไม่ใช้ ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่น สร้างความแตกแยกในสังคม งดการใช้ถ้อยคำที่ดูหมิ่นหรือยุยงให้เกลียดชังสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
2.หากพบข้อความที่ไม่เหมาะสม สามารถแจ้งได้ที่อีเมล์ online@naewna.com โดยทีมงานและผู้จัดทำเว็บไซด์ www.naewna.com ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็นที่พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสม โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ทุกกรณี
3.ขอบเขตความรับผิดชอบของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ อยู่ที่เนื้อหาข่าวสารที่นำเสนอเท่านั้น หากมีข้อความหรือความคิดเห็นใดที่ขัดต่อข้อ 1 ถือว่าเป็นกระทำนอกเหนือเจตนาของทีมงานและผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซด์ และไม่เป็นเหตุอันต้องรับผิดทางกฎหมายในทุกกรณี